ไม่ได้อย่างใจก็รวมหัวปั่น! 'ทรัมป์' แท็กทีม 'อิสราเอล' ขู่คัดค้านอธิปไตยอังกฤษเหนือ 'หมู่เกาะฟอล์กแลนด์'
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เผยตนกำลังทบทวนจุดยืนของสหรัฐฯ เกี่ยวกับอธิปไตยของอังกฤษเหนือหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ เพื่อกดดันให้สหราชอาณาจักรเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม และบรรลุเป้าหมายที่สูงขึ้นขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต)
เมื่อถูกสื่อตั้งคำถามเมื่อวันจันทร์ (31 ส.ค.) ว่า เขากำลังทบทวนจุดยืนความเป็นกลางของสหรัฐฯ ต่อดินแดนในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้หรือไม่ ทรัมป์ ตอบว่า "ผมทบทวนทุกจุดยืนเสมอ นี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ จุดยืนเท่านั้น"
สัปดาห์ที่แล้ว เดอะเทเลกราฟรายงานว่า สหรัฐฯ อาจคัดค้านการอ้างสิทธิ์อธิปไตยของอังกฤษเหนือหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ เพื่อบีบให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี แอนดี เบอร์แนม ต้องเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมให้มากขึ้น
ข้อเสนอดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านกลาโหมในเพนตากอนกำลังร่างขึ้น เพื่อกระตุ้นให้สหราชอาณาจักรบรรลุเป้าหมายของนาโตที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกใช้จ่ายด้านกลาโหมร้อยละ 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)
นี่ยังเป็นครั้งแรกที่ ทรัมป์ แสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับอธิปไตยเหนือหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ซึ่งคาดว่าจะสร้างความวิตกกังวลในทำเนียบดาวน์นิงสตรีท
จอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอังกฤษ ปฏิเสธที่จะกำหนดกรอบเวลาสำหรับการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมให้เป็น 3% ของ GDP ภายในปี 2030
ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดอะไทมส์ ฮีลีย์กล่าวว่า รัฐบาลจะกำหนด "วันเป้าหมายที่ชัดเจน" สำหรับการบรรลุเป้าหมาย 3% ในการทบทวนงบประมาณ แต่ไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวภายในปี 2030
"ในการทบทวนงบประมาณครั้งนี้เป็นครั้งแรก เราจะกำหนดแนวทางที่ชัดเจนว่า เราจะปฏิบัติตามพันธกรณีของนาโตในปี 2035 ที่ 3.5% ของ GDP ได้อย่างไร"
เจ้าหน้าที่ในวอชิงตันเชื่อว่า แม้ว่าอังกฤษจะมีศักยภาพที่จะเป็นพันธมิตรด้านกลาโหมชั้นนำ แต่แผนการลงทุนด้านกลาโหมที่อดีตนายกฯ เคียร์ สตาร์เมอร์ ประกาศเมื่อเดือน มิ.ย. นั้น ยังไม่เพียงพอที่จะเป็น "ก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง"
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เปิดเผยกับเดอะเทเลกราฟว่า สหราชอาณาจักรอาจได้รับ "ความสนใจเป็นพิเศษ" ในการทบทวนพันธกรณีของพันธมิตรต่อนาโตของวอชิงตัน ซึ่งจะตรวจสอบว่าประเทศสมาชิกมีแนวทางที่น่าเชื่อถือในการบรรลุเป้าหมายหรือไม่
สหรัฐฯ วางตัวเป็นกลางอย่างเป็นทางการในเรื่องอำนาจอธิปไตยเหนือหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ขณะเดียวกันก็ยอมรับการบริหารจัดการหมู่เกาะของสหราชอาณาจักร
อาร์เจนตินาก็อ้างสิทธิ์ในหมู่เกาะเหล่านี้เช่นกัน แต่โฆษกของ สตาร์เมอร์ ได้ย้ำอีกครั้งเมื่อต้นปีนี้ว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักร "ชี้แจงชัดเจนไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว" ว่าหมู่เกาะเหล่านี้เป็นดินแดนโพ้นทะเลภายใต้อธิปไตยของอังกฤษ
บันทึกภายในของเพนตากอนที่รั่วไหลในเดือน เม.ย. ชี้ให้เห็นว่า สหรัฐฯ อาจใช้การทบทวนจุดยืนเกี่ยวกับหมู่เกาะฟอล์กแลนด์เป็นเครื่องมือต่อรองทางการทูตกับอังกฤษ
แม้ว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ จะออกมา ปฏิเสธความสำคัญของการรั่วไหลนี้ว่าเป็นเพียงการตัดสินใจภายในเล็กน้อย แต่เดอะเทเลกราฟเข้าใจว่า การหารือเกี่ยวกับการใช้หมู่เกาะฟอล์กแลนด์เป็นเครื่องมือต่อรองยังคงดำเนินอยู่ภายในกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
รัฐบาล ทรัมป์ ต้องการผลักดันนาโตเข้าสู่ยุคใหม่ของพันธมิตร หรือที่เรียกว่า นาโต 3.0 ซึ่งจะทำให้ประเทศในยุโรปและแคนาดาต้องแบกรับความรับผิดชอบหลักในการป้องกันยุโรปด้วยกำลังทางทหารแบบดั้งเดิม
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ เจ้าหน้าที่ได้ร่างมาตรการจูงใจที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความวิตกกังวลให้กับพวกผู้นำโลก จนเพียงพอที่จะบังคับให้พวกเขาเพิ่มการใช้จ่าย
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (27) เอลบริดจ์ โคลบี เจ้าหน้าที่นโยบายระดับสูงของเพนตากอน ได้หารือกับพันธมิตรนาโตในบรัสเซลส์เกี่ยวกับขอบเขตและความเร็วของการถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากยุโรป
เขาเตือนว่า สมาชิกบางประเทศต้องเร่งดำเนินการเพื่อทดแทนระบบอาวุธที่สหรัฐฯ จัดหาให้มานานแล้ว เพื่อรักษาความมั่นคงของยุโรป
ระหว่างการเจรจาแบบปิดกับเอกอัครราชทูตนาโต โคลบี เตือนว่า ประเทศที่ "ล้าหลัง" จะยังคงถูกสหรัฐฯ กดดันให้ต้องเพิ่มงบประมาณด้านการทหารต่อไป
- ลูกชาย เนทันยาฮู ปลุกปั่นสถานการณ์
คำขู่ที่จะคัดค้านอธิปไตยของอังกฤษเหนือหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ถูกฉวยโอกาสโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิสราเอลบางคน รวมถึง ยาอีร์ เนทันยาฮู (Yair Netanyahu) ลูกชายของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู โดยเมื่อวันศุกร์ (28) ยาอีร์ เนทันยาฮู ซึ่งเป็นนักจัดรายการพอดแคสต์และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองวัย 35 ปี โพสต์ข้อความใน X เป็นภาษาสเปนว่า "หมู่เกาะฟอล์กแลนด์เป็นของอาร์เจนตินา"
อิสราเอลและอาร์เจนตินามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก เนื่องจากอิสราเอลมีชุมชนชาวยิวอาร์เจนตินาขนาดใหญ่ และบวกกับการนำของ ฮาเวียร์ มิเลอี ประธานาธิบดีอาร์เจนตินาผู้สนับสนุนอิสราเอลอย่างแข็งขัน ซึ่งเป็นพันธมิตรของ ทรัมป์ และดำรงตำแหน่งในคณะทำงานด้านสันติภาพ (Board of Peace) ของเขา
ด้วยเหตุนี้เอง พรรครีพับลิกันที่สนับสนุนอิสราเอลในวอชิงตันจึงได้เรียกร้องอย่างเงียบๆ มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้วว่า สหรัฐฯ ควรทบทวนจุดยืนความเป็นกลางของตน โดยเชื่อว่าอังกฤษกำลังกลายเป็นพันธมิตรที่ไม่น่าเชื่อถือมากขึ้น
แนวทางการลงโทษอิสราเอลที่เข้มงวดมากขึ้นของ เบอร์แนม ซึ่งรวมถึงมาตรการคว่ำบาตร และข้อห้ามทางการค้าที่มุ่งเป้าไปที่นิคมอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง อาจทำให้อิสราเอลผลักดันประเด็นหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ในวอชิงตันหนักยิ่งขึ้น
ที่มา: เดอะ เทเลกราฟ
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO