โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

‘OK Computer’ ของ Radiohead คืออัลบั้มที่ Christopher Nolan ฟังตอนเขียนบท ‘Memento’

BT Beartai

อัพเดต 20 ก.ค. 2566 เวลา 13.07 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2566 เวลา 11.49 น.
‘OK Computer’ ของ Radiohead คืออัลบั้มที่ Christopher Nolan ฟังตอนเขียนบท ‘Memento’

นาทีนี้หากให้นึกชื่อคนทำหนังแห่งยุคสมัยที่มีฝีไม้ลายมือโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ‘คริสโตเฟอร์ โนแลน’(Christopher Nolan) คงเป็นชื่อแรก ๆ ที่นึกขึ้นมาได้อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยความจัดเจนในการเป็นนักเล่าเรื่องชั้นยอด ผสานไปด้วยความรู้ในการใช้เทคนิคการสร้างภาพยนตร์ที่เปี่ยมไปด้วยชั้นเชิงและความเชี่ยวชาญ ย่อยเรื่องยากและล้ำลึกให้ดูง่ายและทำให้กลายเป็นเรื่องที่สนุกจนถูกใจคอหนังทั่วโลก เชื่อว่านาทีนี้หลายคนคงแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้ชมภาพยนตร์ขนาดยาวลำดับที่ 12 ของเขาที่มีชื่อว่า ‘Oppenheimer’ ที่นักวิจารณ์ต่างเทใจเทคะแนนให้แบบเต็มคาราเบล ซึ่งคงล้ำลึกตื่นตาตื่นใจและเล่าเรื่องสนุกมีชั้นเชิงอีกเช่นเคย

คริสโตเฟอร์ โนแลน
คริสโตเฟอร์ โนแลน

ก่อนที่จะไปชมภาพยนตร์เรื่องใหม่กัน เรามีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาฝากเกี่ยวกับภาพยนตร์จากปี 2000 ผลงานหนังยาวเรื่องที่ 2 ของโนแลนที่สร้างชื่อให้กับเขานั่นคือ ‘Memento’ หนึ่งในหนังหักมุมที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล เล่าเรื่องการสืบหาตัวคนฆ่าภรรยาของ เลียวนาร์ด (รับบทโดย กาย เพียร์ซ – Guy Pierce) นักสืบผู้เป็นโรคแอมนีเซีย (Amnesia) หรือโรคสูญเสียความทรงจำระยะสั้นเขาจึงต้องใช้กล้องโพลารอยด์ถ่ายคนที่เพิ่งรู้จักหรือเหตุการณ์ตรงหน้าเพราะความจำของเขาแต่ละครั้งจะมีเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น หนังใช้ประโยชน์จากการที่ตัวละครหลักมีปัญหาความทรงจำด้วยการค่อย ๆ เล่าแต่ละซีนแบบย้อนหลังในขณะที่หนังก็แทรกเฟรมภาพขาวดำที่เล่าเรื่องเดินไปข้างหน้าคู่ขนานไปกับเหตุการณ์หลักจนเกิดจุดหักมุมที่ว้าวคนดูแบบสุด ๆ

ในขณะที่โนแลนเขียนบทอันล้ำลึกของหนังเรื่องนี้ได้มีอัลบั้มคู่ใจอัลบั้มหนึ่งที่เขาฟังเป็นประจำนั่นคือ ‘OK Computer’ อัลบั้มปี 1997 ของวง Radiohead ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านไปยังยุคดิจิทัล และสำหรับเขาแล้ว ความประหลาดของอัลบั้มนี้คือเขาไม่เคยจำได้เลยว่าเพลงลำดับต่อไปคือเพลงอะไร

OK Computer
OK Computer

“ปกติแล้วพอคุณฟังเพลงสักอัลบั้มหนึ่ง คุณก็จะเริ่มจดจำแล้วว่าเพลงต่อไปคือเพลงอะไร แต่กับ OK Computer มันไม่เป็นอย่างนั้น สำหรับผมแล้วนี่มันยากมาก ในทำนองเดียวกัน Memento คือหนังที่ผมจมดิ่งกับมันอย่างเต็มตัวบอกไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฉากไหนมาก่อนฉากไหนมาหลัง เพราะหนังถูกวางโครงสร้างเอาไว้แบบนั้นตั้งแต่แรก มันเลยกลับไปเรื่องที่ว่าเราต่อสู้กับเวลา คุณพยายามทำลายกรอบการเล่าเรื่องของภาพยนตร์ซึ่งส่วนใหญ่เล่าเป็นเส้นตรง ใน Following ผมวางโครงสร้างมันไว้ก่อนแล้ว แต่แค่เวลาเขียนบทนั้นเขียนตามลำดับเวลา ให้ทุกอย่างเล่าเรื่องแล้วค่อยมาตัดสลับตามโครงสร้างที่วางไว้ แน่นอนว่าต้องมีการเขียนแก้ใหม่อยู่หลายครั้ง เพราะมันไม่มีอะไรง่ายเลย”

Memento
Memento

“อย่างกับเรื่อง Memento ผมก็คิดว่าต้องเขียนบทแบบที่คนดูอยากจะดู จะว่าไปแล้ว มันเป็นบทหนังเล่าเรื่องแบบเป็นเส้นตรงที่สุดเท่าที่ผมเคยเขียนมาเลย พูดจริง ๆ คุณตัดฉากไหนออกไปไม่ได้ทั้งนั้นเพราะมันเล่าแบบ A, B, C, D, E, F, G จุดเชื่อมแต่ละฉากนั้นตายตัวมาก แทบไม่มีทางที่จะสลับฉากเพื่อเล่าใหม่ตอนตัดต่อได้เลยเพราะถ้าหากทำแบบนั้นขึ้นมา มันจะกลายเป็นหนังที่ดูไม่ได้เลย มันถึงขนาดนั้นจริง ๆ คุณต้องทำความเข้าใจสิ่งที่ชายคนนี้ต้องเผชิญอยู่ให้ได้ ต้องมองโลกในแง่บวกหรือเมินเฉยให้ได้แบบเดียวกับเขาเพื่อให้ทุกอย่างออกมาโอเค ไม่อย่างนั้นแล้วมันจะกลายเป็นเรื่องของตัวละคร 2-3 คนที่ทรมานใครสักคนอยู่เท่านั้นเอง” โนแลนพูดถึงการเขียนบทหนัง Memento ในการสัมภาษณ์กับ ทอม โชน (Tom Shone) ผู้เขียนหนังสือ The Nolan Variations (ฉบับแปลไทยในชื่อ คริสโตเฟอร์ โนแลน ความลับในภาพเคลื่อนไหว)

ด้วยความชอบในงานเพลงของวง Radiohead โนแลนจึงตัดสินใจใช้เพลงของ Radiohead ประกอบในหนังเรื่อง Memento คือเพลง “Treefingers” จากอัลบั้ม ‘Kid A’ แต่โนแลนอธิบายว่าจริง ๆ แล้วเดิมทีเขาอยากให้เพลงของ Radiohead อีกเพลงรวมอยู่ในซาวด์แทร็กด้วยนั่นก็คือ “Paranoid Android” จากอัลบั้ม ‘OK Computer’ นั่นเอง

โนแลนอธิบายว่าเพลงนี้เป็น ‘หนึ่งในเพลงโปรดของผมจากวง Radiohead’ “เพลงนี้ออกมาในปี 1997 ตอนที่ผมย้ายไปลอสแองเจลิส มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในชีวิตของผม ตอนที่ผมกำลังมองหาเพลงสำหรับตอนจบของ Memento เป็นครั้งแรก ผมได้ทำการฉาย 2-3 ครั้งแรกโดยใช้แทร็กนี้ในตอนท้าย สุดท้ายเราก็จัดการเรื่องสิทธิ์ไม่ได้”

นอกจากนี้โนแลนได้แสดงความเห็นต่อบทเพลงนี้ที่เขาชื่นชอบไว้ว่า “ผมคิดว่าแต่เดิมมันเป็นเพลง 3 เพลงที่ถูกนำมารวมกัน และใช้ท่วงทำนองที่ฟังไพเราะให้อารมณ์บวกเพื่อพูดถึงบางสิ่งที่มืดมนซึ่งซ่อนไว้ข้างใต้”

ใครที่คิดถึงผลงานของโนแลนก็สามารถหาผลงานเก่า ๆ ที่ยังคงคลาสสิกอยู่ของเขามารับชมกันก่อน เพื่ออุ่นเครื่องเตรียมพร้อมไปสัมผัสประสบการณ์ครั้งใหม่จากโนแลนใน ‘Oppenheimer’ 21 กรกฎาคมนี้

อ่านบทวิจารณ์ ‘Oppenheimer’ ได้ที่นี่

ที่มา

คริสโตเฟอร์ โนแลน ความลับในภาพเคลื่อนไหว

Far Out Magazine

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...