โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ป่วนใต้ 51 จุด! ทบ.แจงชัด ไม่ได้ใช้ ฮ.ยิงประชาชน ยันงานข่าวไม่ได้ล้มเหลว สั่งปรับแผนเข้ม

อีจัน

อัพเดต 25 สิงหาคม 2569 เวลา 0.37 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อีจัน

จากกรณีเกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ วันนี้ (24 ส.ค.69) พล.ร.ท. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม และ พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวร่วมกันโดยระบุว่ากระทรวงกลาโหมได้ติดตามสถานการณ์ภาคใต้มาโดยตลอด พร้อมกำชับให้สืบสวนข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่บิดเบือน โดยให้รีบออกมาแก้ไขเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ เช่น การกล่าวหาการปฏิบัติการของกองทัพที่อ้างว่ามีการใช้อาวุธบนเฮลิคอปเตอร์ยิงใส่ประชาชน ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว โดยกระทรวงกลาโหมจะทำหน้าที่สนับสนุนกองทัพภาคต่าง ๆ

พล.ต. วินธัย กล่าวเสริมว่า ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการบิดเบือนข่าวสารมาโดยตลอด หรือที่เรียกว่า “การปั่นข่าว” เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งในช่วงหลัง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ปรับวิธีการสื่อสาร ส่วนกรณีการก่อเหตุกว่า 51 จุดในเวลาไล่เลี่ยกัน เป็นความเคลื่อนไหวพร้อมกันในหลายพื้นที่ ซึ่งไม่ได้มีความรุนแรงหรือมุ่งเป้าต่อชีวิตประชาชน แต่เป็นการปฏิบัติเพื่อหวังผลทางจิตวิทยา โดยใช้การสื่อสาร ซึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการสู้รบในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายและข่าวสาร ยอมรับว่าในช่วงเกิดเหตุค่อนข้างวุ่นวายและมีความเคลื่อนไหวของคนจำนวนมาก ในขณะที่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก็มีจำกัด อีกส่วนหนึ่งต้องลงพื้นที่ไปแก้ไขสถานการณ์ ดังนั้นความเห็นที่ไม่ตรงกันจึงอาจเกิดขึ้นได้ และส่วนใหญ่เป็นการให้ข้อมูลโดยไม่ได้ตรวจสอบ เช่น การให้ความเห็นของฝ่ายการเมือง

พล.ต. วินธัย ย้ำอีกว่า เฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับเป้าหมายลักษณะเช่นนั้น เนื่องจากมีการเคลื่อนที่เร็ว และเป็นช่วงเวลากลางคืนซึ่งทัศนวิสัยการมองเห็นจำกัด หากเปรียบเทียบกับในภาพยนตร์ จะมีการใช้เฮลิคอปเตอร์กับเป้าหมายที่เป็นกลุ่มมากกว่า เช่น การบินคุ้มกัน ซึ่งตามหลักยุทธวิธีไม่ใช่การบินยิงในลักษณะดังกล่าวอยู่แล้ว

นอกจากนี้ การใช้กำลังพลของกองทัพบกในการสนับสนุนภารกิจของ กอ.รมน. ยืนยันว่าอยู่ในกรอบ กติกา และเป็นไปตามหลักสากล ซึ่งการใช้อาวุธเป็นไปได้ยาก ยกเว้นมีการใช้อาวุธตอบโต้ต่อเจ้าหน้าที่ ส่วนการติดตามผู้ก่อเหตุนั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่และมีความคืบหน้าพอสมควร

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดการก่อเหตุคืนเดียวตั้ง 51 จุด เจ้าหน้าที่หายไปไหนหมด พล.ต. วินธัย กล่าวว่า หากเปรียบเทียบขนาดพื้นที่กับจำนวนเจ้าหน้าที่แล้วนำมาหารเฉลี่ย ย่อมไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นหลักทั่วไปของ กอ.รมน. ต้องใช้การปฏิบัติงานควบคู่กับงานด้านการข่าว ยืนยันว่างานด้านการข่าวในปัจจุบันยังสามารถทำได้ แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะจุดเกิดเหตุส่วนใหญ่ไม่ใช่พื้นที่ชุมชนและไม่ใช่พื้นที่เพ่งเล็งสูง ต้องดูว่าแผนยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้กำหนดพื้นที่ไว้อย่างไร ซึ่งจะมีความเข้มข้นในการดูแลแตกต่างกัน

สำหรับเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวมีแนวโน้มเป็นการก่อกวนมากกว่า โดยเน้นจำนวนการก่อเหตุให้มากเพื่อสร้างขวัญกำลังใจในกลุ่มวัยรุ่น มิได้มุ่งเน้นเรื่องชีวิต แต่เป็นลักษณะการเผาทำลายทรัพย์สินเพื่อสร้างสัญลักษณ์ให้เกิดขึ้น การก่อเหตุดังกล่าวไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำ เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวาง และเกิดขึ้นในจุดที่ไม่มีความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ รวมถึงเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ถูกเพ่งเล็ง เช่น การทำลายเสาไฟฟ้า ซึ่งมีเป็นแสนต้นในพื้นที่

พล.ต. วินธัย ยังกล่าวถึงข้อกังขาเรื่องงานข่าวว่า งานข่าวมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นที่และงานข่าวในระบบ การก่อเหตุลักษณะนี้อาจมีความจำเป็นต้องเพิ่มการข่าวในระดับเหตุการณ์ย่อย ๆ ซึ่งการทำงานของหน่วยข่าวมีการสอดประสานกัน ข้อมูลทางด้านการข่าวถือว่ามีประโยชน์มาก ปัจจุบันเรียกว่า “ประชาคมข่าว” เพราะมีการบูรณาการงานข่าวร่วมกันมากที่สุด จึงเชื่อว่าไม่ได้เกิดจากระบบการข่าวสั่นคลอน หรือต่างคนต่างทำ หากพิจารณาข้อสังเกตเรื่องความแม่นยำของข่าว จะพบว่าฝ่ายผู้ก่อเหตุอาจต้องการก่อเหตุทุกวัน แต่อาจทำได้แค่วันเดียวหรืออาจเกิดจากความไม่พร้อม ซึ่งประเมินได้ยาก แต่ยอมรับว่าลักษณะการปฏิบัติที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรู้ได้ทั้งหมดจากงานด้านการข่าว เนื่องจากแต่ละจังหวัดมีหลายพื้นที่ แต่ละพื้นที่ก็มีหลายอำเภอ อย่างไรก็ตาม จังหวัดนราธิวาสถือเป็นจังหวัดที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากที่สุด และยอมรับว่าเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน

พล.ต. วินธัย ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่รัฐ และขอยืนยันว่า งานด้านการข่าวไม่ได้ล้มเหลว แต่ความพยายามของผู้ก่อเหตุมีค่อนข้างสูง เพราะรู้ว่าคำถามเหล่านี้จะย้อนกลับมาที่เจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้สังคมกดดันเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้เข้าทางฝ่ายผู้ก่อเหตุ แต่ในภาพรวมจากสถิตินับว่าสถานการณ์ยังดีอยู่ ทั้งการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน หากเทียบกับอดีตถือว่ามีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

ขณะเดียวกัน พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และได้เน้นย้ำเรื่องงานด้านการข่าว ให้ปรับปรุงเพิ่มขีดความสามารถให้มากขึ้น พร้อมเพิ่มมาตรการการคุ้มครองความปลอดภัยแก่ประชาชน

พล.ต. วินธัย ระบุว่า เหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ ส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการ BRN

ด้าน พล.ร.ท. สุรสันต์ ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการประสานงานของกลุ่มผู้ก่อเหตุเพื่อให้เกิดการสอดรับพร้อม ๆ กัน โดยมีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้นที่ไม่มุ่งเอาชีวิตประชาชน ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าวัตถุประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร แต่เป็นการทำงานอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งต้องสืบสวนให้ลึกถึงสาเหตุหลักว่าผู้ก่อเหตุต้องการอะไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...