ซอฟต์เพาเวอร์ไทย จุดพลุ "ไอติมลายกระเบื้องวัดอรุณ" สุดปัง
นับเป็นความสำเร็จครั้งแรกของคนรุ่นใหม่ที่น่าภาคภูมิ และเป็นอีกหนึ่งสีสันของซอฟต์พาวเวอร์ไทย “ไอติมลายกระเบื้องวัดอรุณฯ” ที่นักท่องเที่ยวอยากลิ้มรสมากที่สุดในตอนนี้
เพราะถือเป็นประสบการณ์ใหม่ของการเดินทาง ท่ามกลางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กระดับชาติ
ณ วัดอรุณราชวราราม วัดโบราณที่สร้างในสมัยอยุธยา “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้สัมภาษณ์พิเศษ “ศิริญญา หาญเผชิญโชค” หรือ น้องน้ำตาล เป็นฉบับแรก เธอเป็นเจ้าของเพจ “Pop Icon ไอติม 3 มิติ”และผู้จุดประกายไอเดียไอศกรีมลายกระเบื้องพระปรางค์วัดอรุณฯ ที่กำลังถูกกล่าวขานถึงในวงกว้างทั้งโลกออฟไลน์และออนไลน์
“น้ำตาล” บอกว่า เธอดีใจมากกับโปรเจ็กต์แรกในชีวิตที่ทำได้สำเร็จและปังมากในช่วงเวลาไม่นาน ความยากคือต้องหาจุดบาลานซ์ (จุดสมดุล) ให้เจอ ยิ่งเลือกทำเกี่ยวกับวัดหรือโบราณสถานแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวัง เพราะเป็นเรื่องเซนซิทีฟต้องคิดไตร่ตรองเยอะกว่าปกติ กว่าจะออกมาเป็นงานไอศกรีมดีไซน์รูปโฉมใหม่
“ส่วนตัวตาลชอบรับประทานไอศกรีมเป็นของโปรด ชอบเรื่องท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเอาเเพสชั่นของตัวเองมารวมกันจนเกิดเป็นไอศกรีม 3 มิติ ลายกระเบื้องพระปรางค์วัดอรุณฯ
ด้วยความที่เรียนจบจาก Bachelor of Business Administration (BBA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเคยทำงานเกี่ยวกับมาร์เก็ตติ้ง ทำให้มีความรู้ด้านธุรกิจพอสมควร เมื่อจับทางได้แล้วก็ตัดสินใจทำเลย
“ป๊อปไอคอน ไอติม 3 มิติ” จึงเกิดขึ้น
ในความคิดของเธอ สถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับวัฒนธธรรมไทย ล้วนมีอยู่มากมายทั่วประเทศ แต่จะทำอย่างไรให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติได้ลงพื้นที่ เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ จับจ่ายใช้สอย พักอาศัย เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในแต่ละชุมชน และขยายวงเป็นเศรษฐกิจมวลใหญ่
แลนด์มาร์กสำคัญของประเทศไทย ส่วนใหญ่จะขายความเก่าแก่ ดั้งเดิม เป็นมรดกตกทอดที่ได้รับมา แต่อาจยังไม่มีบางสิ่งบางอย่างที่ดึงดูด ส่วนของที่ระลึกตามสถานที่ยังเป็นภาพเก่า เช่น พวงกุญแจ เเม่เหล็กติดตู้เย็น โปสต์การ์ด ฯลฯ ซึ่งไม่ได้เป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวมากนัก เธอจึงมองหาสินค้ามาเติมเต็มในจุดช่องว่างนี้
“วัตถุดิบล้ำค่าที่เรามีอยู่ ตอนนี้เหมือนตั้งเอาไว้เฉย ๆ ยังไม่ได้เกิดกระบวนการต่อยอดเท่าที่ควร เราจึงเอามาตีความใหม่ ทำให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เป็น creative economy” น้ำตาลกล่าวและว่า
เฉพาะเคสที่วัดอรุณฯ เราได้ทำรีเสิร์ชมากถึง 30-40 ครั้ง ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ก่อนตัดสินใจทำไอศกรีม แล้วพบว่า คนส่วนใหญ่ชอบมาถ่ายรูปกับ “พระปรางค์”แล้วก็นั่งเรือกลับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว สิ่งที่เป็นวัดอรุณฯนั้นมีอีกหลายอย่าง ที่สำคัญคือกระเบื้องลายดอกไม้ ซึ่งเกิดจากเอาถ้วยชามสังคโลก เครื่องลายคราม และกระเบื้องสีต่าง ๆ มาสร้างสรรค์เป็นดอกไม้บนองค์พระปรางค์
เธอจึงนำโจทย์ที่ตั้งข้อสังเกตมาตีความ แล้วทำเป็นไอศกรีมแท่ง รูปลายกระเบื้องฉลุ เป็นการนำประติมากรรมบนพระปรางค์มาสร้างสรรค์ให้เข้าถึงง่าย
ไอศกรีมลายกระเบื้องพระปรางค์วัดอรุณฯ จึงถูกตั้งชื่อว่า “Flower of Dawn” ซึ่งล้อกับ “Temple of Dawn” ชื่อของวัดอรุณฯ
ไม่เพียงลวดลายเท่านั้น รสชาติของไอศกรีมยังสะท้อนความเป็นไทย โดยมี 2 รส คือ “กะทิอัญชันอบควันเทียน” ที่มีสีฟ้า เหมือนเครื่องลายคราม รสชาติกะทิ เป็นส่วนประกอบหลักของอาหารไทยเกือบทุกเมนู และการอบควันเทียนเป็นภูมิปัญญาที่มีมาช้านาน
“รสชาไทย” จากเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์อันดับ 7 ของโลก เอกลักษณ์ที่แฝงประวัติศาสตร์ไทย-จีนไว้ด้วยกัน ส่งต่อกันมาจนเกิดเป็นชาออริจินอลของคนไทยในที่สุด ก็ถูกนำมาผสมผสานระหว่างศิลปะไทย-จีนในวัดอรุณฯ
นอกจากนี้ ไม้ไอศกรีมยังมีรายละเอียดที่ลึกซึ้ง สื่อถึงความมูเตลูของคนไทย โดยจะมีข้อความต่าง ๆ เป็นคำทำนาย ให้กำลังใจ หรือมีคติธรรม ซึ่งนั่นคือ “เซียมซี”
ดังนั้น คำจำกัดความของไอศกรีมลายกระเบื้องวัดอรุณฯ คือ “อยากให้คนสนุก ได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทยผ่านไอศกรีม”
เธอได้จำหน่ายไอศครีมที่ “อรุณคาเฟ่ กาแฟเพื่อสวัสดิการ” ซึ่งตั้งอยู่ในวัดอรุณฯ เป็นที่แรกเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2566 และสำเร็จเกินคาดเมื่อนักท่องเที่ยวแห่มารีวิวและซื้อชิมจนหมดเกลี้ยงตู้
“กระแสที่เกิดขึ้นเกินคาดหมายมาก เป็นเพราะมีการแชร์กันต่อในโลกโซเชียล เราออร์แกนิกมาก ไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลย นักท่องเที่ยวมาเห็นก็ถ่ายรูปส่งต่อ บอกต่อ คนก็ยิ่งมา จากการติดตามพบว่า สิ่งที่ทำนั้นอยู่ในความคิดลึก ๆ ของคนไทยคือ ภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมตัวเอง โดยก้าวต่อไปจะเป็นกระบวนการทำคอนเทนต์เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์”
เดิมทีกลุ่มเป้าหมายเราคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติ พอกระแสไอติมมาแล้วคนไทยก็มากันเยอะขึ้น วัดอรุณฯตอนนี้เลยมีนักท่องเที่ยวเยอะมาก ๆ ยิ่งวัดหยุดสุดสัปดาห์ยิ่งเยอะหลายเท่าตัว
ส่วนร้านสวัสดิการก็มีคนมาใช้บริการมากขึ้น รายได้จากการขายเครื่องดื่มคือช่วยสมทบทุนเรื่องการศึกษา รักษาพยาบาลสำหรับพระภิกษุสามเณร ด้วยคอนเซ็ปต์ “ไอติมสวยด้วย อร่อยด้วย ได้บุญด้วย”
“น้ำตาล-ไอติมวัดอรุณฯ” กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์สุดปังในชั่วข้ามคืน กลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตา
เหมือนดาวค้างฟ้า “ลิซ่า แบล็กพิ้งค์ ลูกชิ้นยืนกิน-สวมใส่ผ้าไทย-ดื่มนมถุงหนองโพรสช็อกโกแลต” และ ดาวเจิดจรัส “มิลลิ-ข้าวเหนียวมะม่วง”