โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

The Pinnacle Leadership Program จัดเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ หลักสูตรที่ตั้งขึ้นเพื่อสร้างรากฐานให้ผู้นำกลายเป็นผู้นำระดับตำนาน

TOJO NEWS

อัพเดต 09 มิ.ย. 2566 เวลา 17.20 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2566 เวลา 10.18 น. • Admin_Tojo_Nook

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมกับบริษัท ดูเรียน คอร์ปปอเรชัน จำกัด จัดงานเปิดหลักสูตร "The Pinnacle Leadership Program by L-NET (PLP)" ณ โรงแรมแลงคาสเตอร์

The Pinnacle Leadership Program by L-NET (PLP) หลักสูตรวิทยาการพัฒนาผู้นำระดับสูงอย่างยั่งยืน (วพส.) เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่มีความเข้มแข็งทางด้านวิชาการพร้อมกับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ และ บริษัท ดูเรียน คอร์ปปอเรชัน จำกัด (DURIAN) ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างระบบนิเวศน์ นวัตกรรมและการบริหารจัดการหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง ที่มีประสบการณ์ทั้งในประเทศ และระดับนานาชาติ ร่วมกันพัฒนาหลักสูตร PLP ซึ่งประกอบไปด้วย 6 Modules หลักในการเรียนรู้ ที่ออกแบบเนื้อหาเฉพาะเพื่อพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นสุดยอดผู้นำที่เป็นตำนาน เป็นผู้บริหารระดับแนวหน้าของประเทศ พร้อมด้วยการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จริงจากเหล่าผู้นำระดับสูง จากหลากหลายแวดวง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต รองศาสตราจารย์ ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้มากล่าวเปิดงาน ในช่วง The Pinnacle Leadership Welcoming โดย รศ.ดร.ศิโรจน์ กล่าวว่าหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่จะสามารถพัฒนาตนเองและสร้างประสบการณ์ซึ่งกันและกัน จุดเริ่มต้นของหลักสูตรนี้ได้ให้ รศ.ดร.สุขุม เป็นประธานหลักสูตร และได้มีการสร้างรายวิชาใหม่ขึ้นมาว่าควรเรียนอะไรบ้าง และมองว่าสิ่งที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิตทำ คือการคิดที่ไม่เหมือนคนอื่น ถ้าเราไม่มีข้อมูล เราก็จะคิดอะไรไม่ออก ต้องทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับให้คิดบางอย่างออก และอันนั้นก็คือจุดหนึ่งที่เราเปลี่ยนแนวความคิดว่าทำไมต้องเป็นอธิการบดีคนเดียว จะมีคนอื่นมาช่วยไม่ได้หรอ ซึ่งมหาวิทยาลัยสวนดุสิตเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ใช้อธิการบดีมากกว่าหนึ่งคน โดยตำแหน่งในตอนนั้น รศ.ดร.สุขุม เป็นรองอธิการบดี แล้วต่อมาพัฒนาเป็นที่ปรึกษาอธิการบดี โดยผมและ รศ.ดร.สุขุม มีการคุยกันทุกวันเพื่อให้ได้ความรู้ใหม่ ๆ นี่ก็เป็นวิธีการพัฒนาหลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ขึ้นมา ทั้งด้านโหงวเฮ้ง ฮวงจุ้ย รวมถึงการพัฒนาบุคลิกภาพเพื่อใช้ในการแข่งขันกับมหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ ได้ “ถ้าเราเรียนรู้ด้วยกันบางครั้งก็ทำให้เกิดอะไรขึ้นมาได้ดีเหมือนกัน ก็อยากฝากว่าคนที่เข้าอบรมก็จะเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตเหมือนกัน คุณมีสิทธิ์ที่จะเรียนต่อในระดับปริญญาเอก ได้มีการเทียบโอนหน่วยกิตได้เช่นกัน” รศ.ดร.ศิโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย

รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ด้าน ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ทั้งหมด 6 Module ที่จะเรียนนี้มันตรงกับประเด็นที่ว่าคนเราจะหยุดนิ่งไม่ได้ การพัฒนาในที่นี้มันมากกว่า 2in1 หลายคนอาจบอกว่าอบรมแค่นี้จะได้อะไร สมัยนี้การอบรมที่นอกจากได้ความรู้แล้วในมุมรูปธรรมที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ อบรมจากตรงนี้เทียบโอนหน่วยกิตในปริญญาเอกได้กี่รายวิชา ได้กี่หน่วยกิต ประเด็นหนึ่งที่ท่านอธิการบดีพูดออกมาทั้งหมดเรารู้แล้วว่าไม่ใช่ราคาคุย เมื่อเป็นเช่นนั้นผมคิดว่าผมดูความคิดเห็นหลายส่วน และได้ยกตัวอย่างเช่น หมอรวีวัฒน์ที่บอกว่าองค์กรไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยผู้นำเพียงคนเดียวได้ แล้วก็ผู้นำที่ดีก็คือคนที่สามารถดึงศักยภาพของคนได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คืออธิการบดี ก็เห็นว่าผมมีศักยภาพที่สามารถดึงมาใช้ได้ ไม่ใช่สมบัติผลัดกันชมในตำแหน่งอธิการบดี เหมือนสุภาษิตที่ว่าความรู้อาจเรียนทันกันหมด ตอนนี้มันก็ล้ำหน้ากว่ากันไปอีก หลายคนก็บอกว่าถ้าปรับช้าสู้ไม่ได้ แต่ในสถานการณ์จริงก็คือว่าถ้าเราได้อยู่ด้วยกันตรงนี้ การพูดคุยก็สามารถสร้างเครื่อข่ายได้มากขึ้น สำหรับช่วงที่ร่างหลักสูตรตามหลักสูตรคนนั้นอาจจะเหมาะสมที่จะเป็นวิทยากรในช่วงนั้น แต่ตอนนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะ วิทยากรก็ย่อมเปลี่ยนได้ Module ต่าง ๆ ปรับได้ตามความเหมาะสมของเรา

ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

สำหรับช่วง The Pinnacle Talk ได้เชิญกรรมการและผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตรเข้ามาร่วมพูดคุยกับเหล่าผู้เข้าร่วม ถึงคำถามที่ว่า “ทำไมถึงทำหลักสูตรนี้” รศ.ดร.ชนะศึก นิชานนท์ กรรมการหลักสูตรและผู้ร่วมก่อตั้ง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า การเริ่มทำหลักสูตรนี้มีอยู่ 2 อย่าง มองว่าจุดแข็งของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตปีที่กำลังจะถึงเป็นการครบรอบ 90 ปี ที่เริ่มต้นจากโรงเรียนการเรือน ดูในเรื่องของบุคลิกภาพต่าง ๆ ที่พร้อมไปเป็นผู้นำของประเทศ เลยมองว่าถ้าผู้บริหารในปัจจุบันที่จะเป็นผู้บริหารได้อย่างยั่งยืนและถาวรควรจะเป็นอย่างไร หลักสูตรนี้จึงเป็นหลักสูตรที่จะสามารถกล่อมเกลาผู้นำ ให้เป็นสุดยอดของผู้นำ และส่งต่อให้กับทายาทคนต่อไปได้ สำหรับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เรามีความเข้มแข็งทางวิชาการโดยเฉพาะในเรื่องของ Soft Skills ส่วน บริษัท ดูเรียน คอร์ปปอเรชัน จำกัด เป็นแพลตฟอร์มที่ทำเรื่องของการอบรมที่มีชื่อเสียงระดับต้น ๆ ของประเทศไทย เมื่อสององค์กรนี้รวมกันจัดตั้งหลักสูตร และขอรับรองว่าหลักสูตรนี้ อัดแน่นด้วยเนื้อหาที่ทำให้ทุกท่านได้รับองค์ความรู้ เพื่อเป็นผู้บริหารต่อไปได้อย่างยั่งยืน

รศ.ดร.ชนะศึก นิชานนท์ กรรมการหลักสูตรและผู้ร่วมก่อตั้ง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ดร.เบญจวรรณ สุจริต กรรมการหลักสูตรและผู้ร่วมก่อตั้ง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า นอกเหนือจากความแข็งแกร่งในเชิงวิชาการทั้ง Soft Skills , Hard Skills รวมถึงเรื่องของการพัฒนาหลักสูตร ได้มีการเริ่มพัฒนาเมื่อต้นปีที่แล้ว กว่าเราจะได้ออกมาเข้มแข็งเหมือนปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด ๆ ที่ท่านจะได้รับฟังจากนี้ไปว่าในองค์ประกอบของ Module ต่าง ๆ นี้ สามารถที่จะเติมเต็มความเป็นผู้นำให้กับท่านได้อย่างไร และบอกเลยว่าหลักสูตรนี้สามารถที่จะเติมเต็มการเป็นผู้นำในอนาคต การที่เราจะต่อยอด สืบสาน แล้วก็สร้างผู้นำต่อไป เราคงไม่ได้อยากเป็นผู้นำที่อยู่โดยตำแหน่ง แต่จะเป็นตำนาน เพราะตำแหน่งอยู่ไม่นาน แต่ตำนานจะอยู่กับเราตลอดไป

ดร.เบญจวรรณ สุจริต กรรมการหลักสูตรและผู้ร่วมก่อตั้ง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

คุณโอฬาร วีระนนท์ กรรมการหลักสูตรและผู้ร่วมก่อตั้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ดูเรียน คอร์ปปอเรชัน จํากัดกล่าวว่า สำหรับผมมีอยู่ 2 จุด และได้ถามว่าเคยเจอไหมกับบางคนที่เก่งมาก แต่ว่าเรากลับไม่อยากทำงานด้วย เขาเข้ากับคนไม่เป็นเลย กับอีกคนหนึ่งที่สามารถประสานงานกับคนได้จากทุกทิศ แม้จะไม่ได้เก่งที่สุด แต่รู้ว่าคนที่เก่งที่สุดอยู่ตรงไหน และสามารถดึงคนเหล่านั้นมาทำงานด้วยได้ และได้ยกตัวอย่าง อาจารย์เทียนฉาย กีระนันทน์ บอกไม่มีทางที่ใครจะเก่งตลอดชีวิต คนเก่งคือคนที่เรียกว่าพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ และบอกว่าสำหรับการเป็นครูที่ดีมีหน้าที่แค่ 2 อย่างคือ กระตุ้นความกระหายใคร่รู้ และการค้นหาเพื่อเอาไปต่อยอด โลกยุคต่อไปจะไม่ใช่การสู้ด้วยปืน ไม่ได้สู้ด้วยอำนาจ แต่จะเป็นการสู้ด้วยปัญญา และการที่มีกัลยาณมิตรเยอะ ๆ ผมอยากทำหลักสูตรที่พี่ได้ทุกอย่างที่กล่าวมา และจะได้กัลยาณมิตรกลับไปด้วย

คุณบอม โอฬาร วีระนนท์ กรรมการหลักสูตรและผู้ร่วมก่อตั้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ดูเรียน คอร์ปปอเรชัน จํากัด

คุณกฎทอง บุญพรรคนาวิก กรรมการหลักสูตร ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารและบุคลิกภาพแบรนด์ กล่าวว่า ทุก ๆ คนเป็นผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตรค่ะยกเว้นดิฉัน โอ๋จะเป็นตัวแทนของทุกคนว่าถ้าจริง ๆ แล้วพวกเราเรียน เราก็อยากรู้อะไรและที่จริง โอ๋เองก็ทำคลาสอยู่แล้ว และก็จัดหลักสูตรอยู่แล้ว อยากจะบอกว่าอันนี้มันเป็น Solf Skill เรื่องการสื่อสารเรื่อง Branding ใคร ๆ ก็ต้องมี หมายความว่าทุกคนเป็นผู้นำอยู่แล้วในองค์กรของตนเอง เพียงแต่ว่าเราสามารถจับเพิ่มอะไรให้กับทุกท่านได้อีก คือทุกคนมีหมดแล้ว แต่เราจะเพิ่มไปอีกแปลว่าทุกอย่างอยู่ที่รายละเอียด และแต่ละรายละเอียดเท่านั้น ที่จะทำให้คนสำเร็จแตกต่างจากคนธรรมดา เพราะว่ารายละเอียดจะทำให้เราต่างกัน และที่สำคัญเลยคือเรื่องการสื่อสาร เราเป็นผู้นำ เราต้องสื่อสารกับลูกค้า กับคนในองค์กร เราต้องสื่อสารกับโลกใบนี้แล้วเราจะสื่อสารแบบไหน ต้องดูที่เอกลักษณ์เราที่เป็นมากกว่าคนอื่น แต่ในหลักสูตรนี้จะพูดเรื่องเหล่านี้ เราไม่ใช่แค่พูดเราจะทำให้ทุกท่านมีเอกลักษณ์ของตัวเองในแบบของตัวเอง และเป็นที่จดจำได้ในอุตสาหกรรมของท่าน ท่านจะต้องเป็นที่หนึ่งหรือเป็นอยู่แล้ว แต่เราจะทำให้ทุกคนได้จดจำท่านแบบว่า เช่น "อ๋อพี่บอมหรอ อันนี้โอ๋หรอ" โดยที่มันอยู่ในหลักสูตรนี้

คุณกฎทอง บุญพรรคนาวิก กรรมการหลักสูตร ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารและบุคลิกภาพแบรนด์

สำหรับเนื้อหาในหลักสูตรนี้จะแบ่งออกเป็น 6 Module หลักดังนี้
Module 1 : Mindset (Goals, Self Motivation, End in mind)
Module 2 : Skills (Communication, Negotiation, การอ่านใจคน, Manner, Coaching)
Module 3 : Personal Branding (The characteristics, Tools, Design, Personality)
Module 4 : Visions (Your own vision and Successor development)
Module 5 : Network (สร้าง - ขยาย - รักษา - ต่อยอด - ส่งต่อ) (How to build and Leverage network.)
Module 6 : Become legendary. (Holistic Health, Make a ripple)

สำหรับช่วงสุดท้ายของวันคือ ช่วง Panel Discussion : Become a Legendary โดย คุณวิเชฐ ตันติวานิช กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, คุณวรวุฒิ อุ่นใจ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ออฟฟิศเมท จํากัด (มหาชน) และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จํากัด (มหาชน) และ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) อดีตอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สามารถอ่านข้อมูลของช่วงสุดท้ายกันได้ที่ 3 ตำนานความสำเร็จ Speaker จากหลักสูตร The Pinnacle Leadership Program

ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่

Website : Thepinnacle, DurianCorp

Facebook : The Pinnacle Leadership Program , DurianCorp

#ThePinnacleLeadershipProgram #PLP

#SDUXDURIAN #SDU

#DURIAN #Becomealegendaryleader

#ศิโรจน์ผลพันธิน #สุขุมเฉลยทรัพย์

#ชนะศึกนิชานนท์ #เบญจวรรณสุจริต #โอฬารวีระนนท์ #กฎทองบุญพรรคนาวิก

#วิเชฐตันติวานิช #วรวุฒิอุ่นใจ #สุชัชวีร์สุวรรณสวัสดิ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...