โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตร.จราจรกลางช่วยหนุ่มวัย 40 ปีโดนอุ้มคาด่านตรวจเมาจับ 5 ผู้ต้องหาพร้อมปืน 6 กระบอกกระสุนเพียบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 มิ.ย. 2566 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2566 เวลา 06.50 น.

ตร.จราจรกลางช่วยหนุ่มวัย 40 ปีโดนอุ้มคาด่านตรวจเมาจับ 5 ผู้ต้องหาพร้อมปืน 6 กระบอกกระสุนเพียบ

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ พ.ต.อ.จามร ทองพรรณ ผกก. 1 บก.จร. พ.ต.ท.ประวิทย์ ภูเงินงาม ผู้ควบคุมด่าน และ ร.ต.อ.ชาญชัย เพ็ชรคง หัวหน้าชุดนำกำลังงานสายตรวจ 1 กก.1 บก.จร.ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ถนนร่มเกล้า เขตมีนบุรี กทม. เขตพื้นที่ สน.มีนบุรี มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 2 คัน คันแรกรถยนต์โตโยต้า รุ่นยาริส สีแดง ทะเบียน 8 กถ 2881 กทม. และรถยนต์นั่งเชฟโรเลต รุ่นโซนิค ทะเบียน 2 กก 9040 กทม. ขับเข้ามาในด่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้ลดกระจกลง โดยพบว่าบุคคลภายในรถคนหนึ่งทราบชื่อภายหลังว่านายอุเทน (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้เสียหายร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาจับตัวมาและมีผู้ต้องหาบางคนพยายามลงจากรถเพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงช่วยกันจับกุมและควบคุมตัวไว้คือนายอนุกูล ยิ้มอาสา อายุ 41 ปี นายอาทิตย์ มหาคีตะ อายุ 41 ปี นายเอกพงษ์ ทองคำ อายุ 37 ปี นายมนตรี คลังสมบัติ อายุ 37 ปี และนายวิษณุ มาหาคีตะ อายุ 33 ปี ก่อนนำรถเข้าจอดชิดขอบทาง เพื่อตรวจค้นพบอาวุธปืนของกลาง 6 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 107 นัด อยู่ในกระเป๋าเป้และอาวุธปืนบางกระบอกวางอยู่ที่เบาะภายในรถ จึงนำกลุ่มผู้ต้องหาพร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี

นายอุเทน ผู้เสียหายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังนั่งทานข้าวอยู่ที่ร้านอาหาร ย่านร่มเกล้า ระหว่างนั้นได้ยินเสียงคนร้องให้หลบๆ จากนั้นมีชายคนร้าย 2 คน ชักอาวุธปืนออกมาเดินตรงมาขณะนั้นตนงงว่าเกิดอะไรขึ้น มีเพื่อนเข้ามาพยายามช่วยห้ามแต่กลุ่มผู้ต้องหาลากตนขึ้นไปบนรถโดยผู้ต้องหา 1 ใน 5 เป็นคนที่ตนรู้จักเพราะเคยนับถือเป็นพี่เป็นน้องกันมาก่อน แต่ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งอะไรรุนแรง โดยกลุ่มผู้ต้องหาบอกว่าจะนำตนไปฆ่าให้ตาย ตอนนั้นคิดว่าต้องตายแน่เพราะถูกอุ้มลากขึ้นไปบนรถ กระทั่งมาเจอด่านตรวจ จึงร้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ทำให้รอดมาได้

สอบสวนทั้งผู้เสียหายและผู้ต้องหาให้การตรงกันว่าต่างรู้จักกัน โดยผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกาย แล้วพาขึ้นรถมา มีผู้ก่อเหตุขับรถมาด้วยกัน 2 คัน รวมทั้งหมด 5 คน แต่ทั้งหมดยังไม่ยอมให้การในรายละเอียด เพียงแต่บอกว่ารู้จักกัน แต่มีการเขม่นกันเรื่องคำพูดจาที่ไม่เข้าหู โดยขณะผู้เสียหายบาดเจ็บเจ้าหน้าที่นำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล ทางญาติผู้เสียหายเข้าแจ้งความเรื่องการทำร้ายร่างกายและการกักขังหน่วงเหนี่ยว ที่ สน.ร่มเกล้า ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุไว้แล้ว ในส่วนของ สน.มีนบุรี จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 5 เกี่ยวกับความผิดเรื่องปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และเรื่องการใช้ทะเบียนรถยนต์ปลอม

พ.ต.อ.ชนาวิน พวงเพชร รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการก่อเหตุที่แน่ชัดเพราะหลังเกิดเหตุผู้เสียหายยังไม่มาให้การกับพนักงานสอบสวน แต่จะมาพบภายในวันนี้ ส่วนผู้ต้องหายังคงปฏิเสธไม่ยอมให้การใด มีเพียงข้อมูลจากบันทึกจับกุมของตำรวจจราจรกลาง จึงต้องรอสอบรายละเอียดจากผู้เสียหายเพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาประกอบกัน ส่วนรายละเอียดเบื้องต้น รับรายงานว่ากลุ่มผู้ต้องหา 5 คน ไปพาตัวผู้เสียหายจากร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ สน.ร่มเกล้า ก่อนขึ้นรถของผู้ต้องหามา 2 คัน โดยผู้เสียหายนั่งมาในรถเชฟโรเรตสีขาว ส่วนอีกคันมีกลุ่มผู้ก่อเหตุขับมาเพียงคนเดียว พอถึงจุดที่ตำรวจจราจรกลางตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ผู้เสียหายจึงขอความช่วยเหลือ ซึ่งบริเวณนั้นมีรถติดเป็นแถวยาว ทำให้ผู้ก่อเหตุนำรถออกไม่ได้ จึงลงจากรถและวิ่งหลบหนี ก่อนถูกตำรวจตามไปรวบตัว และพบปืนที่พกไว้ติดตัวและในรถ ขณะนี้กำลังตรวจสอบถึงที่มาของอาวุธปืนและหาความเชื่อมโยงอื่น ๆ

พ.ต.อ.ชณาวิน กล่าวอีกว่าส่วนคดีความตอนนี้ สน.มีนบุรี เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวที่ผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สน.ร่มเกล้า ขณะนี้ยังต้องรอตรวจสอบ และยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดกับผู้ก่อเหตุ ยังคงต้องรอสอบปากคำ และเบื้องต้นยังไม่ทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุกับผู้เสียหายรู้จักกันมาก่อนหรือไม่

คดีนี้พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี จะเป็นผู้รับผิดชอบทำคดี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่จับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้ แม้ว่าการก่อเหตุจะเกิดขึ้นในพื้นที่ สน.ร่มเกล้า ก็ตาม ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้สรุปสาเหตุ และยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหากับกลุ่มผู้ก่อเหตุ เนื่องจากต้องรอสอบปากคำคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ให้ได้ข้อเท็จจริง ก่อน ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุยังไม่ยอมให้การ ส่วนผู้เสียหายได้นัดมาให้ปากคำในวันนี้ ซึ่งเมื่อสอบปากคำแล้วเสร็จก็จะพิจารณาแจ้งข้อหาต่อไป

ด้านแม่ของนายวิษณุ และนายอาทิตย์ 2 ใน 5 ผู้ต้องหาอุ้มชายจากร้านอาหารย่านร่มเกล้า เดินทางมาเยี่ยมลูกที่ถูกคุมขังอยู่ในโรงพัก พร้อมเปิดเผยว่า นายวิษณุ ลูกชายคนเล็กตนมีอาชีพทำนาและร้านอาหาร ส่วนนายอาทิตย์ ก็เลี้ยงปลาและทำร้านอาหาร รวมถึงอู่รถซิ่ง แต่เพิ่งทราบว่าลูกๆ มีปืนหลังเมื่อช่วงตี 3 ที่ผ่านมาลูกคนเล็กแจ้งว่าตำรวจจะไปเก็บปืนที่บ้าน ซึ่งเป็นปืนมีทะเบียน แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้พบลูก โดยทนายความได้เข้ามาพบแล้ว จากนี้ยังไม่ทราบว่าจะทำอะไรต่อเพราะทราบว่าลูกโดนคดีปืนเท่านั้น ส่วนผู้เสียหายก็ไม่ได้รู้จักกัน ทั้งนี้ลูกๆ ตนเป็นคนใจเย็น ที่บ้านมีแต่คนรัก โดยนายวิษณุ ยังกลัวเลือดขนาดเคยให้เลือดตนแล้วช็อก ซึ่งปกติแล้วจะมีเพื่อนๆ ของลูกเข้ามากินเหล้าที่บ้านเขาบ้าง แต่ยืนยันไม่รู้จักนักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพล ยกเว้นกำนันผู้ใหญ่บ้านเพราะตนเป็น อสม.ต้องช่วยเหลือประชาชน

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เดิมทีนายนุกูล หรือ จิ้น หนึ่งในผู้ก่อเหตุอุ้มนายอุเทน หรือยุ้ย ผู้เสียหาย รู้จักนับถือกันเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องเพราะเรียนสถาบันอาชีวะเดียวกันในย่านบางกะปิ โดยนายนุกูลเป็นหัวโจกก่อเหตุอุ้มครั้งนี้ ซึ่งที่ผ่านมา ทั้งคู่เคยเดินติดตามนักการเมืองมาหลายปี โดยนายนุกูล ได้พานายอุเทนซึ่งเป็นรุ่นน้องเข้าวงการนี้ แต่ 2-3 ปีให้หลังนายนุกูลได้ออกจากวงการไป และนายอุเทน เข้ามาแทนที่ กระทั่ง 2-3 วันก่อน นายนุกูลไปยึดปืนรุ่นน้องนักเรียนช่างเทคโนโลยีบางกะปิ จึงไปขอความช่วยเหลือจากนายอุเทนให้เอาปืนคืนจากนายนุกูล แต่นายนุกูลได้เรียกเงินค่าไถ่ปืน 10,000 บาท แต่ตกลงกันไม่ลงตัว และท้ายสุดปืนก็ถูกเอาไปคืนแล้วโดยไม่ต้องเสียเงิน จึงทำให้เกิดความบาดหมางกัน

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า นายอุเทน ผู้เสียหาย ยังเป็นทีมงานผู้ติดตามของนักการเมืองชื่อดังในพื้นที่ร่มเกล้า-ลาดกระบัง และเคยตกเป็น 1 ใน 4 ผู้ต้องหาคดีร่วมกันก่อเหตุอุ้มพ่อแม่ลูกขณะกำลังไปโรงเรียนที่ ตำบลนาอาน อำเภอเมืองเลย โดยเหตุเกิดวันที่ 17 มกราคม 2561 ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...