โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปศุสัตว์ลงพื้นที่เชิงรุกเฝ้าระวังการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดง จ.สระแก้ว

77kaoded

อัพเดต 21 ส.ค. 2568 เวลา 13.26 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2568 เวลา 06.25 น. • 77Kaoded

สระแก้ว – ปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว นำทีมลงพื้นที่ตามมาตรการเชิงรุกเฝ้าระวังการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดง ในสถานประกอบกิจการด้านปศุสัตว์ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 20 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสัตวแพทย์ประหยัด เข่งค้า ปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว ร่วมกับด่านกักกันสัตว์สระแก้ว ปศุสัตว์อำเภอเมืองสระแก้ว และกลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว เข้าดำเนินการมาตรการเชิงรุกเฝ้าระวังการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงในสถานประกอบกิจการด้านปศุสัตว์ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ณ โรงฆ่าสัตว์เทศบาลเมืองสระแก้ว เลขที่ 99 ถนนเทศบาล 8 ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้วโดยดำเนินการสุ่มเก็บตัวอย่างปัสสาวะสุกรก่อนเข้าฆ่า จำนวน 4 ตัวอย่าง การสุ่มเก็บตัวอย่างปัสสาวะสุกร ครั้งนี้จากจำนวนสุกร 80 ตัว เพื่อตรวจหาสารเร่งเนื้อแดงตกค้างก่อนเข้าฆ่า ด้วยชุดทดสอบสารเร่งเนื้อแดงภาคสนาม ซึ่งผลการทดสอบให้ผลเป็นลบต่อสารเร่งเนื้อแดงทั้ง 4 ตัวอย่าง ไม่พบสารเร่งเนื้อแดง ดังกล่าว

นายสัตวแพทย์ประหยัด เข่งค้า ปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อเป็นการปราบปรามไม่ให้มีการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงในตลอดห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่การเลี้ยงของเกษตรกรในฟาร์ม การเฝ้าระวังในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ และการเฝ้าระวังสารเร่งเนื้อแดงตกค้างก่อนสัตว์เข้าฆ่า อีกทั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาและแหล่งผลิตของการเฝ้าระวังสารเร่งเนื้อแดง ณ สถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ได้ด้วย

ปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว กล่าวต่อว่า สารเร่งเนื้อแดง ถือเป็นสารต้องห้ามตามกฎหมายไทย เนื่องจากมีผลกระทบต่อสุขภาพ หากมีการสะสมในร่างกาย อาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่เป็นอันตราย โดยกรมปศุสัตว์ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนมาตลอด สารเร่งเนื้อแดงหรือสารกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ มีด้วยกันหลายชนิด ใช้เป็นตัวยาในทางการแพทย์ ช่วยขยายหลอดลมในผู้ป่วยโรคหอบหืดและหลอดลมอักเสบ มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจ

ถ้าสารดังกล่าวถูกนำไปผสมในอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ จะกระตุ้นให้มีการใช้พลังงานจากไขมัน ลดการสะสมของไขมัน เพิ่มการสะสมโปรตีนในกล้ามเนื้อ และช่วยเปลี่ยนไขมันให้เป็นกล้ามเนื้อ ทำให้มีปริมาณเนื้อแดงเพิ่มมากขึ้น ขายได้ราคาดีกว่า แต่เมื่อคนกินเนื้อแดงที่ปนเปื้อนเข้าไปในปริมาณมากจะทำให้มีอาการมือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ บางรายมีอาการเป็นลม มีอาการทางจิตประสาท และเป็นอันตรายมากสำหรับหญิงมีครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และผู้ป่วยโรคไฮเปอร์ไธรอยด์

ปัจจุบัน กรมปศุสัตว์ห้ามใช้สารกลุ่มนี้ในการผลิตอาหารสัตว์โดยเด็ดขาด และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดให้อาหารทุกชนิดมีมาตรฐาน โดยต้องไม่พบการปนเปื้อนของสารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ มีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัยตามหลักมาตรฐานสากล —————————– ภาพ/ทีม ปชส.สระแก้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...