โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มือฆ่าโบกปูนลูกบุญธรรม อ้างโมโหเด็กชอบลักของ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 04 ก.ค. 2566 เวลา 18.45 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2566 เวลา 11.44 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 4 ก.ค. – มือฆ่าโบกปูน รับสารภาพใช้ไม้เบสบอลกระหน่ำตีลูกบุญธรรมนับ 10 ครั้ง ก่อนอำพรางศพในถังน้ำแข็ง อ้างโมโหเด็กชอบลักของ ไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศ

จากกรณีตำรวจจับกุมตัวนายยุทธนา หรือ “แจ๊บ” อายุ 29 ปี ก่อเหตุฆาตกรรมลูกบุญธรรม วัย 12 ปี ต่อมาเวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่กก.สส.บก.น.2 และฝ่ายสืบสวนสน.บางเขน ควบคุมผู้ต้องหามาที่ห้องสืบสวน สน.บางเขน นายยุทธนา มีสีหน้านิ่งเฉย ไม่สะทกสะท้าน และไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนที่พยายามถามถึงเหตุผลในการลงมือ ก่อนจะถูกนำตัวเข้าไปสอบสวน โดยมี พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 สอบสวนด้วยตนเอง

พล.ต.ต.อรรถพล เปิดเผยหลังสอบสวนนายแจ๊บ ว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยเล่าเหตุผลอ้างว่าไม่พอใจเด็กที่ขโมยของจึงทำร้ายด้วยไม้เบสบอล ตีไปนับ 10 ครั้งจนแน่นิ่ง จึงลากร่างของน้องออกมาเพราะคิดว่าเสียชีวิตแล้ว ก่อนหน้านี้ นายแจ๊บมักจะทะเลาะกับเด็กและเคยใช้ไม้ตี แต่ไม่ใช่ไม้เบสบอล ส่วนการอำพรางศพผู้ต้องหาอ้างว่ากลัวความผิดจึงไปซื้อถังน้ำแข็งพลาสติก จากนั้นซื้อปูนและดินปลูกต้นไม้มาก่อเหตุอำพราง

ส่วนที่เด็กไม่สวมเสื้อผ้า นายแจ๊บอ้างว่าตอนก่อเหตุเสื้อผ้าเด็กเปื้อน ตั้งใจจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ แต่สุดท้ายไม่ได้ใส่ และปฏิเสธว่าไม่ได้คิดจะหั่นศพรวมถึงไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศ โดยตอนนี้ตำรวจพบเสื้อผ้าเด็ก ไม้เบสบอล และหลักฐานทั้งหมดแล้ว

ขณะที่จากการตรวจสอบประวัตินายแจ๊บพบมีประวัติการใช้ยาเสพติด ส่วนตัวเด็กหญิงที่เสียชีวิต ภรรยานายแจ๊บรับมาอุปการะ โดยไปขอกับแม่ของเด็กที่ จ.อุทัยธานี ตั้งแต่เด็กอายุราว 7 ขวบ อ้างว่าตั้งใจจะพามาส่งเรียน

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเสียชีวิตและซ่อนเร้นอำพรางศพ ขณะที่ภรรยาผู้ต้องหา ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และจะพิจารณาในภายหลัง ส่วนผู้หญิงที่เจออยู่ด้วยกันตอนถูกจับไม่ได้เกี่ยวข้องทางคดี.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...