โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กนง.เอกฉันท์คงดอกเบี้ย 1% ชี้เศรษฐกิจไทยโตต่ำ-ไม่ทั่วถึง จับตาเงินเฟ้อ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กนง. มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อปี ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2569-2570 โตใกล้เคียงคาด ได้แรงหนุนจากวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI ดันส่งออก-ลงทุนเอกชนโตดี แต่การฟื้นตัวยังต่ำและไม่ทั่วถึง ขณะที่บริโภคชะลอ SMEs ยังขาดสินเชื่อและเผชิญการแข่งขันสูง จับตาเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งขึ้นถึงไตรมาส 1/2570

กนง.เสียงเอกฉันท์ คงดอกเบี้ย 1% เหมาะสมกับเศรษฐกิจ

นายดอน นาครทรรพ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยผลการประชุม กนง. วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ว่า คณะกรรมการฯ มีมติ เป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อปี

นายดอน นาครทรรพ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

กนง.ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงส่งต่อเนื่องจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวดีกว่าคาด อย่างไรก็ตาม การเติบโตโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่ำกว่าคาด จากประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นท่ามกลางค่าครองชีพที่ปรับสูงขึ้น

คณะกรรมการฯ เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายควบคู่กับมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดยังมีส่วนช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ

ส่งออก-ลงทุนโตตามเทคโนโลยี แต่แรงส่งยังไม่กระจาย

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2569 และ 2570 กนง. ประเมินว่าจะขยายตัวใกล้เคียงกับประมาณการเดิม โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวดังกล่าวยังมีข้อจำกัด เนื่องจากการส่งออกและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและ AI พึ่งพาการนำเข้าในระดับสูง ทำให้ผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวมยังอยู่ในวงจำกัด

ขณะเดียวกัน SMEs ยังคงเผชิญอุปสรรคในการปรับตัวและการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังมีลักษณะไม่ทั่วถึง

บริโภคชะลอ เหตุครัวเรือนระวังใช้จ่าย

กนง. ระบุว่า การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิม เนื่องจากครัวเรือนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น หลังค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น

ขณะที่สินเชื่อรวมขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยมีแรงหนุนหลักจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนหนึ่งสอดคล้องกับการลงทุนระลอกใหม่ แต่สินเชื่อส่วนใหญ่ยังเป็นการกู้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

ส่วน สินเชื่อ SMEs ยังคงหดตัว เนื่องจากสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกหนี้กลุ่มเสี่ยง

จับตา SMEs-ครัวเรือนเปราะบาง คุณภาพสินเชื่อยังต้องเฝ้าระวัง

สำหรับคุณภาพสินเชื่อโดยรวม กนง. ประเมินว่ายังทรงตัว แต่ต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิดในระยะข้างหน้า

กนง. สนับสนุนให้สถาบันการเงินเพิ่มการดูแลลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง รวมถึง SMEs ที่มีศักยภาพ ผ่านมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มที่จำเป็นและมีโอกาสฟื้นตัว

เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด แต่มีโอกาสเร่งถึงไตรมาส 1/70

ด้านเงินเฟ้อ กนง. ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 และ 2570 จะอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิม ตามการลดลงของราคาพลังงานโลก ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลงเล็กน้อยจากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการที่น้อยกว่าคาด

อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้ม ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 1/2570 จากผลของปรากฏการณ์เอลนีโญและการทยอยส่งผ่านต้นทุน ก่อนจะกลับมาอยู่ในระดับต่ำจากผลของฐานราคาและอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อนแอ

กนง. ระบุว่า เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย แต่ยังจำเป็นต้องติดตามความเสี่ยงจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง การส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการ และแนวโน้มเงินเฟ้อคาดการณ์อย่างใกล้ชิด

บาทผันผวนตามตะวันออกกลาง-ทิศทางดอกเบี้ยเฟด

สำหรับตลาดการเงิน ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐยังเคลื่อนไหวผันผวนตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงมุมมองของตลาดต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ

ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยทรงตัว แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของประเทศเศรษฐกิจหลักปรับตัวสูงขึ้น

กนง.จึงยังคงให้น้ำหนักกับการติดตามพัฒนาการของ สงครามในตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ และความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ก่อนประเมินทิศทางนโยบายการเงินในระยะต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...