โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คำถามสุดจี๊ด! แม่อย่าเป็นแบบ “มนุษย์ลุงมนุษย์ป้า” นะ

อีจัน

อัพเดต 28 มิ.ย. 2566 เวลา 06.15 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2566 เวลา 06.15 น. • อีจัน

ถึงอีจัน จากอีจันทร์

สวัสดีอีจัน สบายดีม้ายยยย นี่เราไม่ได้คุยกันนานมากแล้วนะ ก่อนอื่นชั้นต้องขอแสดงความยินดีกับเธอด้วยนะที่เริ่มสร้างโรงเรียนได้สำเร็จแล้ว แถมยังเป็นโรงเรียนสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษซึ่งมันดีงามน่าตื่นเต้นมากๆ เลยนะเธอ ส่วนตัวฉันก็จะขออัพเดตให้ฟังนะว่าตอนนี้ลูกลูกของฉันโตกันหมดแล้วนะเธอ ลูกคนโต 20 แล้วจ้า คนเล็ก 15 แล้วนะ เป็นวัยรุ่นกันเต็มตัวเลยจ้า

นี่..อีจัน วันนี้ฉันจะเม้าท์ให้ฟังนะ มีอยู่วันหนึ่งนะ ชั้นกะลูกลูกไปเที่ยวนอกบ้านกันและไปเจอมนุษย์ป้าท่านหนึ่ง แล้วต่อด้วย “มนุษย์ลุง” อีกท่านหนึ่ง ลูกลูกของฉันถึงกับส่ายหัวให้กับ “ความมนุษย์ลุงมนุษย์ป้า” สองท่านนั้น…แล้วลูกลูกก็หันมามองฉัน

ลูก: แม่ แม่อย่าเป็นแบบ “มนุษย์ลุงมนุษย์ป้า” นะ

แม่ : ขอคำขยายความที หมายถึงเช่นไรฮะคุณลูก

ลูก : ก็แบบ ไม่สนใจโลก ไม่สนใจใครเลย โลกหมุนรอบตัว

แม่ : อ่าาา …ถ้าวันหนึ่งในอนาคต แม่เป็นถึงขั้นนั้นก็ช่วยเตือนกันด้วยนะคะ ว่าแต่ลูกรู้ไหมว่า…อีกมุมหนึ่งที่แม่อยากคิดออกมาดังดังให้ลูกได้ยินก็คือ…กว่าที่คนคนหนึ่งจะเป็นมนุษย์ป้ามนุษย์ลุงได้เต็มขั้นแบบ “แกร่ง_ทะยาน_ไม่_เกรง_ใจ_ครายยย …” คนนั้นเค้าก็ต้องมีข้อดีส่วนนึงเลยนะก็คือคุณลักษณะที่เรียกว่า “ช่างแม่ง”

ลูก : มนุษย์ลุงมนุษย์ป้าช่างแม่งมากเกินไปไงแม่ … มันถึงดูน่าอึดอัดรำคาญ

แม่ : คือความมนุษย์ลุงมนุษย์ป้าเกินเบอร์ก็น่าอึดอัดรำคาญในความไม่เกรงใจใครแหละ…แต่ส่วนมนุษย์ลุงมนุษย์ป้าตัวน้อยน้อยที่ไม่เกรงใจคนอื่นแบบพอดีพอดีนี่ก็มีความน่าสนใจจริงๆ นะ ลูกลองคิดดูสิว่ากว่าเราจะคิดเรื่อง “ช่างแม่ง” ได้นี่ก็นานนะ อย่างตอนแม่เป็นสาวมากๆ แม่ก็จะรู้สึกเอาคนอื่นเป็นที่ตั้ง เกรงอกเกรงใจ คิดว่าคนโน้นคนนี้จะมองเราอย่างไรนะ แต่พอแม่เป็นสาวน้อยลง ก็เริ่มเข้าใจคำว่า “ช่างแม่ง” นี่ล่ะ มันคือความเป็นอิสระทางความคิดไง

ลูก : คนไทยก็เป็นแบบนี้กันทุกคนแหละแม่ เราถูกฝึกมาให้เกรงใจคนอื่น

แม่: จริงเลย คือฝึกให้เกรงใจผู้อื่นก็ดีและจำเป็น เพราะการได้รับอิสระอย่างมีขอบเขตจะทำให้เราอยู่ในสังคมได้อย่างมีสงบสุข แล้วลูกรู้ไหมว่ามันมีวิธีฝึกอีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า “ทักษะชีวิต” ซึ่งฝึกได้ตั้งแต่วัยตัวจิ๋วหนึ่งขวบสองขวบกันเลยทีเดียว

ลูก : รู้จักสิแม่ เรียนตั้งแต่ มอ.4 ที่ UWC Isak Japan วิชาชื่อ Leading Self & Leading Others

แม่ : เออเออ ใช่ นั่นแหละลูก งานวิจัยก็บอกเลยว่าประเทศอื่นๆ เค้าสอนเรื่อง Leading Self กันเยอะมากและสอนค่อนข้างเร็วตั้งแต่ตัวจิ๋วเพื่อเตรียมและสร้างให้เด็กมีทักษะชีวิต ส่วนในประเทศไทยพบงานวิจัยส่วนใหญ่จะเอ่ยถึงเรื่องนี้ตอนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา แต่ก็ใช้เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาซะส่วนใหญ่ คือช้าไปนิด แต่ก็ดีกว่าไม่มีเลยนะ

ลูก : อ่าก็จริง แล้วไงต่ออ่ะแม่ แก้ไงดี

แม่: แก้ได้ด้วยความรัก อิอิ

ลูก : เกาหลีเกาใจมากแม่ เอาจริงก่อน!

แม่ : อ่ะเคร เข้าเรื่องจ้ะ ก็คือ..ใช้ความรักของผู้ดูแลเลี้ยงดูเด็กเล็กเด็กจิ๋วของเรา ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างเป็นต้นแบบไปเลย ทำได้ 2 ทาง ทางแรกคือเริ่มจากในครอบครัว ทางที่สองคือจากที่โรงเรียน

ลูก : น่าสนใจ เล่าต่อเลยแม่

แม่ : ครั้งหน้าแม่มาเล่าต่อ วันนี้ขอแม่ทานหมูกะทะอย่างตั้งใจก่อนนะลูกนะ เดี๋ยวไปคุยกับเพื่อนเค้าไม่รู้เรื่องแล้วจะกลายเป็นมนุษย์ป้ามนุษย์ลุงตกยุคไปซะจริงๆ คริคริ

ลูก : อ่ะเครเลยแม่

อ่ะ นี่แหล่ะอีจัน!! เรื่องของบทสนทนาตอนนี้มันก็ปังเช่นนี้แล คราวหน้ามาเล่าต่อนะเธอจ๋า คือที่ฉันเล่ามายาวก็เพราะอยากถามว่าเธอว่าไง เห็นด้วยป่าว อยากชวนแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันจ้ะ อีจัน

ลอร่า ศศิธร วัฒนกุล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...