โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แอร์บีเอ็นบี เพิ่มงบ AI หลังงบ Q2 โตแรงดันหุ้นพุ่ง 15%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 8 สิงหาคม 2569 เวลา 18.34 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แอร์บีเอ็นบี เผยผลประกอบการไตรมาส 2 โตแกร่งเกินคาด ดันหุ้นพุ่งแรง 15% ทะลุนิวไฮในรอบหลายเดือน ด้านซีอีโอ ไบรอัน เชสกี ประกาศลุยอัดฉีดงบซื้อ AI Token เพิ่มขึ้นมหาศาล หลังพบผลตอบแทนการลงทุนคุ้มค่าเกินคาด ช่วยลดเวลาพัฒนาผลิตภัณฑ์ลง 60% พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ AI-Native เต็มตัว

8 สิงหาคม 2569 CNBC รายงานว่า หุ้นของบริษัท แอร์บีเอ็นบี (Airbnb) ปรับตัวเพิ่มขึ้นทันทีถึง 15% หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ที่แข็งแกร่งเกินความคาดหมายของตลาด พร้อมทั้งปรับเพิ่มคาดการณ์ผลดำเนินงานตลอดทั้งปี ซึ่ง นายไบรอัน เชสกี (Brian Chesky) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เปิดเผยผ่านการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) โดยระบุว่า การพลิกฟื้นและเติบโตอย่างก้าวกระโดดในครั้งนี้เป็นผลมาจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยตรง

นายเชสกี ยืนยันว่า บริษัทเตรียมที่จะเพิ่มงบประมาณสำหรับการซื้อ AI Tokens ในปีนี้มากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอย่างมาก เนื่องจากต้นทุนค่าประมวลผล นั้นถือว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้และประสิทธิภาพการทำงานที่ได้รับกลับคืนมา โดย AI เข้ามาช่วยย่นระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ลงได้ราว 60% และส่งผลให้บริษัทสามารถปล่อยฟีเจอร์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้เพิ่มขึ้นถึง 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่จำนวนพนักงานรวมยังคงทรงตัวใกล้เคียงเดิม

"ตอนนี้พูดได้อย่างเต็มปากว่า AI คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับแอร์บีเอ็นบี เรากำลังก้าวสู่การเป็นบริษัท AI-native และนั่นน่าจะเป็นเหตุผลอันดับหนึ่งที่อธิบายผลลัพธ์การเติบโตของเราในเวลานี้" — ไบรอัน เชสกี

จากความสงสัยสู่การดึงแม่ทัพ Meta เสริมทัพยกระดับระบบ

ท่าทีและมุมมองที่เชื่อมั่นในเทคโนโลยีอย่างเต็มตัวของเชสกี นับเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดจากเมื่อปีก่อน ซึ่งในขณะนั้นภายในองค์กรยังคงมีคำถามและข้อสงสัยว่า AI จะส่งผลดีหรือผลเสียต่อธุรกิจ โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังจากแอร์บีเอ็นบีแต่งตั้ง นายอามัด อัล-ดาห์เล (Ahmad Al-Dahle) อดีตหัวหน้าทีม Generative AI ของ Meta และผู้นำการพัฒนา Llama เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อภารกิจในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเป็น "AI-native" อย่างแท้จริง

ปัจจุบัน ผลลัพธ์จากการนำ AI มาใช้งานเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ ทั้งการดึงดูด ยอดจองห้องพัก การช่วยให้ผู้ให้เช่า (Host) ลงประกาศและกำหนดราคาบ้านได้ง่ายขึ้น รวมถึงการลดต้นทุนด้านงานบริการลูกค้า โดยระบบค้นหา AI แบบใหม่ การสร้างไฮไลท์ที่พักอัตโนมัติ และการตอบคำถามผู้เข้าพัก ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ ขณะที่ระบบบอทบริการลูกค้าด้วย AI สามารถปิดเคสช่วยเหลือผู้เข้าพักได้สูงถึง 45% โดยไม่ต้องใช้พนักงานที่เป็นมนุษย์เลย

"ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมันครอบคลุมทั้งระบบจริงๆ ทั้งอุปสงค์ที่มากขึ้น อุปทานที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการให้บริการลูกค้าที่ถูกลง" — ไบรอัน เชสกี

ผลิตภาพพุ่งโดยไม่ต้องเพิ่มคน ยัน ROI คุ้มค่าเงินลงทุน

ในส่วนของกระบวนการทำงานภายในองค์กร แอร์บีเอ็นบีได้ติดตามการใช้ AI ของพนักงานอย่างใกล้ชิด แม้จะมีการวัดปริมาณการใช้ Token ของแต่ละบุคคล แต่สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญมากกว่าคือผลผลิตจริงที่ได้จากทีมงาน ซึ่งเริ่มต้นขึ้นจากกลุ่มวิศวกร ก่อนจะขยายไปยังทีมบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ งานออกแบบ การตลาด และบริการสร้างสรรค์

แนวทางดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อแผนการจ้างงาน โดยจำนวนพนักงานรวมตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมายังคงทรงตัว ขณะที่งบลงทุนด้าน AI เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ เชสกี้ระบุว่านักลงทุนจะได้เห็นรายได้ของบริษัทเติบโตเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนพนักงานอย่างแน่นอนในอนาคต เนื่องจากปรัชญาของบริษัทไม่ได้ใช้ AI เพื่อลดจำนวนคน แต่ใช้เพื่อให้พนักงานสร้างผลงานได้มากขึ้น ซึ่งช่วยดันรายได้ต่อหัวพนักงานให้สูงขึ้นตามไปด้วย

"เราจะใช้เงินไปกับ AI Tokens ในปีนี้มากกว่าที่เราเคยคาดการณ์ไว้มาก แต่นั่นเป็นเรื่องที่ดี เพราะผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ชัดเจน และนั่นทำให้รายได้ของเราสูงขึ้นตามไปด้วย" — ไบรอัน เชสกี

เลือกใช้โมเดลหลากหลาย ยัน Chatbot ไม่ใช่คำตอบเดียวของการเดินทาง

สำหรับการบริหารจัดการเทคโนโลยี แอร์บีเอ็นบีเลือกใช้โมเดล AI มากกว่าสิบโมเดลในการทำงาน内部 อาทิ Claude Code ของ Anthropic และ Codex ของ OpenAI โดยมีการจำกัดการเข้าถึงโมเดลขนาดใหญ่ที่มีราคาสูงหากไม่จำเป็น ขณะเดียวกัน เชสกีให้ความสนใจในโมเดลแบบ Open-source สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ฝั่งผู้บริโภค เนื่องจากมองว่างานของผู้บริโภคทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้โมเดลระดับแนวหน้าที่แพงที่สุดเสมอไป

ส่วนประเด็นที่ว่า AI Agents จากค่ายเทคโนโลยีใหญ่อย่าง OpenAI หรือ Alphabet อาจเข้ามาแทนที่และกลายเป็นช่องทางหลักในการค้นหาที่พักแทนนั้น เชสกีมองว่า อินเทอร์เฟซแบบ Chatbot จะไม่เข้ามาแทนที่การจองห้องพักของแอร์บีเอ็นบี เนื่องจากธุรกิจท่องเที่ยวเป็นเรื่องของภาพ visual การเปรียบเทียบข้อมูลที่ซับซ้อนเกินกว่าข้อความธรรมดา และต้องการการวางแผนร่วมกัน

"ผมไม่เชื่อว่าอินเทอร์เฟซแบบแชท จะเป็นรูปแบบที่ถูกต้องสำหรับการเดินทาง… วันที่ดีที่สุดของเราไม่ใช่ช่วงปี 2010 แต่วันที่ดีที่สุดของบริษัทยังคงอยู่ข้างหน้าเรา" — ไบรอัน เชสกี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...