โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่อง AI ช่วยทำรายงานความยั่งยืน ร่นเวลาถึง 60%

เดลินิวส์

อัพเดต 2 สิงหาคม 2569 เวลา 23.56 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ไทยพัฒน์ เปิดตัวเอไอช่วยจัดทำรายงานความยั่งยืน ลดเวลาเตรียมข้อมูล 60% รับโจทย์มาตรฐานสากล

สถาบันไทยพัฒน์ เปิดตัว ‘รีพอร์ตแอลเอ็ม’ (ReportLM) เครื่องมือเอไอสำหรับช่วยจัดทำรายงานความยั่งยืน โดยพัฒนาบนตัวแบบภาษารายงาน (Report Language Model) ที่อ้างอิงมาตรฐานของ Global Reporting Initiative เพื่อช่วยลดเวลาในการเตรียมข้อมูลได้เฉลี่ย 60% ท่ามกลางข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่มีความเข้มข้นขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปัจจุบัน องค์กรธุรกิจต้องเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลมากขึ้น ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดการมลภาวะและของเสีย ไปจนถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้าและมาตรฐานการรายงานระดับโลก ส่งผลให้การรวบรวม ตรวจสอบ และจัดทำข้อมูลใช้ทั้งเวลาและทรัพยากรมากกว่าเดิม

รีพอร์ตแอลเอ็ม จึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดภาระในขั้นตอนดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้องค์กรที่มีข้อมูลในแบบ 56-1 วัน รีพอร์ต (56-1 One Report) สามารถจัดทำรายงานความยั่งยืนตามมาตรฐาน GRI แบบแยกเล่มได้สะดวกขึ้น รวมถึงช่วยให้องค์กรที่ยังไม่เคยจัดทำรายงานความยั่งยืน มีแนวทางจัดทำรายงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลได้ง่ายขึ้น

เครื่องมือที่ว่านี้ใช้เทคโนโลยี Retrieval-Augmented Generation วิเคราะห์รายงานประจำปีและข้อมูลความยั่งยืนที่องค์กรเปิดเผยต่อสาธารณะ จากนั้นเชื่อมโยงข้อมูลกับข้อกำหนดการเปิดเผยของ GRI พร้อมจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับการรายงานภายในระบบ ReportLM ทำให้ลดเวลาในการค้นหาและจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการจัดทำรายงานตามมาตรฐาน GRI ได้เฉลี่ย 60%

แม้กระบวนการจัดทำรายงานจะรวดเร็วขึ้น แต่การตรวจสอบ แก้ไข และอนุมัติข้อมูลก่อนเผยแพร่ยังเป็นความรับผิดชอบขององค์กร เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถอ้างอิงได้

‘วรณัฐ เพียรธรรม’ ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนา ReportLM มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้องค์กรทุกขนาดเข้าถึงการจัดทำรายงานความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลได้ง่ายขึ้น โดยใช้กระบวนการรายงานเป็นจุดตั้งต้นในการกำหนดตัวชี้วัด กรอบการดำเนินงาน นโยบาย และกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร

วรณัฐกล่าวว่า ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานของมนุษย์ มากกว่าการตัดสินใจแทน องค์กรจึงยังต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้อง ความครบถ้วน และการอนุมัติข้อมูลขั้นสุดท้าย พร้อมจัดให้มีกระบวนการกำกับดูแลที่ชัดเจน ตั้งแต่การควบคุมเอกสารต้นฉบับ การตรวจสอบข้อมูล ไปจนถึงการอนุมัติของฝ่ายบริหาร คณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อสร้างความโปร่งใสในการนำเอไอมาใช้กับการรายงานความยั่งยืน

สถาบันไทยพัฒน์ระบุว่า การขยายตัวของข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูล ทำให้ต้นทุนในการจัดทำรายงานเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากองค์กรต้องรวบรวม ตรวจสอบ และอธิบายข้อมูลจากการดำเนินงานและคู่ค้าจำนวนมาก การวิเคราะห์เอกสารแบบอัตโนมัติจึงช่วยลดเวลาในการค้นหาข้อมูลที่มีอยู่ และช่วยให้สามารถระบุช่องว่างของข้อมูลได้ก่อนถึงกำหนดเปิดเผยรายงาน

ทั้งนี้ ในระยะถัดไป สถาบันไทยพัฒน์มีแผนพัฒนา ReportLM ให้รองรับมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนเพิ่มเติม เช่น มาตรฐานไอเอสเอสบี (ISSB) และมาตรฐานจีเอชจี โปรโตคอล (GHG Protocol) เพื่อรองรับข้อกำหนดด้านการรายงานที่เพิ่มขึ้น และช่วยให้องค์กรเตรียมความพร้อมต่อมาตรฐานสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...