โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ปลูก-พัฒนา ฟาแลนนอปซิส ไม้ขายง่าย ตลาดยังไปได้ดี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 09.02 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 09.02 น.

“ฟาแลนนอปซิส” เป็นกล้วยไม้ที่มีแหล่งกำเนิดตามธรรมชาติกระจายตัวอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดอกมีลักษณะเหมือนผีเสื้อกลางคืน ต่อมามีการปรับปรุงพันธุ์ให้สามารถเป็นกล้วยไม้กระถาง โดยจะเน้นเพื่อการตั้งโชว์ทั้งต้นและดอก มีส่วนน้อยที่จะปลูกเพื่อเป็นกล้วยไม้ตัดดอก ซึ่งการเจริญเติบโตจะขึ้นทางยอด มีลำต้นสั้น ใบกว้างมีลักษณะทรงรีหนาค่อนข้างอวบน้ำ มีใบติดอยู่กับลำต้น 5-6 ใบ รากมีขนาดใหญ่ ช่อดอกมีลักษณะช่อยาว จัดเรียงเป็นระเบียบ 2 แถว สีสันสวยสดงดงาม ก้านช่อดอกที่ยาวตรง ทำให้ดอกดูเด่นสง่า ดอกเมื่อบานอยู่ได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์

คุณสิทธิพร เทพกันไชย เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ชื่นชอบการปลูกกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส มีการนำไม้มาปรับปรุงสายพันธุ์ต่างๆ ตลอดไปจนถึงดูแลไม้เพื่อส่งเข้างานประกวด จึงทำให้ไม้ในสวนมีรางวัลการันตี เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ทำให้สามารถทำการตลาดได้ดี

ชื่นชอบกล้วยไม้ มาตั้งแต่สมัยทำงาน

คุณสิทธิพร เล่าว่า สมัยก่อนที่ทำงานประจำอยู่นั้นได้หาซื้อกล้วยไม้เข้ามาปลูกอยู่เสมอ เพื่อเรียนรู้และตกต่างบ้านเรือน เมื่อไม้มีจำนวนมากขึ้น ก็ได้มีการพัฒนาผลิตไม้ส่งเข้าประกวดงานต่างๆ จึงทำให้ในปี 2556 ได้มาทำสวนอย่างเต็มตัว และผลิตกล้วยไม้อีกหลายชนิดออกมาสู่ตลาด ซึ่งฟาแลนนอปซิสถือว่าเป็นอีกหนึ่งดาวเด่นที่เขาได้ทำการพัฒนาและสร้างรายได้มาจนถึงปัจจุบัน

“ฟาแลนนอปซิส ข้อดีของไม้ตัวนี้คือ ดอกเมื่อบานแล้วสามารถอยู่ได้นานเป็นเดือนๆ เวลาตกแต่งตั้งโชว์ก็สามารถอยู่ได้หลายพื้นที่ ตั้งแต่ในมุมบ้าน ตลอดจนพื้นที่อย่างออฟฟิศ เพราะกล้วยไม้ชนิดนี้ค่อนข้างที่จะชอบอากาศที่เย็นๆ พอออกดอกแล้ว 3 เดือน รอรอบใหม่อีกประมาณ 5-6 เดือน ดอกก็จะบานออกมาให้เห็นใหม่ ซึ่งสายพันธุ์ที่สวนก็จะมีทั้งซื้อเข้ามาจากที่อื่นและพัฒนาสายพันธุ์เองด้วย” คุณสิทธิพร บอก

เน้นพัฒนาไม้ให้สวย เพื่อส่งเข้างานประกวด

การขยายพันธุ์กล้วยไม้อย่างฟาแลนนอปซิส คุณสิทธิพร บอกว่า สามารถทำได้ด้วยกัน 2 วิธีคือ 1. การขยายพันธุ์ด้วยการผสมดอกให้ติดเป็นฝักออกมา และ 2. การขยายพันธุ์ด้วยการนำต้นไปปั่นเนื้อเยื่อ ถ้าหากต้องการให้ได้ลูกไม้ใหม่ก็จะทำการขยายพันธุ์ด้วยวิธีที่หนึ่ง เลือกต้นพ่อแม่พันธุ์ที่ต้องการนำมาผสมพันธุ์เข้าด้วยกัน โดยดูต้นที่มีความสมบูรณ์ที่สุดมาทำการผสม

“อย่างเราเลือกต้นที่จะนำมาพัฒนา จะเลือกต้นที่ต้องการมาผสมตามจินตนาการ อย่างสมมุติจะผสมดอกที่มีสีขาว ก็จะเลือกดอกสีขาวที่มีเกสรสีขาว มาผสมกับดอกที่มีเกสรสีชมพูหรือสีแดง เราก็จะพัฒนาไปแบบนี้เรื่อยๆ ตามที่เราต้องการ ลูกไม้ใหม่ที่ออกมา มันก็จะมีความหลากหลาย บางครั้งดอกหรือสีที่ได้ ก็ไม่ได้ดั่งใจเราเสมอไป ทุกอย่างมันก็อยู่ที่ช่วงจังหวะแต่ละครั้งนะครับ” คุณสิทธิพร บอก

หลังจากผสมดอกเสร็จแล้ว รอฝักให้แก่สมบูรณ์เต็มที่ใช้เวลาประมาณ 7 เดือน จึงนำเมล็ดที่ได้ไปเข้าห้องแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ โดยเมล็ดกล้วยไม้ที่เข้าไปเพาะในห้องแล็บใช้เวลาประมาณ 1 ปี 6 เดือน แล้วจึงนำกลับมาปลูกภายในสวน

เมื่อได้ไม้ขวดออกมาจากห้องแล็บแล้ว จะนำไม้ออกจากขวดด้วยการล้างวุ้นอาหารออกให้เรียบร้อย นำมาผึ่งไว้ในตะกร้าพร้อมทั้งพ่นยากันเชื้อราให้กับไม้ หลังจาก 1 เดือน เมื่อเห็นว่ารากของไม้เดินจนสมบูรณ์ จึงย้ายลงไปปลูกในกระบะที่มีหลุมอยู่ 15 ช่อง โดยใช้วัสดุปลูกจำพวกสแฟกนั่มมอสผสมกับมะพร้าวสับ

“ช่วงที่อยู่ในกระบะหลุม เราก็จะมีการดูแลรดน้ำ ใส่ปุ๋ยเกล็ดสูตรเสมอ 21-21-21 อัตราส่วนปุ๋ย 25 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ใส่ทุก 7 วันครั้ง สลับกับให้น้ำยาเร่งรากกับยากันเชื้อรา ดูแลอยู่ในช่วงนี้ 6-7 เดือน จากนั้นจะย้ายไปปลูกลงในกระถางขนาด 4 นิ้ว วัสดุปลูกยังเหมือนเดิมเป็นสแฟกนั่มมอสผสมกับมะพร้าวสับ หรือถ้ามีเปลือกสนจะใช้เปลือกสนก็ได้ หลังจากนั้นดูแลไปอีก 6 เดือน ไม้ก็จะสมบูรณ์พร้อมขายได้” คุณสิทธิพร บอก

ในเรื่องของโรคและแมลงศัตรูพืชนั้น คุณสิทธิพร บอกว่า หลังจากที่ไม้เริ่มออกยอดหรือแทงช่อดอกใหม่ออกมาให้เห็น ต้องหมั่นฉีดพ่นยาอยู่เป็นระยะ เพื่อป้องกันพวกเพลี้ยไฟ ไรแดง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนจะเป็นช่วงที่มีการระบาดหนักที่สุด

การพัฒนาไม้อยู่เสมอ ช่วยให้กล้วยไม้ขายง่าย

สำหรับการทำตลาดเพื่อขายกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส คุณสิทธิพร เล่าว่า ตลาดของกล้วยไม้สกุลนี้ถือว่าตลาดยังสามารถไปได้ดี เพราะลูกค้าที่ซื้อไปประดับส่วนใหญ่ชื่นชอบลักษณะไม้ที่แตกต่างกันไป ซึ่งการออกบูธนำไม้ไปขายยังงานเกษตรแฟร์ต่างๆ ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีทำให้ลูกค้ารู้จักสวนมากขึ้น โดยลูกค้าที่เคยซื้อไปแล้วเมื่อไม้เหล่านั้นดอกโทรมลง ก็จะให้ทางสวนเข้าไปบริการเปลี่ยนให้อยู่บ่อยครั้ง

โดยราคากล้วยไม้ฟาแลนนอปซิสที่ขายมีราคาตั้งแต่กระถางละ 600 บาท และแพงขึ้นไปก็จะมีราคาอยู่ที่ 1,000-2,000 บาทต่อกระถาง ส่วนต้นที่ผ่านการประกวดและได้รับรางวัลการันตี ราคาต่อกระถางจะอยู่ที่ 2,500 บาท โดยราคาจะถูกหรือแพงอยู่ที่ความสวยและจำนวนของดอกในกระถางนั้นๆ ส่วนสีของดอกลูกค้ามีความชอบตั้งแต่ดอกสีขาว หรือดอกสีขาวปากแดง และรองลงมาก็จะเป็นดอกสีชมพู

“ลูกค้าที่เข้ามาซื้อจะเลือกไม้ที่แตกต่างกันไป บางท่านที่ยังไม่อยากเล่นไม้ที่มีราคาแพง จะซื้อราคากลางๆ หลักร้อยไป หรือถ้าบางคนชำนาญแล้ว ก็จะซื้อในราคาหลักพันไปปลูก เพราะฉะนั้นคนจะประสบผลสำเร็จในไม้ตัวนี้ เรื่องใจรักถือว่าสำคัญมาก ถ้าไม่รักเราก็จะดูแลยาก เพราะต้นไม้ต้องใส่ใจดูแลในหลายๆ อย่าง เมื่อเราดูแลดี ดอกสวยๆ การสร้างรายได้ในอนาคตทำได้ไม่ยากครับ” คุณสิทธิพร บอก

สำหรับท่านใดที่สนใจในกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณสิทธิพร เทพกันไชย ณ ตลาดต้นไม้ออเงิน สุขาภิบาล 5 ใกล้เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์ 064-951-9296

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก 13 พฤษภาคม 2023

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปลูก-พัฒนา ฟาแลนนอปซิส ไม้ขายง่าย ตลาดยังไปได้ดี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...