โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เหนื่อยไหมที่ต้องเป็นเดอะแบก? : เปิด 3 วิธีปลดล็อกหนี้กตัญญู ให้ชีวิตไม่พัง!

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
  • คนวัยทำงานจำนวนมาก มองข้ามความฝันและอนาคตตัวเอง เพียงเพราะต้องแบกรับภาระหนี้กตัญญู
  • การหาเงินปิดหนี้แทนครอบครัว ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน เพราะสุดท้ายจะมีหนี้ก้อนใหม่มาเสมอ
  • 3 วิธีปลดล็อก : เปิดอกคุยเรื่องตัวเลข – กำหนดขอบเขตให้ชัดเจน – เปลี่ยนจาก “ให้เงิน” เป็น “คนดูแลค่าใช้จ่าย”

ตลอดหลายปีที่ผมลงพื้นที่จัดอบรมและให้คำแนะนำเรื่องการเงินกับผู้คนทั่วประเทศ ผมพบว่าคนวัยทำงานหลายคนต้องกลายเป็นเสาหลักครอบครัว บางคนต้องแบกรับหนี้สินของบ้านไว้ เพียงเพราะมีรายได้ประจำเพียงคนเดียว หรือแค่เพราะเกิดมาเป็นลูกคนโต

และนี่คือเรื่องจริงครับ คนไทยจำนวนไม่น้อยมีหนี้ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เรียกกันว่า “หนี้กตัญญู”

หนี้ประเภทนี้แตกต่างจากหนี้ทั่วไป เพราะเราไม่ได้เป็นคนก่อ แต่ต้องรับผิดชอบ หลายคนส่งเงินให้พ่อแม่ทุกเดือนก็ยังไม่พอ ยังต้องช่วยใช้หนี้แทน ตามแก้ปัญหาที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนไม่มีโอกาสสร้างอนาคตของตัวเอง

เมื่อความกตัญญู กลายเป็นภาระหนี้ที่ไม่มีวันจบ

มีเคสหนึ่งเป็นรุ่นน้องที่ผมรู้จัก เธอยอมทิ้งงานประจำ พับเก็บเป้าหมายในชีวิต ไปขายแรงงานที่ต่างประเทศ หวังจะได้เงินมากขึ้นเพื่อเอาไปไถ่ที่ดินจากหนี้นอกระบบของแม่

สิ่งที่น่าสะเทือนใจคือ เธอตามปิดหนี้นอกระบบให้แม่หลายครั้ง แต่ผ่านไปไม่นานแม่ก็กลับไปกู้หนี้มาเพิ่มอีก วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ผมถามเธอว่า “ถ้าไปเป็นแรงงานต่างประเทศ แล้วปิดหนี้ก้อนนี้ได้ แม่จะก่อหนี้เพิ่มอีกไหม?”

เธอตอบว่า “มีโอกาสสูงค่ะ แต่ทำไงได้แม่สร้างหนี้ หนูมีหน้าที่ต้องปิด

ผมเจ็บปวดใจทุกครั้งที่เห็นคนรุ่นใหม่มองข้ามความฝัน เพื่อมาวิ่งไล่จ่ายหนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ เพียงเพราะความกตัญญูมันค้ำอยู่ที่คอ

ผมพบว่าพฤติกรรมการก่อหนี้และความขัดสนของคนวัยทำงาน ส่วนหนึ่งเกิดจากการไม่อาจปฏิเสธภาระดูแลครอบครัวได้ ซึ่งจุดเริ่มต้นนี้เองทำให้หลายคนหาทางออกด้วยการกู้หนี้หมุนเงินไปเรื่อย ๆ ซึ่งไม่รู้ว่าจะจบสิ้นตอนไหน

3 ขั้นตอนจัดการหนี้ครอบครัว ให้รอดไปด้วยกัน

หากใครที่กำลังประสบกับดักหนี้กตัญญู ผมอยากให้ลองตั้งสติแล้วเริ่มลงมือทำตาม 3 ขั้นตอนนี้ดูครับ

  • เปิดอกคุยเรื่องตัวเลข : กางค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเราให้ครอบครัวเห็น เพื่อให้เขาเห็นว่าเรามีภาระมากแค่ไหน ไม่ได้หวังให้เขามาช่วย แค่ลดความคาดหวังจากเราลงก็พอ
  • กำหนดขอบเขตให้ชัดเจน : ประเมินว่าเราช่วยครอบครัวได้เดือนละเท่าไหร่โดยไม่เดือดร้อน และควรแบ่งเงินช่วยเหลือออกเป็น 2 ก้อน ไม่เอามาปนกัน ก้อนที่ 1 เงินช่วยเหลือรายเดือน ให้ตามที่ตกลงไว้ และก้อนที่ 2 เงินสำรองฉุกเฉินครอบครัว มีไว้เผื่อเหตุไม่คาดฝันของที่บ้าน ป้องกันไม่ให้เราเดือดร้อนไปกู้หนี้เพิ่ม
  • เปลี่ยนจาก “ให้เงิน” เป็น “คนดูแลค่าใช้จ่าย” : ลิสต์รายจ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน แล้วตกลงว่าเราจะเป็นคนจ่ายส่วนไหนโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้เขานำเงินไปใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นอย่างอื่น

กตัญญูได้ แต่ต้องไม่ลืมรักตัวเอง

ผมเองก็เคยเจอกับดักนี้ ตอนที่ได้เงินเดือนเดือนแรกอันน้อยนิด พ่อด่าผมที่ไม่ได้แบ่งเงินให้ เพราะความเชื่อว่า “ลูกที่ไม่ให้เงินเดือนเดือนแรกกับพ่อแม่ จะไม่เจริญ” ซึ่งผมต้องอดกลั้นเก็บคำตำหนิเอาไว้ในใจ

ในขณะเดียวกัน ผมเองยังโชคดีที่แม่คอยสอนในมุมที่สวนทางว่า “เราต้องดูแลตัวเองให้ดีก่อน ไม่งั้นพอแก่ตัวไป ก็จะกลายเป็นภาระให้ลูกหลานต้องกลับมาเลี้ยงดู เหนี่ยวรั้งกันไปเป็นทอด ๆ หากไม่เริ่มตัดวงจรนี้ตั้งแต่ยุคเรา”

แถมยังย้ำว่า "บางครั้งแกล้งจนบ้างก็ได้ ไม่งั้นจะมีคนมาขอแต่ความช่วยเหลือไม่จบไม่สิ้น"

คำสอนเหล่านี้เอง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมมีนิสัยเก็บออมและจัดการรายรับรายจ่ายอย่างระมัดระวัง

การที่เราเลือกรักตัวเองและพยุงชีวิตให้รอดก่อน จึงไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว เพราะถ้าเราดูแลตัวเองได้ดีตั้งแต่เนิ่น ๆ มีพอกินพอใช้ มีเงินออมสำหรับอนาคต เราก็จะไม่เป็นภาระให้ลูกหลาน

และที่สำคัญ การแก้ปัญหาหนี้กตัญญูจะเกิดขึ้นได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำไปพร้อมกันทั้ง 2 ฝ่าย คือ “ตัวเรา” และ “ครอบครัว”

เกี่ยวกับผู้เขียน: “อ้ายหมอหนี้” หรือ “มิ่งขวัญ ประเสริฐศิวพร” หนึ่งในพนักงานบริษัทสินเชื่อ “เงินติดล้อ” มีภารกิจหลักคือตระเวนไปตามชุมชนทั่วประเทศ เพื่อเรียนรู้ ทำความเข้าใจปัญหาการเงินและหาวิธีแก้ไขโดยการสร้างโอกาสความรู้ทางการเงิน ด้วยเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยความเชื่อว่า “ความรู้ ความคิด และวินัยทางการเงิน” จะช่วยให้ผู้คนมีชีวิตดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณและคนรอบข้าง เป็นแรงบันดาลใจให้เห็นถึงความสำคัญของความรู้และวินัยทางการเงิน และพอจะเป็นเสียงสะท้อนที่ทำให้หลายคนเข้าใจ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น หากใครที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทางการเงิน สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ TikTok อ้าย-หมอ-หนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...