ประวัติแชทบน ChatGPT ได้ถูกอัยการนำไปใช้เป็นหลักฐานเอาผิดในศาลแล้ว แต่ลูกขุนไม่ยอมรับ
การดำเนินคดี กับ เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI หรือ Artificial Intelligence) อย่าง ChatGPT นั้นเรียกได้ว่ากลายเป็นข่าวปกติไปแล้ว และในข่าวนี้ก็เป็นอีกข่าวที่แปลกใหม่สำหรับ ChatGPT คือแทนที่จะเป็นการฟ้อง กลับเป็นการเอาข้อมูลแชทไปใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล ซึ่งแหล่งข่าวได้ระบุว่าเป็นความพยายามครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว
จากรายงานโดยเว็บไซต์ Mezha ได้กล่าวถึงคดีฟ้องร้องผู้ต้องสงสัย นาย Jonathan Rinderknecht ว่าเป็นผู้วางเพลิงจนนำไปสู่การเกิดไฟป่าที่ใหญ่ และร้ายแรงที่สุดในแถบเมืองลอสแองเจลลิส (Los Angeles) ในปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) ซึ่งในขั้นตอนการพิสูจน์ว่าจำเลยมีความผิดจริงนั้น ทางผู้ฟ้องร้องได้ใช้หลักฐานต่าง ๆ มาประกอบจำนวนมากว่าตำแหน่งของจำเลยนั้นอยู่ในแถบต้นเพลิงในวันที่เกิดเหตุ รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการวางเพลง ซึ่งหลักฐานนั้นประกอบด้วยภาพจากกล้องวงจรปิด, โทรศัพท์มือถือ iPhone, พยานบุคคล, และ ประวัติการพูดคุยบน ChatGPT
ซึ่งหลักฐานบน ChatGPT ที่ผู้ฟ้องร้องนำเสนอต่อศาลนั้น เป็นหลักฐานที่จำเลยทำการสร้างภาพ (Generate Image) รูปไฟจาก ChatGPT เพื่อแสดงความโกรธแค้น รวมทั้งการพูดคุยจำนวนมากที่เป็นไปในทิศทางที่ว่า คนรวยจำเป็นต้องโดนล้างบาง รวมถึงมีการถามตัว ChatGPT ด้วยว่า ถ้าใช้ก้นบุหรี่ในการจุดไฟนั้น ผู้จุดจะถูกจับในข้อหาวางเพลิง หรือไม่? ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าวจริง
ทว่า หลังจากที่ลูกขุนได้ทำการพิจารณาหลักดังกล่าวแล้ว ทางลูกขุนกลับลงคะแนนเข้าข้างฝ่ายจำเลยมากถึง 10 คน จากลูกขุนจำนวน 12 ราย และ 2 รายทำการลงคะแนนว่าฝ่ายจำเลยผิดจริง ซึ่งเสียงข้างมากดังกล่าวนั้นแสดงให้เห็นว่าลูกขุนส่วนมากไม่เชื่อในหลักฐานชุดดังกล่าว และด้วยคะแนนที่ไม่เป็นเอกฉันท์ ทำให้ทางผู้พิพากษาต้องตัดสินใจยุติการพิจารณาคดีความ เนื่องจากไม่สามารถหาข้อสรุปได้ (Mistrial) โดยทางลูกขุนรายหนึ่งได้กล่าวว่า ทางตัวลูกขุนเองนอกจากจะไม่เชื่อในหลักฐานการพูดคุยกับแชทบอทที่ถูกนำมาใช้งานเป็นหลักฐานแล้ว ยังรู้สึกไม่พอใจในการใช้งานหลักฐานดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้ฟ้องร้องพยายามใช้ในการนำมาแสดงให้เห็นถึง ด้านมืด (Negative Character) ของจำเลย เพื่อปรักปรำว่าเป็นผู้กระทำ
จากที่กล่าวมาข้างต้น ข่าวนี้ได้กลายเป็นกรณีศึกษาว่าเป็นครั้งแรกที่ศาลรับพิจารณาประวัติการแชทกับเครื่องมือ AI ให้มาเป็นหลักฐานในชั้นศาลได้ แต่ขณะเดียวกันก็ได้ให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นในตัวหลักฐานรูปแบบดังกล่าวโดยคณะลูกขุนเช่นเดียวกัน โดยทางลูกขุนมองว่าเป็นหลักฐานที่อ่อนมาก ไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงแรงจูงใจในการกระทำผิดได้
➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv