โผล่อีก หนุ่มโวยจองตั๋วมินิบัสล่วงหน้า ได้นั่งเก้าอี้เสริม คนเต็มคัน เบียดแน่นรถ
หนุ่มโวยจองตั๋วเที่ยวเกาะเสม็ดล่วงหน้า 2 วัน กลับได้นั่งเก้าอี้เสริม ซ้ำยังไม่มีเข็มขัดนิรภัย ลั่นถ้าเที่ยวไทยเสี่ยงขนาดนี้ เที่ยวเมืองนอกคุ้มกว่าเยอะ
วันที่ 6 มิ.ย. 66 นายสมเกียรติ (ขอสงวนนามสกุล) เปิดเผยกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ หลังไปเที่ยวเกาะเสม็ด ขากลับ กรุงเทพฯ จองตั๋วรถมินิบัสไว้ล่วงหน้า กลับได้นั่งเก้าอี้เสริม ไม่มีมาตรฐานความปลอดภัย ว่า วันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตนเดินทางไปเที่ยวเกาะเสม็ดแบบแบ็กแพ็กเองเป็นครั้งแรก เนื่องในวันหยุดยาว 3 วัน เดินทางโดยรถมินิบัส 20 ที่นั่ง จากหมอชิตไปท่าเรือเกาะเสม็ด โดยขาไปตนเองได้วอล์กอินเข้าไปเลย ไม่ได้จองตั๋วก่อนล่วงหน้า แต่พบว่าต้องรอรถนาน จึงตัดสินใจที่จะจองตั๋วรถขากลับล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย. 66 เพราะคิดว่าช่วงวันหยุดยาวน่าจะใช้บริการกันเยอะ
ต่อมาวันที่กลับกรุงเทพฯ นั่นคือวันที่ 5 มิ.ย. ก็พบว่ามีคนซื้อตั๋วจำนวนมาก และสุดท้ายตนต้องมานั่งเก้าอี้เสริมกลางคันรถที่ถูกติดตั้งกับตัวรถไว้อยู่แล้ว ตนต้องจำใจนั่งเก้าอี้เสริมดังกล่าวพร้อมกับผู้โดยสารอีก 4 คน ซึ่งพนักงานของรถเองไม่มีการจัดคิวขึ้นรถ เรียกว่าใครเบียดได้ก็ได้นั่ง ยอมรับว่าตลอด 3 ชั่วโมงที่นั่งเก้าอี้เสริมนั้นลำบากมาก เพราะต้องคอยแบกสัมภาระไว้บนตัก ในขณะที่ผู้โดยสารรายอื่นสามารถเก็บสัมภาระไว้ด้านบนที่นั่งได้
อีกทั้งยังอึดอัด ขยับไปไหนไม่ได้ และที่สำคัญคือไม่มีเข็มขัดนิรภัย ซึ่งควรเป็นพื้นฐานของรถโดยสารสาธารณะ ตนไม่ทราบว่าเก้าอี้เสริมเช่นนี้เป็นเรื่องปกติ หรือ รถทำเองโดยพลการ ซึ่งแบบนี้ผิดกฎหมายแน่นอน อีกประเด็นหนึ่งคือพนักงานบนรถไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีผู้โดยสารเกินมา ตอนนั้นรถต้องออกตามเวลาแล้ว ผู้โดยสารก็ต้องการเดินทางตามเวลาที่จองไว้ จึงต้องนำเก้าอี้เสริมออกมาให้นั่ง
ตนคิดว่าตามหลักแล้ว ถ้าผู้โดยสารซื้อตั๋วเต็มที่นั่งของรถบัสแล้ว ไม่ควรจะจำหน่ายตั๋วเพิ่มแล้วเสริมที่นั่งให้ แต่ควรจะแนะนำรถรอบอื่น หรือไม่ก็เพิ่มรอบเที่ยววิ่งเพื่อรองรับคนได้เพียงพอ หวังว่าทางสำนักงานขนส่งทุกจังหวัด จะมีมาตรการเพิ่มความปลอดภัย และความสบายใจในการเดินทางของผู้โดยสารมากขึ้น
สุดท้ายนี้ตนอยากให้กรมขนส่งฯ จัดการปัญหาแบบนี้ให้เด็ดขาดสักที ส่วนตัวคิดว่าถ้าจะเที่ยวเมืองไทยแล้วมันลำบากขนาดนี้ ตนยอมเก็บเงินเพิ่มอีกหน่อยไปเที่ยวต่างประเทศที่ระบบขนส่งดี ๆ ยังคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากกว่า มาเจอเหตุการณ์เช่นนี้บอกได้เลยว่าไม่คุ้มเงิน และไม่คุ้มที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยงเพราะไร้มาตรฐานความปลอดภัย และตนคงจะเข็ดกับการเดินทางโดยรถสาธารณะแบบนี้แล้ว ให้มันเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายจะดีกว่า