สถานการณ์ธุรกิจร้านอาหาร-เครื่องดื่มไทย โค้งสุดท้ายปี 69 โตช้าลง-การแข่งขันเดือด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยแพร่บทวิเคราะห์ ประเมินว่าตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มไทยทั้งปีนี้จะมีมูลค่ารวม 6.82 แสนล้านบาท เติบโต 3.9% จากปีก่อน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่เคยคาดไว้เพียง 2.5% แต่ที่น่าสนใจคือแม้ตัวเลขจะถูกปรับขึ้น ทว่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าแล้ว อัตราการเติบโตกลับยังคงชะลอตัวลงต่อเนื่อง สะท้อนว่าธุรกิจนี้กำลังเผชิญความท้าทายที่ซับซ้อนกว่าตัวเลขบนหน้ากระดาษ
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงตัวเลขปีนี้ไว้ได้คือโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งช่วยส่งเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2569 โดยกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือผู้ประกอบการรายเล็กอย่างร้านอาหารข้างทาง
นอกจากนี้ราคาอาหารและเครื่องดื่มที่ปรับสูงขึ้นราว 10-15% ตามภาวะต้นทุนหลังสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงกลยุทธ์กระตุ้นการใช้จ่ายผ่านการขยายสาขาของผู้ประกอบการ ก็มีส่วนช่วยดันตัวเลขยอดขายให้ดูดีขึ้นด้วยเช่นกัน
แม้ภาพรวมตลาดจะเติบโต แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยย้ำชัดว่านี่คือการเติบโตที่ “ไม่ทั่วถึง” เพราะกำลังซื้อของผู้บริโภคบางกลุ่มยังคงอ่อนแอ ขณะที่การแข่งขันในธุรกิจกลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ปีนี้คาดว่าจะมีร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วประเทศกว่า 7 แสนร้าน โดยช่วง 8 เดือนแรกมีการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ถึง 3,263 ราย เพิ่มขึ้น 20% ติดอันดับ 1 ใน 5 ธุรกิจเปิดใหม่สูงสุดของประเทศ แต่ในขณะเดียวกันการยกเลิกจดทะเบียนก็เพิ่มขึ้นเป็น 491 ราย หรือเพิ่มขึ้นถึง 11%
ตัวเลขที่เกิดขึ้นสะท้อนภาวะ “เข้าง่ายออกเร็ว” ที่ชัดเจน ผู้ประกอบการไม่ได้แข่งกันเองเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องแข่งกับอาหารสำเร็จรูปและร้านกาแฟในร้านสะดวกซื้อที่กลายเป็นทางเลือกสำคัญของผู้บริโภคด้วย ผลลัพธ์ที่ตามมาคือรายได้และจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น กลับสวนทางกับกำไรสุทธิที่ลดลง แม้แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ก็ยังมีสัญญาณกำไรลดลงในช่วงครึ่งปีแรก
แยกตามประเภทร้าน ใครโตใครทรงตัว
เมื่อแยกตามประเภทธุรกิจ ตลาดร้านอาหารซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 5.9 แสนล้านบาท คาดเติบโต 3.8% โดยแบ่งเป็นสามกลุ่มหลักที่มีชะตากรรมต่างกันชัดเจน
ร้านอาหารข้างทาง (Street Food) เติบโตสูงสุดที่ 5.8% มูลค่า 2.8 แสนล้านบาท ได้อานิสงส์จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายและมองหาความคุ้มค่า แต่ก็ต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบที่อาจสูงถึง 40-50% ของต้นทุนทั้งหมด ขณะที่การขึ้นราคาทำได้ยากเพราะลูกค้ากลุ่มนี้อ่อนไหวต่อราคามาก
ร้านอาหารบริการจำกัด (Limited Service) เติบโต 2.3% มูลค่า 9.4 หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อนด้วยการขยายสาขาของรายใหญ่กลุ่มไก่ทอดและพิซซ่า แต่ต้องเผชิญคู่แข่งหน้าใหม่ทั้ง Casual Dining และ Ghost Kitchen ที่ไม่มีหน้าร้านแต่เน้นเดลิเวอรีเป็นหลัก
ร้านอาหารเต็มรูปแบบ (Full Service) เติบโตช้าสุดเพียง 1.8% มูลค่า 2.14 แสนล้านบาท ได้รับผลกระทบโดยตรงจากกำลังซื้อและความถี่การบริโภคที่ลดลง กลุ่มบุฟเฟต์ยังพอไปได้จากจุดขายด้านความคุ้มค่า แต่กำไรบางมากเพราะแข่งขันสูง ส่วนกลุ่ม Fine Dining ระดับ Mass Market ที่จับกลุ่มคนชั้นกลางจะเหนื่อยกว่ากลุ่ม Ultra Fine Dining ที่ลูกค้าหลักยังมีกำลังซื้อสูงอยู่
ด้านตลาดเครื่องดื่ม (รวมเบเกอรี่และไอศกรีม) กลับเป็นดาวเด่นของปีนี้ ด้วยมูลค่า 9.4 หมื่นล้านบาท เติบโตสูงสุดถึง 5.1% ผลักดันให้ส่วนแบ่งตลาดขยับขึ้นเป็น 14% ของธุรกิจทั้งหมด โดยร้านกาแฟและเครื่องดื่มเติบโต 6.0% จากพฤติกรรมคนไทยที่บริโภคเครื่องดื่มมากขึ้นและการเปิดร้านพรีเมียมที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับในปี 2570 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าความท้าทายจะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีหน้า โดยเฉพาะหลังมาตรการกระตุ้นของรัฐสิ้นสุดลงในไตรมาส 4 ปีนี้ ซึ่งอาจทำให้ยอดขายของผู้ประกอบการบางรายผันผวนมากขึ้น นอกจากนี้พฤติกรรมผู้บริโภคยังมีความซับซ้อนผ่าน 4 เทรนด์หลัก คือการแบ่งขั้วของกำลังซื้อระหว่างกลุ่มที่ยอมจ่ายแพงเพื่อประสบการณ์กับกลุ่มที่เน้นความคุ้มค่า ความต้องการประสบการณ์แบบ Multi-sensory ความภักดีต่อแบรนด์ที่ลดลง และไลฟ์สไตล์เร่งรีบแบบ Grab & Go หรือ Solo Dining
ที่มา:ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ