ฝ่ายปกครองแจงปมสุสานยิว ไม่มีหน้าที่ขุดศพพิสูจน์ที่มา หลังพบฝัง 4 ร่าง เร่งดำเนินคดี 3 กฎหมาย
ปมสุสานยิวบางคล้าเดือด ฝ่ายปกครองยืนยันไม่มีอำนาจขุดศพพิสูจน์ที่มา ขณะที่ตำรวจรับแจ้งความเกี่ยวข้อง 3 กฎหมาย ส่วน อบต.เสม็ดใต้เตรียมปิดประกาศหน้าสุสาน
วันที่ 7 ก.ย.69 เวลา 14.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เดินทางไปขอพบกับนายเอกราช กฤตยพงษ์ นายอำเภอบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ยังที่ห้องทำงานชั้น 2 ของที่ว่าการอำเภอ เพื่อสอบถามถึงกระบวนการดำเนินการและความคืบหน้าของทางฝ่ายปกครอง เกี่ยวกับสุสานยิวหลังจากมีการพบศพ 4 ร่าง ถูกนำเข้ามาฝังไว้ยังภายในสุสาน พื้นที่ ม.4 ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทราหลังจากใบอนุญาตหมดอายุลงไปแล้วนั้นว่าทางอำเภอได้มีการดำเนินการอย่างไรบ้าง
นายเอกราชปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ แต่ได้ชี้แจงข้อมูลและตอบข้อซักถามภายในห้องทำงาน โดยระบุว่า ทางอำเภอไม่มีหน้าที่เข้าไปขุดศพขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ตามความต้องการของชาวบ้านว่า ศพมีที่มาอย่างไร หรือกระบวนการเคลื่อนย้ายและนำร่างเข้ามาฝังดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายหรือไม่
เมื่อถามถึงความผิดที่เกิดขึ้น นายเอกราช ระบุว่าทางอำเภอได้มอบหมายให้ทางปลัดอาวุโส เดินทางไปเข้าแจ้งความต่อทาง พงส. สภ.บางคล้าแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา และทางปลัดได้ทำการรวบรวมเอกสารไปเข้าแจ้งความแล้ว ตาม พ.ร.บ.สุสานและฌาปนกิจสถาน ซึ่งมีโทษแค่ปรับทางพินัยเท่านั้น ส่วนด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสาธารณสุขนั้นยังไม่มีสิ่งพิสูจน์ว่าเขากระทำความผิดอย่างไร มีผลกระทบออกมาถึงชาวบ้านจริงหรือไม่ และจะต้องดูตามข้อกฎหมายด้วยว่าทางอำเภอมีอำนาจหน้าที่หรือไม่ ทางอำเภอไม่ได้มีหน้าที่ไปตามหาแหล่งที่มาของศพ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการชี้แจงในการประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านไปแล้ว เพื่อให้ไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้ถูกต้อง นายเอกราช ระบุกับผู้สื่อข่าว
เมื่อเวลา 15.10 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังที่ สภ.บางคล้า และได้พบกับ น.ส.วิภาวรรณ ไขแก้ว นิติกร อบต.เสม็ดใต้ ที่เดินทางมาพร้อมกับ จนท.อบต.รวม 2 คน กำลังเข้ามาแจ้งความต่อทางพนักงานสอบสวน สภ.บางคล้า โดยมี พ.ต.อ.สุมิตร พรมตอง ผกก. สภ.บางคล้า ลงมาดูกรณีดังกล่าวนี้ด้วยตนเอง และได้แจ้งต่อทางนิติกรของทาง อบต. ว่าจะต้องรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และการมอบอำนาจที่ระบุว่าให้มีอำนาจเข้ามาแจ้งความ ในขณะเดียวกันนี้ทางอำเภอบางคล้าได้มอบหมายให้ทางปลัดอาวุโส เข้าแจ้งมาความแล้วซึ่งถือเป็นกรณีเดียวกัน จึงได้รับแจ้งความไว้เพียงหน่วยงานเดียว
จากนั้นได้มีการบันทึกลงเวลารับแจ้งความจากทางปลัด อ.บางคล้า ไว้แล้วเมื่อเวลา 15.10 น. มี ร.ต.อ.สมชาย รัศมี รองสารวัตรสอบสวน เป็นเจ้าของคดีรับแจ้งความตาม พ.ร.บ.สุสาน พ.ร.บ.ทะเบียนราษ และ พ.ร.บ.สาธารณสุข รวม 3 ข้อหาที่เกี่ยวข้อง โดยมีทาง พ.ต.ท.พุทธพงษ์ ชื่นชม รอง ผกก.สอบสวน สภ.บางคล้า ที่เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมระบุว่า หลังจากนี้จะได้ทำการเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยปลัดอำเภอ นายก อบต.เสม็ดใต้ ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.เสม็ดใต้และทางฝ่ายบริษัท ซึ่งเป็นหญิงไทยผู้มีชื่อในเอกสาร มาทำการสอบสวนปากคำเพื่อให้ได้ทราบข้อมูลทั้งหมดต่อไป
จากนั้นเมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปเข้าพบกับนายกิตติพงศ์ สีเหลือง นายก อบต.เสม็ดใต้ เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าในการดำเนินการกับทางบริษัทของชาวยิว ที่นำศพเข้ามาฝังยังในสุสานทั้งที่ไม่ได้รับใบอนุญาตแล้ว จากการที่มีคณะเข้าไปตรวจสอบจนพบว่ามีการนำร่างของผู้เสียชีวิตเข้ามาฝังไว้รวม 4 ศพ โดยนายกิตติพงศ์ กล่าวว่า เมื่อพบว่ามีศพในสุสานก็ถือว่ามีการกระทำผิดกฎหมายใน พ.ร.บ.สุสาน ส่วนหนึ่งได้มีการดำเนินการตามกฎหมายด้วยการไปแจ้งความไว้ แต่การแจ้งความนั้นทางตำรวจได้ระบุว่า การใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.สุสานในหลักนั้น คือ ทางอำเภอจะต้องเป็นผู้เข้าแจ้งความ
ขณะทางเราก็จะเข้าไปแจ้งด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับทาง สภ.บางคล้า ว่าจะให้ใครเป็นผู้แจ้ง ส่วนการปฏิบัติในพื้นที่ขณะนี้ได้สั่งให้ทางนิติกรดูในข้อกฎหมายในทางที่เราจะนำไปใช้ในการดำเนินการกับทางฝ่ายบริษัทได้ ซึ่งในเบื้องต้นนั้นมีในเรื่องของ พ.ร.บ.สาธารณสุข ที่จะนำมาใช้ในเรื่องของการเข้ามาทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความหวาดกลัว ถือเป็นกิจการอันตราย และเกิดความหวาดระแวงในลักษณะเป็นของเสีย ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเตรียมการทำเป็นป้ายประกาศ เพื่อนำไปติดตั้งไว้ยังที่บริเวณด้านหน้าสุสานเดิมที่หมดอายุแล้ว ซึ่งจะเป็นการดำเนินการในส่วนของทาง อบต.เสม็ดใต้ ในขณะนี้
สิ่งที่สามารถทำได้ในขณะนี้จึงมีเพียง พ.ร.บ.สาธารณสุข ที่จะทำป้ายประกาศไปติดตั้งเอาไว้ยังที่ด้านหน้าสุสานเพื่อให้เขาได้รับรู้เขากระทำผิด เพื่อให้เขาดำเนินการเอาออกไป ส่วนการขับเคลื่อนที่จะให้นำศพที่นำเข้ามาแล้วออกไปจะต้องไปดูใน พ.ร.บ.สุสานอีกครั้ง จากการที่เขาไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายใน พ.ร.บ.สุสาน ที่มีการดำเนินการนำเข้ามาในภายหลังที่ใบอนุญาตหมดอายุ ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร และใครจะเป็นผู้บังคับใช้อำนาจตามกฎหมายนี้ นายกิตติพงศ์ กล่าว