ชีวิตยิ่งกว่านิยาย ครอบครัว ด.ญ.8 ขวบ แม่ติดเตียง พ่อเท้าเสีย 1 ข้าง แต่ละวันสุดลำบาก
ชีวิตยิ่งกว่านิยาย ครอบครัว ด.ญ.8 ขวบ แม่ติดเตียง พ่อเท้าเสีย 1 ข้าง แต่ละวันสุดลำบาก ขนาดพัดลมยังต้องใบลังกระดาษแทนใบพัด
วันที่ 6 ก.ค.66 จากกรณี นายณรงค์ บุญน้อย โพสต์เฟซบุ๊กขอความช่วยเหลือครอบครัวน้องอริส หรือ ด.ญ.อริสรา ศรีสม อายุ 8 ขวบ เด็กนักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนบ้านเหรียงงาม ต.เขาปู่ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง ว่าครอบครัวนี้ลำบาก จริงๆ พ่อเป็นอดีตทหารพราน โดนยิงที่ขาต้องออกจากทหารมารักษาอยู่บ้าน ตอนนี้อาการรักษาไม่ต่อเนื่องนํ้าในเส้นเลือดคั่ง
ส่วนแม่สู้ชีวิต ก่อนจะนอนติดเตียง แม่ขยันทำงาน ครั้งสุดท้ายได้ขึ้นต้นไม้รับจ้างเก็บผลไม้ แต่พลาดตกจากต้นไม้จนทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และลูกสาว 2 คน คนโตเพิ่งจะสอบเข้าได้ ม.ราชภัฎ นครศรีธรรมราช และคนเล็กเรียนชั้น ป.2 เรียนได้ระดับต้นของห้อง ถือว่าลูกทั้ง 2 เรียนเก่ง
ปัจจุบัน พ่อทำงานส่งลูกทั้ง 2 และดูแลภรรยาที่ติดเตียง ในแต่ละวันรับงานจ้างจากเพื่อนบ้าน โดยการตัดยาง หรือ ตัดหญ้า แต่ก็ไม่สามารถมีเงินใช้จ่ายพอ บวกกับบางวันเจ็บขาก็ไม่ได้ทำงาน หลังจากที่โพสต์ไป ก็มีคนใจบุญได้นำสิ่งของ และร่วมสมทบทุนตามศรัทธาให้ซื้อของ อุปโภคบริโภค และเครื่องใช้ในห้องนํ้า ของใช้ครัว ที่สำคัญคือ แพมเพิร์ส ที่ภรรยาต้องใช้ตลอด
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 230 หมู่ 6 ต.เขาปู่ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง พบว่าผู้ใจบุญที่ทราบข่าวต่างเดินทาง นำข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่มมาช่วยเหลือ โดย นายชัยวัตร ศรีสม อายุ 46 ปี ผู้เป็นพ่อ และนางเบญจพร ยุกตานนท์ อายุ 52 ปี ผู้เป็นแม่ เล่าว่า เมื่อก่อน เคยเป็นทหารพรานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
แต่ด้วยอุบัติเหตุปืนลั่นใส่ขาช่วงเดินลาดตระเวน เมื่อ 5 ปีก่อน จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนลาออกและกลับมาบ้าน โดยภรรยาเป็นคนดูแล แต่ช่วงปลายปีเดียวกัน ภรรยาไปช่วยเก็บลองกองหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว พลัดตกจากต้นลองกอง จนต้องนอนป่วยติดเตียง โดยก่อนที่จะไปขึ้นลองกอง หมอนัดตนผ่าตัดครั้งที่ 2 แต่ก็ไม่ได้ไปผ่าตัดเพราะต้องดูแลภรรยาและลูก โดยที่ถือไม้เท้าไว้ข้างหนึ่ง สุดท้ายตนก็ไม่ได้รักษา จนขาอักเสบจนถึงทุกวันนี้ ภรรยาก็ป่วยติดเตียง ชีวิตมันหนักจนบอกอะไรไม่ถูก
ขณะที่น้องอริส บางวันก็ไม่ได้ไปโรงเรียน หากวันไหนตื่นสายก็ต้องฝากญาติไป ซึ่งจะให้ปั่นจักรยานไปโรงเรียนก็กลัวรถ เพราะต้องข้ามถนนใหญ่ บางทีก็ต้องทำใจ อยู่บ้านน้องก็ช่วยดูแลแม่ เช็ดตัวหาอาหารให้ตลอด
ส่วนรายได้บางวันรับจ้างได้วันละ 200-300 บาท บางวันก็ไม่ได้เลย เพราะเจ็บขาไม่ได้ออกไปรับจ้าง มันเป็นชีวิตที่ท้อ รายได้หลักจากภรรยาที่ได้จากบัตรคนพิการ 800 บาท นั่นคือเงินประจำแต่ละเดือน แต่ไม่พอ โดยน้องอริส นั้นช่วงเลิกเรียนผู้ปกครองของเพื่อนได้จ้างให้สอนพิเศษแก่ลูกเขา โดยมอบเงินให้วันละ10 บาท เป็นค่าขนม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างเช่นพัดลมที่ใช้พัดให้ภรรยา ก็เป็นพัดลมเก่า และใช้ใบพัดลมที่ตัดด้วยกระดาษลังมาพัดเพื่อระบายความร้อน จนล่าสุด มีผู้ใจบุญช่วยอนุเคราะห์จัดชื้อพัดลมใหม่ให้ ส่วนไฟฟ้าที่ไม่มีเงินจ่าย ก็ถูกยกหม้อไฟไปแล้ว เหลือแต่สายและได้ต่อพ่วงมาจากบ้านหลังอื่นเพื่อนำมาใช้ และไม่รู้ว่าวันไหนจะถูกยกหม้ออีกเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าไฟ
ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ส่วนของไฟฟ้าล่าสุด ได้มีพลเมืองดีประสงค์จะจ่ายค่าไฟที่ค้างให้ และประสานไฟฟ้าติดหม้อแปลงให้ใหม่ เพราะหากไม่มีไฟฟ้า ทางครอบครัวก็จะลำบาก ทั้งอากาศร้อน ไม่มีแสงสว่างในยามค่ำคืน ส่วนครูและ ผอ.โรงเรียนบ้านเหรียงงาม กล่าวว่า น้องอริสเป็นเด็กขยัน และเก่ง คอยช่วยเหลือเพื่อนตลอด มาโรงเรียนร่าเริง เข้ากับเพื่อนได้ดี ถึงแม้ว่าครอบครัวของน้องจะมีความเป็นอยู่ที่ลำบาก แต่น้องยังสู้
หากใครอยากช่วยครอบครัวน้อง อริส สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 062-247-3837 หรือโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาศรีบรรพต ชื่อบัญชี นางเบญจพร ยุกตานนท์ เลขที่บัญชี 020047712711