โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

AI บูมดันลงทุน “ดาต้าเซ็นเตอร์โลก” แตะ 31.6 ล้านล้านดอลลาร์ สหรัฐกวาดเกือบครึ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 กันยายน 2569 เวลา 18.37 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

PwC คาดลงทุน ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก สะสมถึงปี 2593 แตะ 31.6 ล้านล้านดอลลาร์ และอาจพุ่งถึง 50 ล้านล้านดอลลาร์ หาก AI โตเร็วกว่าคาด โดยสหรัฐจ่อกวาดเกือบครึ่ง

วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เม็ดเงินลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกมีแนวโน้มพุ่งแตะ 31.6 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2593 เพื่อรองรับความต้องการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นับเป็นวัฏจักรการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีขนาดใหญ่เป็นประวัติการณ์ ตามรายงานของ PricewaterhouseCoopers (PwC)

PwC ระบุว่า การลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์อาจพุ่งสูงถึง 50 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 25 ปีข้างหน้า หากการนำ AI มาใช้งานเร่งตัวเร็วกว่าสมมติฐานในกรณีฐานของบริษัท โดยตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นระบบรถไฟ การขยายระบบไฟฟ้า หรืออินเทอร์เน็ต

เพื่อให้เห็นขนาดของเม็ดเงินดังกล่าวชัดเจนขึ้น ปัจจุบันผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐมีมูลค่าประมาณ 30 ล้านล้านดอลลาร์

แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการที่ผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และรัฐบาลทั่วโลกนำ AI มาใช้งานมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Microsoft และ Amazon รวมถึงผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์รายเล็ก เร่งสร้างศูนย์ประมวลผลแห่งใหม่ทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม เงินลงทุนส่วนใหญ่จะไม่ได้ถูกใช้ไปกับที่ดินหรือตัวอาคาร แต่จะอยู่ที่ฮาร์ดแวร์ภายในดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะชิปประมวลผล AI จากบริษัทอย่าง Nvidia รวมถึง GPU เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์เครือข่าย

สหรัฐจ่อกวาดเม็ดเงิน 15.1 ล้านล้านดอลลาร์

PwC คาดว่าสหรัฐจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด หรือประมาณ 15.1 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 8.2 ล้านล้านดอลลาร์

ยุโรปคาดว่าจะได้รับเงินลงทุนสะสมประมาณ 5.6 ล้านล้านดอลลาร์ ตะวันออกกลาง 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ และแอฟริกา 255,000 ล้านดอลลาร์ ตามรายงาน Global Data Center Outlook ฉบับแรกของ PwC

ในแง่ของเม็ดเงินลงทุนรายปี PwC คาดว่า การใช้จ่ายด้านดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 800,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ เป็น 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030 และแตะ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2593

จีนและอินเดียจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก เศรษฐกิจดิจิทัลขยายตัวรวดเร็ว และยังมีพื้นที่อีกมากสำหรับการนำ AI เข้าไปใช้ในกิจกรรมทางธุรกิจและชีวิตประจำวันของผู้บริโภค

ชิป AI ต้องเปลี่ยนทุก 4-6 ปี ดันการลงทุนไม่จบในรอบเดียว

สิ่งที่ทำให้วัฏจักรการลงทุน AI แตกต่างจากโครงสร้างพื้นฐานในอดีต คือ อุปกรณ์ภายในดาต้าเซ็นเตอร์จำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนและอัปเกรดเป็นประจำ โดยเฉพาะชิปประมวลผลที่เป็นหัวใจของระบบ AI

PwC ระบุว่า วัฏจักรการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI จะรีเซ็ตทุก 4-6 ปี เนื่องจากต้องเปลี่ยน GPU เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์เครือข่าย ทำให้เม็ดเงินลงทุนไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะช่วงเริ่มต้นเหมือนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแบบดั้งเดิม

รายงานเปรียบเทียบว่า รถไฟ ระบบไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ตล้วนต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลและเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่กำหนดยุคสมัย แต่รอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังเกิดขึ้นมีขนาดใหญ่กว่าทั้งสามประเภท และยังไม่มีสัญญาณว่าจะสิ้นสุดลง

ไฟฟ้ากลายเป็นตัวแปรสำคัญ ชี้ชะตาเงินลงทุน AI

แม้ความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะแข็งแกร่ง แต่ PwC มองว่าปัจจัยสำคัญที่จะตัดสินว่าประเทศหรือภูมิภาคใดจะสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้ คือ ความพร้อมของไฟฟ้า กฎเกณฑ์ด้านอธิปไตยของข้อมูล และความสามารถในการเข้าถึงเซมิคอนดักเตอร์

ในบรรดาปัจจัยเหล่านี้ ไฟฟ้าจะมีความสำคัญมากที่สุดต่อการกำหนดทำเลการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI PwC ระบุว่า การจัดหาไฟฟ้าที่มีราคาสมเหตุสมผล มีเสถียรภาพ และมีการปล่อยคาร์บอนต่ำมากขึ้นในระดับที่เพียงพอ ถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่ยากที่สุดสำหรับหลายประเทศในการรองรับการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์

ขณะเดียวกันแบบจำลองของ PwC ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าระบบการค้าโลกยังค่อนข้างเปิดและชิปสามารถเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้อย่างเสรี หากเกิดความปั่นป่วนในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ อาจทำให้เม็ดเงินลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกลดลงเกือบ 20%

ส่วนกระแสผลักดันเรื่องอธิปไตยทางเทคโนโลยีและข้อมูลที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้เม็ดเงินลงทุนถูกกระจายไปยังพื้นที่อื่นมากขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ยอดลงทุนทั่วโลกลดลง

กระแสต่อต้านดาต้าเซ็นเตอร์เริ่มเป็นอุปสรรค

อีกหนึ่งความเสี่ยงต่อการลงทุนครั้งใหญ่คือแรงต่อต้านจากชุมชน โดยอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังพยายามลดกระแสคัดค้านที่อาจทำให้การก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ล่าช้า

ข้อมูลจาก Data Center Watch ระบุว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ มีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์อย่างน้อย 75 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 130,000 ล้านดอลลาร์ ถูกระงับหรือล่าช้าจากการต่อต้านของชุมชน

ข้อกังวลสำคัญครอบคลุมตั้งแต่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ไปจนถึงผลกระทบในวงกว้างของ AI ต่อตลาดแรงงานและสังคม

PwC จัดทำประมาณการดังกล่าวโดยมอบหมายให้ Oxford Economics สร้างแบบจำลองการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ครอบคลุม 46 ประเทศและดินแดนใน 5 ภูมิภาค ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนหลักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก

รายงานสรุปว่า ประเด็นสำคัญของเม็ดเงิน 31.6 ล้านล้านดอลลาร์ ไม่ใช่ว่าโลกมีเงินทุนเพียงพอหรือไม่ เพราะเงินทุนมีอยู่แล้ว และไม่ใช่ว่าความต้องการมีอยู่จริงหรือไม่ เพราะความต้องการนั้นเกิดขึ้นจริง แต่คำถามคือ ภูมิภาค ผู้ประกอบการ และสถาบันใดจะมีความพร้อมมากพอที่จะคว้าเม็ดเงินลงทุนมหาศาลเหล่านี้ไว้ได้

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...