โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จริงหรือไม่ ? การเคี้ยวอาหารช้าๆ ช่วยลดน้ำหนัก และต่อสู้กับโรคอ้วนได้

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 22 มิ.ย. 2566 เวลา 08.43 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2566 เวลา 08.41 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหาร

'กินช้าๆ ไม่ต้องรีบ' ประโยคที่ได้ยินตั้งแต่เด็กจนโต เพื่อเป็นการแนะนำให้เคี้ยวอาหารช้าๆ เพราะการเคี้ยวให้ละเอียดนั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญต่อการดูแลรักษาสุขภาพของทางเดินอาหาร

จริงหรือไม่ ? การเคี้ยวอาหารช้าๆ ช่วยลดน้ำหนัก และต่อสู้กับโรคอ้วนได้

ประโยชน์ของการเคี้ยวอาหารให้ละเอียด
การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดมีส่วนช่วยให้กระเพาะอาหารทำงานหนักน้อยลง ย่อยได้ดีขึ้น และดูดซับสารอาหารได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดจากการรับประทานอาหาร อีกทั้งยังช่วยเพิ่มอัตราการไหลเวียนของเลือดไปยังกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ดี ทำให้ระดับฮอร์โมนในลำไส้ที่ส่งผลต่อความหิวและความอยากอาหารน้อยลง
(สามารถอ่านต่อได้ที่ : https://www.gourmetandcuisine.com/stories/detail/1977) ทำไมการเคี้ยวช้าๆ ถึงเผาผลาญแคลอรีได้ดีขึ้น ?
งานวิจัยเบื้องต้นกล่าวว่าการกินช้าๆ จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญแคลอรีในระหว่างการย่อย มีผลต่อการควบคุมอาหาร อาจทำให้กินได้น้อยลงจึงช่วยลดน้ำหนักได้ ในขณะที่การกินเร็ว ร่างกายแทบไม่มีการเผาผลาญแคลอรีเลย จึงสรุปได้ว่าผู้ที่กินอาหารช้ามีอัตราการเพิ่มของน้ำหนักน้อยกว่าผู้ที่กินเร็ว

จริงหรือไม่ ? การเคี้ยวอาหารช้าๆ ช่วยลดน้ำหนัก และต่อสู้กับโรคอ้วนได้

นอกจากนี้การรับประทานอาหารช้าๆ ยังมีส่วนช่วยให้ผู้กินมีสติในการกิน สามารถเรียนรู้และปรับความรู้สึกอิ่มของตัวเองได้ดีมากขึ้น ในทางกลับกันการกินเร็วอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค อาทิ ความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด และคอเลสเตอรอลสูง เพราะการกินเร็วเท่ากับเคี้ยวไม่ละเอียด อาหารได้รับการบดน้อยมากๆ ก่อนลงไปสู่กระเพาะและลำไส้ ทำให้อวัยวะส่วนนั้นทำงานหนัก จนนำไปสู่อาการอาหารไม่ย่อย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตของแบคทีเรียในลำไส้ ทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือที่มากกว่านั้นอาจส่งผลให้เกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารอื่นๆ ตามมา เช่น กรดไหลย้อน โรคกระเพาะ และอาหารเป็นพิษ แหล่งข้อมูล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...