เนรเทศ
เที่ยวนี้เอาจริง
ต่างชาติที่เข้ามาสร้างปัญหาให้คนไทย ต้องเจอเนรเทศ
วานนี้ (๒๘ สิงหาคม) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. ๒๕๖๙ มีผลบังคับใช้แล้วครับ
ระเบียบฉบับนี้เพิ่มอำนาจให้กระทรวงมหาดไทยกวาดล้างและจัดการชาวต่างชาติที่กระทำความผิดกฎหมายหรือเป็นภัยต่อสังคมอย่างเด็ดขาด
หลักการและเหตุผลระเบียบฉบับนี้เขียนไว้ค่อนข้างดุเดือดทีเดียว
โดยที่ประเทศไทยมีนโยบายต้อนรับคนต่างด้าวผู้สุจริตให้เข้ามาท่องเที่ยว พำนัก ทำงานและประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรได้ โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมายและรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
แต่โดยที่พบว่ามีคนต่างด้าวจำนวนหนึ่ง ซึ่งแม้จะเข้ามาในราชอาณาจักรโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่มีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน
หรือมีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
นอกจากนี้ ยังพบคนต่างด้าวอีกจำนวนหนึ่งซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
จึงสมควรเนรเทศคนต่างด้าวที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้ออกไปนอกราชอาณาจักรโดยเร็ว เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และเพื่อสร้างความสงบสุขและความปลอดภัยในสังคมให้แก่ทั้งคนไทยและคนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
แต่โดยที่ยังไม่มีระเบียบปฏิบัติราชการว่าด้วยการเนรเทศเพื่อเป็นการวางแนวปฏิบัติที่ชัดเจนให้แก่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
จึงจำเป็นต้องวางระเบียบปฏิบัติราชการว่าด้วยการเนรเทศเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการเนรเทศเป็นไปโดยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ
เป็นไงครับ ดุดันทีเดียว
ไปดูสาระสำคัญของระเบียบฉบับนี้กันครับ
ให้อำนาจปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย รายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อออกคำสั่งเนรเทศคนต่างด้าวที่กระทำความผิด หรือมีพฤติกรรมกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี และความผาสุกของประชาชน
คนต่างด้าวที่ได้รับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดครบถ้วนและได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว ระเบียบกำหนดความผิดที่เข้าข่าย ๖ ลักษณะ ได้แก่
๑.เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายคนเข้าเมือง
๒.ทำงานในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว
๓.ประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
๔.ปลอมแปลงเอกสารทางราชการหรือใช้เอกสารราชการปลอม
๕.กระทำความผิดตามกฎหมายที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไป
และ ๖.เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนให้กระทำความผิดตามข้อ ๑-๕
ระเบียบฉบับนี้ออกตาม พระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. ๒๔๙๙ ซึ่งประกาศใช้มานานมากแล้ว แต่ก็มีนานกว่านั้นครับ
พระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. ๒๔๙๙ ถูกประกาศใช้แทน กฎหมายเนรเทศ ร.ศ. ๑๓๑ ซึ่งเป็นกฎหมายเก่าล้าสมัย
บังคับใช้ตั้งแต่รัชกาลที่ ๖
พระราชบัญญัติว่าด้วยการเนรเทศ ร.ศ. ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕) คือชื่อกฎหมายที่ถูกต้องในประวัติศาสตร์
เพราะบางตำราบอกว่า ร.ศ. ๑๓๐
กฎหมายฉบับนี้ ถูกตราขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์กลุ่มทหารและปัญญาชนพยายามก่อการปฏิวัติ
หรือ "กบฏ ร.ศ. ๑๓๐" ได้เพียง ๑ ปี
เหตุผลที่ออกก็เพื่อเป็นกลไกทางกฎหมายในการควบคุมและขับออกนอกประเทศซึ่งบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาเคลื่อนไหวทางการเมืองและเป็นภัยต่อความมั่นคงของสยาม
ฉะนั้นจึงเป็นกฎหมายที่มีเป้าหมายเพื่อจัดการกับชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักในประเทศสยาม โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีน
เช่น กลุ่มก๊กมินตั๋ง
หรือคนในบังคับต่างชาติที่ใช้พื้นที่สยามเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือเผยแพร่แนวคิดปฏิวัติผ่านสื่อสิ่งพิมพ์
หลักการของกฎหมายคือ รัฐไม่สามารถใช้กฎหมายนี้เนรเทศคนสยามแท้ๆ ออกนอกประเทศได้
นั่นจึงทำให้คณะผู้ก่อการกบฏ ร.ศ. ๑๓๐ ที่เป็นชาวสยาม จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายลักษณะอาญาและรับโทษจำคุกในประเทศแทน
กฎหมายให้อำนาจเด็ดขาดแก่รัฐมนตรีหรือเสนาบดีผู้รักษาการมีอำนาจสั่งจับกุม ควบคุมตัว และออกคำสั่งเนรเทศคนต่างด้าวคนใดก็ได้ออกไปนอกราชอาณาจักรเมื่อเห็นว่าเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย
มาตรา ๕ ของกฎหมายฉบับนี้ระบุไว้ว่า หากคนต่างด้าวคนใดได้ทำเรื่องแปลงชาติ หรือโอนสัญชาติเป็นคนบังคับสยามไปแล้วก่อนหน้านั้น หากรัฐประสงค์จะเนรเทศบุคคลนั้น คำสั่งเนรเทศจะต้องมีข้อความระบุให้ "เลิกถอนคืนหนังสือสำคัญสำหรับการแปลงชาติ" ของผู้นั้นด้วย
เพื่อทำให้สถานะกลับไปเป็นคนต่างด้าวตามเดิมก่อนจะส่งตัวออกนอกประเทศ โดยจะต้องได้รับพระบรมราชโองการและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ปัจจุบันต่างชาติเข้ามาก่ออาชญากรรมในประเทศไทยเยอะพอควร
มีทั้งจีนเทา ฝรั่งเทา
หลังจากนี้จึงจะมีการเนรเทศอย่างเป็นระบบมากขึ้น ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. ๒๕๖๙
อย่าสับสนนะครับ การเนรเทศได้จะต้องมีคดีมีคำพิพากษาให้จำคุก และต้องพ้นโทษออกมาแล้วเสียก่อน
จึงจะเนรเทศได้
ไม่ใช่เดินดุ่มๆ ไปจับจีนเทา ฝรั่งเทา แล้วก็เนรเทศออกไปตามเสียงเชียร์ของชาวโซเชียล
คำสั่งเนรเทศสามารถกำหนดระยะเวลาขึ้นแบล็กลิสต์ห้ามเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มเติมได้
มันมีข้อยกเว้นด้านสิทธิมนุษยชน อยู่นิดหนึ่งครับ
หากได้รับการร้องขอทางการทูตจากประเทศที่สามหรือองค์กรระหว่างประเทศ ภายใน ๗ วัน และตัวผู้ถูกเนรเทศยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร สามารถส่งไปประเทศที่สามได้ หากพบว่าการส่งกลับประเทศต้นทางมีความเสี่ยงต่อการถูกทรมาน ถูกกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือทำให้สูญหาย ที่เรียกว่าอุ้มหาย
โดยกระบวนการนี้ต้องเสร็จสิ้นใน ๓๐ วัน
ก็เป็นอันครบถ้วน คนทำงานด้านสิทธิมนุษยชนต้องเข้าใจตามนี้ด้วย
ไทยไม่ใช่ประเทศป่าเถื่อนครับ.