โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

วช.ร่วมกับจ.เชียงรายติดตามนวัตกรรมบริหารจัดการแผนที่เสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่มแม่สาย

เดลินิวส์

อัพเดต 3 สิงหาคม 2569 เวลา 3.43 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ร่วมกับจ.เชียงราย ติดตามนวัตกรรมการบริหารจัดการแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมพื้นที่ อ.แม่สาย และระบบเฝ้าระวังเตือนภัยดินถล่ม

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับจ.เชียงราย จัดประชุมติดตามและตรวจเยี่ยมพื้นที่การใช้นวัตกรรม “แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและการปรับปรุงคันกั้นน้ำ” และ “ระบบเฝ้าระวังดินถล่ม” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผวจ.เชียงราย รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด วช. น.ส.เสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการ วช. นายอานนท์ ขันคำ และ นายธีระศักดิ์ พุทธรักษา ปลัดอำเภอแม่สาย นายอนุชา ยอดเชียงคำ นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย นายฉัตรชัย ชัยศิริ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ รศ.ชูโชค อายุพงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร วช. นักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมและลงพื้นที่ติดตามการประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการอุทกภัยใน ณ พื้นที่ อ.แม่สาย

ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. มุ่งขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำและการรับมืออุทกภัย ซึ่งต้องอาศัยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการเชิงพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ วช. พร้อมสนับสนุนการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ทั้งด้านโครงสร้างป้องกันน้ำ ระบบติดตามและแจ้งเตือนภัย รวมถึงการใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐ ลดความสูญเสียจากภัยพิบัติ และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

ทางด้าน นายประเสริฐ กล่าวว่า จ.เชียงรายได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อ.แม่สาย เป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ครอบคลุมการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำน้ำ การขุดลอกลำน้ำและทางระบายน้ำ การเสริมแนวคันกั้นน้ำ และการพัฒนาโครงสร้างป้องกันน้ำถาวร พร้อมบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนควบคู่กับการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ รศ.ดร.สุจริต กล่าวว่า การรุกล้ำลำน้ำส่งผลให้หน้าตัดของลำน้ำแคบลงจนเกิดลักษณะคอขวด ทำให้การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพและเพิ่มความรุนแรงของสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมเสนอการใช้ข้อมูลทางวิชาการ แบบจำลองอุทกวิทยา และแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมเป็นเครื่องมือสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการน้ำในระยะยาว รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ดินขุดผสมซีเมนต์เหลว เพื่อเสริมความแข็งแรงของแนวคันกั้นน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่

นายธีระศักดิ์กล่าวว่า ทุกหน่วยงานได้ร่วมกันติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งดำเนินการขุดลอกลำเหมือง ปรับปรุงจุดระบายน้ำสำคัญ และเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล เครื่องจักร และอุปกรณ์ โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับสถานการณ์ในช่วงฤดูฝนและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

ส่วน รศ.ชูโชค กล่าวว่า การใช้ข้อมูลจากสถานีวัดระดับน้ำโจตาดาในประเทศเมียนมา ซึ่งสามารถประเมินระยะเวลาการเดินทางของมวลน้ำมายังอำเภอแม่สายได้ประมาณ 4 ชั่วโมง พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning ในการวิเคราะห์ข้อมูลระดับน้ำและปริมาณฝน เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์สถานการณ์ รวมทั้งสนับสนุนการแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast และแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

ภายในงาน ยังได้รับฟังการเตรียมความพร้อมของ ระบบเฝ้าระวังดินถล่ม Platform LINE@ “มดชนะภัย” ผลงานวิจัยของ รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ และคณะมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. โดยเป็นนวัตกรรมสำหรับเฝ้าระวังและแจ้งเตือนความเสี่ยงดินถล่มในพื้นที่ลาดเชิงเขา ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลจากสถานีตรวจวัดปริมาณน้ำฝน ข้อมูลภาคสนาม และการวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ก่อนแจ้งเตือนผ่านแพลตฟอร์ม LINE ให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้แบบเรียลไทม์ ปัจจุบันมีการนำไปใช้ในพื้นที่เสี่ยงหลายจังหวัด อาทิ น่าน เชียงราย เพชรบูรณ์ และนครศรีธรรมราช รวมทั้งพื้นที่โครงการพัฒนาหลวงและชุมชนบนพื้นที่สูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและลดความสูญเสียจากเหตุการณ์ดินถล่มได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง นายพงษ์ศักดิ์ อภิสวัสดิ์สุนทร ผู้จัดการส่วนพัฒนาสังคม โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริในฐานะเป็นผู้ใช้นวัตกรรมได้นำเสนอการใช้นวัตกรรมในพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังดินถล่ม

การตรวจเยี่ยมและติดตามการลงพื้นที่ในครั้งนี้ วช.มุ่งมั่นการผลักดันการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการน้ำและการป้องกันภัยพิบัติ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย เพื่อยกระดับการบริหารจัดการอุทกภัยด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม อันจะนำไปสู่การลดความเสี่ยง ความสูญเสีย และการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...