โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซอฟต์เพาเวอร์ไทย จุดพลุ "ไอติมลายกระเบื้องวัดอรุณ" สุดปัง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 มิ.ย. 2566 เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2566 เวลา 01.29 น.
ศิริญญา หาญเผชิญโชค

นับเป็นความสำเร็จครั้งแรกของคนรุ่นใหม่ที่น่าภาคภูมิ และเป็นอีกหนึ่งสีสันของซอฟต์พาวเวอร์ไทย “ไอติมลายกระเบื้องวัดอรุณฯ” ที่นักท่องเที่ยวอยากลิ้มรสมากที่สุดในตอนนี้

เพราะถือเป็นประสบการณ์ใหม่ของการเดินทาง ท่ามกลางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กระดับชาติ

ณ วัดอรุณราชวราราม วัดโบราณที่สร้างในสมัยอยุธยา “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้สัมภาษณ์พิเศษ “ศิริญญา หาญเผชิญโชค” หรือ น้องน้ำตาล เป็นฉบับแรก เธอเป็นเจ้าของเพจ “Pop Icon ไอติม 3 มิติ”และผู้จุดประกายไอเดียไอศกรีมลายกระเบื้องพระปรางค์วัดอรุณฯ ที่กำลังถูกกล่าวขานถึงในวงกว้างทั้งโลกออฟไลน์และออนไลน์

“น้ำตาล” บอกว่า เธอดีใจมากกับโปรเจ็กต์แรกในชีวิตที่ทำได้สำเร็จและปังมากในช่วงเวลาไม่นาน ความยากคือต้องหาจุดบาลานซ์ (จุดสมดุล) ให้เจอ ยิ่งเลือกทำเกี่ยวกับวัดหรือโบราณสถานแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวัง เพราะเป็นเรื่องเซนซิทีฟต้องคิดไตร่ตรองเยอะกว่าปกติ กว่าจะออกมาเป็นงานไอศกรีมดีไซน์รูปโฉมใหม่

“ส่วนตัวตาลชอบรับประทานไอศกรีมเป็นของโปรด ชอบเรื่องท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเอาเเพสชั่นของตัวเองมารวมกันจนเกิดเป็นไอศกรีม 3 มิติ ลายกระเบื้องพระปรางค์วัดอรุณฯ

ด้วยความที่เรียนจบจาก Bachelor of Business Administration (BBA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเคยทำงานเกี่ยวกับมาร์เก็ตติ้ง ทำให้มีความรู้ด้านธุรกิจพอสมควร เมื่อจับทางได้แล้วก็ตัดสินใจทำเลย

ไอติมวัดอรุณ

“ป๊อปไอคอน ไอติม 3 มิติ” จึงเกิดขึ้น

ในความคิดของเธอ สถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับวัฒนธธรรมไทย ล้วนมีอยู่มากมายทั่วประเทศ แต่จะทำอย่างไรให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติได้ลงพื้นที่ เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ จับจ่ายใช้สอย พักอาศัย เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในแต่ละชุมชน และขยายวงเป็นเศรษฐกิจมวลใหญ่

แลนด์มาร์กสำคัญของประเทศไทย ส่วนใหญ่จะขายความเก่าแก่ ดั้งเดิม เป็นมรดกตกทอดที่ได้รับมา แต่อาจยังไม่มีบางสิ่งบางอย่างที่ดึงดูด ส่วนของที่ระลึกตามสถานที่ยังเป็นภาพเก่า เช่น พวงกุญแจ เเม่เหล็กติดตู้เย็น โปสต์การ์ด ฯลฯ ซึ่งไม่ได้เป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวมากนัก เธอจึงมองหาสินค้ามาเติมเต็มในจุดช่องว่างนี้

“วัตถุดิบล้ำค่าที่เรามีอยู่ ตอนนี้เหมือนตั้งเอาไว้เฉย ๆ ยังไม่ได้เกิดกระบวนการต่อยอดเท่าที่ควร เราจึงเอามาตีความใหม่ ทำให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เป็น creative economy” น้ำตาลกล่าวและว่า

เฉพาะเคสที่วัดอรุณฯ เราได้ทำรีเสิร์ชมากถึง 30-40 ครั้ง ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ก่อนตัดสินใจทำไอศกรีม แล้วพบว่า คนส่วนใหญ่ชอบมาถ่ายรูปกับ “พระปรางค์”แล้วก็นั่งเรือกลับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว สิ่งที่เป็นวัดอรุณฯนั้นมีอีกหลายอย่าง ที่สำคัญคือกระเบื้องลายดอกไม้ ซึ่งเกิดจากเอาถ้วยชามสังคโลก เครื่องลายคราม และกระเบื้องสีต่าง ๆ มาสร้างสรรค์เป็นดอกไม้บนองค์พระปรางค์

เธอจึงนำโจทย์ที่ตั้งข้อสังเกตมาตีความ แล้วทำเป็นไอศกรีมแท่ง รูปลายกระเบื้องฉลุ เป็นการนำประติมากรรมบนพระปรางค์มาสร้างสรรค์ให้เข้าถึงง่าย

ไอศกรีมลายกระเบื้องพระปรางค์วัดอรุณฯ จึงถูกตั้งชื่อว่า “Flower of Dawn” ซึ่งล้อกับ “Temple of Dawn” ชื่อของวัดอรุณฯ

ไม่เพียงลวดลายเท่านั้น รสชาติของไอศกรีมยังสะท้อนความเป็นไทย โดยมี 2 รส คือ “กะทิอัญชันอบควันเทียน” ที่มีสีฟ้า เหมือนเครื่องลายคราม รสชาติกะทิ เป็นส่วนประกอบหลักของอาหารไทยเกือบทุกเมนู และการอบควันเทียนเป็นภูมิปัญญาที่มีมาช้านาน

“รสชาไทย” จากเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์อันดับ 7 ของโลก เอกลักษณ์ที่แฝงประวัติศาสตร์ไทย-จีนไว้ด้วยกัน ส่งต่อกันมาจนเกิดเป็นชาออริจินอลของคนไทยในที่สุด ก็ถูกนำมาผสมผสานระหว่างศิลปะไทย-จีนในวัดอรุณฯ

นอกจากนี้ ไม้ไอศกรีมยังมีรายละเอียดที่ลึกซึ้ง สื่อถึงความมูเตลูของคนไทย โดยจะมีข้อความต่าง ๆ เป็นคำทำนาย ให้กำลังใจ หรือมีคติธรรม ซึ่งนั่นคือ “เซียมซี”

ดังนั้น คำจำกัดความของไอศกรีมลายกระเบื้องวัดอรุณฯ คือ “อยากให้คนสนุก ได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทยผ่านไอศกรีม”

เธอได้จำหน่ายไอศครีมที่ “อรุณคาเฟ่ กาแฟเพื่อสวัสดิการ” ซึ่งตั้งอยู่ในวัดอรุณฯ เป็นที่แรกเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2566 และสำเร็จเกินคาดเมื่อนักท่องเที่ยวแห่มารีวิวและซื้อชิมจนหมดเกลี้ยงตู้

“กระแสที่เกิดขึ้นเกินคาดหมายมาก เป็นเพราะมีการแชร์กันต่อในโลกโซเชียล เราออร์แกนิกมาก ไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลย นักท่องเที่ยวมาเห็นก็ถ่ายรูปส่งต่อ บอกต่อ คนก็ยิ่งมา จากการติดตามพบว่า สิ่งที่ทำนั้นอยู่ในความคิดลึก ๆ ของคนไทยคือ ภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมตัวเอง โดยก้าวต่อไปจะเป็นกระบวนการทำคอนเทนต์เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์”

เดิมทีกลุ่มเป้าหมายเราคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติ พอกระแสไอติมมาแล้วคนไทยก็มากันเยอะขึ้น วัดอรุณฯตอนนี้เลยมีนักท่องเที่ยวเยอะมาก ๆ ยิ่งวัดหยุดสุดสัปดาห์ยิ่งเยอะหลายเท่าตัว

ส่วนร้านสวัสดิการก็มีคนมาใช้บริการมากขึ้น รายได้จากการขายเครื่องดื่มคือช่วยสมทบทุนเรื่องการศึกษา รักษาพยาบาลสำหรับพระภิกษุสามเณร ด้วยคอนเซ็ปต์ “ไอติมสวยด้วย อร่อยด้วย ได้บุญด้วย”

“น้ำตาล-ไอติมวัดอรุณฯ” กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์สุดปังในชั่วข้ามคืน กลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตา

เหมือนดาวค้างฟ้า “ลิซ่า แบล็กพิ้งค์ ลูกชิ้นยืนกิน-สวมใส่ผ้าไทย-ดื่มนมถุงหนองโพรสช็อกโกแลต” และ ดาวเจิดจรัส “มิลลิ-ข้าวเหนียวมะม่วง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...