โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุโขทัยทิ้ง “มหายาน” ยกย่องเถรวาท มูลเหตุสงครามกับขอมสบาดโขลญลำพง?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 21 ส.ค. 2568 เวลา 11.17 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2568 เวลา 08.25 น.
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง หรือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เมื่อ พ.ศ. 2450 (ภาพจาก เที่ยวเมืองพระร่วง)

เมื่อสุโขทัยทิ้งมหายาน แล้วหันมายกย่องพุทธศาสนาอีกนิกาย คือ “เถรวาท” จากลังกา ขอมสบาดโขลญลำพง ตัวแทนของกลุ่มอำนาจในศาสนาเดิมจึงเข้ายึดกรุงสุโขทัยศรีสัชนาลัย

หลักฐานที่ยืนยันว่าเมืองสุโขทัยนับถือพุทธศาสนานิกายมหายานมาก่อนคือ เมืองสุโขทัยยุคแรก ๆ บริเวณวัดพระพายหลวง มีปราสาทพุทธสถานนิกายมหายาน ซึ่งรับอิทธิพลมาจากลุ่มทะเลสาบเขมร (ผ่านแคว้นละโว้ หรือลพบุรีอีกที) ทำให้เชื่อได้ว่ากษัตริย์เมืองสุโขทัยสมัยแรกนับถือลัทธิมหายาน

ไม่มีหลักฐานว่าใครสร้างเมืองสุโขทัย หรือใครเป็นกษัตริย์องค์แรก แต่หลักฐานเก่าที่สุดเอ่ยถึง พ่อขุนศรีนาวนำถุม ระบุว่าเป็นกษัตริย์องค์แรกผู้ปกครองเมืองสุโขทัยและศรีสัชนาลัย รวมถึงมีร่องรอยหลักฐานว่าตระกูลของท่านเป็นใหญ่ในดินแดนลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่านมาแต่ดั้งเดิมด้วย

จารึกวัดศรีชุม(จารึกหลักที่ 2) ยกย่องพ่อขุนศรีนาวนำถุมว่า“รู้คุณอันวิเศษ” เชี่ยวชาญการศึกยุทธหัตถี เป็นผู้ “ประดิษฐานพระศรีรัตนมหาธาตุใกล้ฝั่งน้ำ…”คือบริเวณกลางเมืองสุโขทัย

สุจิตต์ วงษ์เทศชี้ว่า การประดิษฐานพระศรีรัตนมหาธาตุฯ หมายถึงการสร้างเมืองสุโขทัยใหม่ เปลี่ยนจากลัทธิมหายานแบบกัมพูชามาเป็นเถรวาทแบบลังกา จึงมีการสถาปนา“วัดมหาธาตุ” ขึ้นกลางเมือง

ผู้สืบตระกูลศรีนาวนำถุมคือบุตรชายนาม ผาเมือง เป็นเจ้าเมืองราดและเมืองลุมในลุ่มลำน้ำน่าน ท่านยังเป็น “ลูกเขย” กษัตริย์ขอมแห่งเมืองพระนคร ในลุ่มทะเลสาบเขมร (จารึกวัดศรีชุมเรียก ผีฟ้าเจ้าเมืองศรีโศธรปุระ) ผู้ยกบุตรสาวนาม “นางสุขรมหาเทวี” ให้เป็นภรรยา ทั้งยกย่องพ่อขุนผาเมืองโดยมอบพระแสงขรรค์ชัยศรีให้เป็นเกียรติยศ พร้อมนามศักดิ์สิทธิ์ “ศรีอินทรบดินทราทิตย์”

พ่อขุนผาเมืองมีสหายใกล้ชิดที่นับถือกันเหมือนญาติสนิทคนหนึ่งนาม พ่อขุนบางกลางหาว ผู้ต่อมาคือ“พ่อขุนศรีอินทราทิตย์”ต้นตระกูลศรีอินทราทิตย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย

หลักฐานต่าง ๆ รวมถึงจารึกวัดศรีชุม ไม่ได้บอกว่าพ่อขุนบางกลางหาวครองเมืองใดมาก่อน มีเพียงจารึกสุโขทัยหลักที่ 45ที่มีข้อความแสดงร่องรอยบรรพบุรุษของท่านว่าอยู่ในสายตระกูลของ ผีปู่ผาคำนามว่า “ปู่ขุนจิตขุนจอด” ซึ่งเกี่ยวดองเป็นเครือญาติกับเจ้าเมืองน่าน เมืองหลวงพระบาง และเชื่อมโยงลงไปเป็นเครือญาติกับตระกูลสุพรรณภูมิที่มีอิทธิพลอยู่ทางฟากตะวันตกของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

กลุ่มอำนาจเหล่านี้ล้วนรับเอาพุทธศาสนา “เถรวาท” เข้ามาแทนมหายานและพราหมณ์-ฮินดู ลัทธิความเชื่อที่เคยมีอิทธิพลในแถบนี้มาก่อน

สุโขทัยทิ้งมหายาน ยกย่องเถรวาท

เมื่อพ่อขุนศรีนาวนำถุมหันมายกย่องเถรวาทแบบลังกา สร้างเมืองสุโขทัยใหม่ให้มีวัดมหาธาตุอยู่กลางเมือง โดยเฉพาะการดำริสร้าง “พระบรมธาตุ” ขึ้นใจกลางเมืองใหม่ เพื่อเป็นศาสนสถานสำคัญของบ้านเมือง แทนการสร้างปราสาทอันเป็นเทวาลัยฝ่ายฮินดูและพุทธาลัยฝ่ายมหายาน ถือเป็นการยอมรับพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทอย่างสมบูรณ์ในระดับผู้ปกครองรัฐ

จากนั้น “พระบรมธาตุ” ก็มีความหมายสำคัญต่อบ้านเมืองและแว่นแคว้นสุโขทัยสูงสุด แทนที่ปราสาทวัดพระพายหลวงที่เคยมีมาก่อน เป็นเหตุให้ขอมสบาดโขลญลำพงใช้กองทัพยึดเมืองสุโขทัยและศรีสัชนาลัย

สุจิตต์ ตั้งข้อสังเกตว่า ขอมสบาดโขลญลำพงนั้นจริง ๆ แล้วเป็นวงศ์เครือญาติของกษัตริย์แคว้นสุโขทัยศรีสัชนาลัยนั่นเอง

นั่นเพราะคำว่า “ขอม” หรือกรอม, กะหลอม ไม่ใช่ชื่อเรียกตนเอง แต่เป็นชื่อที่คนอื่นเรียก มีความหมายกว้าง ๆ ทางวัฒนธรรมหมายถึงพวกที่อยู่ทางใต้ (ของคนเรียก) คือแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาถึงลุ่มแม่น้ำโขง เป็นพวกตัดผมสั้น นุ่งโจงกระเบน นับถือฮินดู (พราหมณ์) หรือพุทธมหายาน โดยไม่เจาะจงว่าเป็นชนชาติใด

“(ขอม) จะเป็นใครก็ได้ที่เข้ารีตอยู่ในระบบความเชื่ออย่างหนึ่งในดินแดนทางใต้ แถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาถึงปากแม่น้ำโขง ในสมัยหนึ่งจะถูกเรียกว่า ‘ขอม’ ทั้งหมด

ในสมัยหลัง ๆ มักจะให้ขอมหมายถึงชาวเขมรในกัมพูชาโดยไม่จำกัดกาลเวลา แต่ชาวเขมรในกัมพูชาก็ไม่รู้จักคำว่า ‘ขอม’ และไม่ยอมรับว่าตัวเองคือขอม”

ดังนั้น ขอมสบาดโขลญลำพงในจารึกวัดศรีชุม จึงมิได้หมายถึงขุนนางชาวเขมรจากกัมพูชา และจากร่องรอยความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นละโว้ (ลพบุรี) กับบ้านเมืองตอนบน คือ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย ทุ่งยั้ง ฯลฯ ขอมสบาดโขลญลำพงคือ ผู้มีอำนาจหรือเจ้าเมืองใดเมืองหนึ่งในเขตอิทธิพลของละโว้ ซึ่งเป็นเครือญาติกับตระกูลศรีนาวนำถุมแห่งสุโขทัยศรีสัชนาลัย

เมื่อพ่อขุนบางกลางหาวมีบทบาททางการเมืองมากขึ้นในสุโขทัย และใกล้ชิดกับเมืองทางทิศตะวันตกอย่างแคว้นสุพรรณภูมิ (พุทธเถรวาท) มากขึ้นเรื่อย ๆ ขอมสบาดโขลญลำพงจึงต้องเข้ามา “จัดแจง” อำนาจในสุโขทัยศรีสัชนาลัยเสียใหม่ ด้วยการเข้ายึดเมืองทั้งสอง นำไปสู่สงครามชิงเมืองคืนโดยความร่วมมือระหว่างพ่อขุนบางกลางหาวกับพ่อขุนผาเมือง เพื่อขับไล่ขอมสบาดโขลญลำพง และประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด

ความพ่ายแพ้ของขอมสบาดโขลญลำพง เสมือนเครื่องยืนยันการสิ้นสุดของลัทธิมหายานในแคว้นสุโขทัยศรีสัชนาลัยอย่างสมบูรณ์ โดยไม่หวนกลับมาอีก

จริง ๆ แล้วการยกย่องพุทธศาสนาที่ไม่ใช่มหายานเป็นประเพณีของบ้านเมืองในดินแดนสยามมาช้านานก่อนมีเมืองสุโขทัย เช่น เมืองอู่ทอง (จังหวัดสุพรรณบุรี) เมืองคู่บัว (จังหวัดราชบุรี) เมืองนครชัยศรี (จังหวัดนครปฐม) อันมีพัฒนาการมาแต่สมัยทวารวดี

แต่กรณีของสุโขทัยถือเป็นจุดตัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเกิดขึ้นในห้วงเวลาที่อิทธิพลทางการเมืองและศาสนาจากแผ่นดินกัมพูชาเริ่มเสื่อมถอย และรัฐเกิดใหม่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับสุโขทัยอย่างล้านนา ล้านช้าง ตลอดจนกรุงศรีอยุธยา ล้วนละทิ้งลัทธิมหายานและฮินดูของอาณาจักรขอมแห่งเมืองพระนครกันทั้งสิ้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สุจิตต์ วงษ์เทศ. (2539). แคว้นสุโขทัย : รัฐในอุดมคติ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน.

ไมเคิล ไรท. (2559). ยุคมืดของประวัติศาสตร์ไทย หลังบายน พุทธเถรวาท การเข้ามาของคนไท. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 สิงหาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุโขทัยทิ้ง “มหายาน” ยกย่องเถรวาท มูลเหตุสงครามกับขอมสบาดโขลญลำพง?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...