โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุดช้ำ! ครูสาวค้ำประกันให้เพื่อน สุดท้ายถูกทิ้งให้ใช้หนี้แทนกว่า 16 ล้าน

มุมข่าว

เผยแพร่ 54 นาทีที่แล้ว • mm.
วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นางภิมร์ลภัส หรือ ครูติ๋ว อายุ 47 ปี ข้าราชการครูในจังหวัดบุรีรัมย์ นำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการกู้เงิน การค้ำประกัน และเอกสารทางคดี ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังตกเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ให้เพื่อนครูหลายราย ก่อนต้องแบกรับภาระหนี้แทนเป็นเวลานานหลายปี จนถูกเรียกชำระหนี้รวมกว่า 16 ล้านบาท

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นางภิมร์ลภัส หรือ ครูติ๋ว อายุ 47 ปี ข้าราชการครูในจังหวัดบุรีรัมย์ นำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการกู้เงิน การค้ำประกัน และเอกสารทางคดี ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังตกเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ให้เพื่อนครูหลายราย ก่อนต้องแบกรับภาระหนี้แทนเป็นเวลานานหลายปี จนถูกเรียกชำระหนี้รวมกว่า 16 ล้านบาท

ครูติ๋วเล่าว่า เมื่อปี 2553 ขณะที่ยังทำงานสอนอยู่โรงเรียนเอกชน ได้ร่วมค้ำประกันเงินกู้ให้เพื่อนครูจำนวน 5 คน โดยเป็นลักษณะการเวียนกันค้ำประกันระหว่างกลุ่มเพื่อน ต่อมาผู้กู้บางรายผิดนัดชำระหนี้ จนในปี 2565 ธนาคารได้ดำเนินคดี

ในจำนวนนี้ ครู 2 รายแรกที่ถูกฟ้องไม่ได้เข้าสู่กระบวนการประนอมหนี้ แต่เลือกเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย ส่งผลให้ครูติ๋วในฐานะผู้ค้ำประกันต้องรับภาระชำระหนี้แทน โดยถูกหักจากเงินเดือนเดือนละประมาณ 5,900 บาท และมีภาระหนี้รวมเกือบ 1 ล้านบาท

ครูติ๋วระบุว่า นอกจากต้องรับผิดชอบหนี้ของตัวเองแล้ว ยังต้องชำระหนี้แทนเพื่อนครูที่ตนเคยค้ำประกัน จนเกิดความเครียดสะสมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เคยล้มป่วยจากภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดขอนแก่นเป็นเวลานานเกือบ 1 เดือน และปัจจุบันยังต้องเดินทางไปพบแพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาในปี 2568 ครูติ๋วได้รับหมายศาลจากกรณีค้ำประกันเงินกู้ให้เพื่อนครูรายที่ 3 ซึ่งผิดนัดชำระหนี้และเข้าสู่กระบวนการล้มละลายเช่นกัน โดยถูกเรียกให้ชำระหนี้แทนผู้กู้อีกกว่า 4 ล้านบาท

กระทั่งปี 2569 ธนาคารได้นำยอดหนี้จากหลายส่วนมารวมกัน ทั้งหนี้ที่ครูติ๋วกู้จากต้นสังกัดเพื่อนำไปชำระหนี้ธนาคาร และหนี้จากการค้ำประกัน ก่อนดำเนินคดีเรียกชำระหนี้จากครูติ๋วเพียงรายเดียว รวมเงินต้นและดอกเบี้ยกว่า 16 ล้านบาท เนื่องจากเพื่อนครูที่เคยค้ำประกันให้หลายรายเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย ขณะที่ครูติ๋วยังคงเป็นข้าราชการและมีรายได้ประจำ

ครูติ๋วกล่าวว่า รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากเพื่อนครูที่เข้าสู่กระบวนการล้มละลายยังได้รับเงินเลี้ยงชีพจากกองพิทักษ์ทรัพย์เดือนละประมาณ 18,000 บาท และบางรายยังมีรายได้จากการสอนในโรงเรียนเอกชนหรือธุรกิจอื่น ขณะที่ตนเองต้องรับภาระหนี้แทนจนกระทบต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว รวมถึงค่าเล่าเรียนของบุตร และต้องหยิบยืมเงินจากผู้อื่นมาใช้จ่าย

ครูติ๋วยอมรับว่า ความเครียดจากปัญหาหนี้สินส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างมาก จนบางช่วงเคยมีความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ แต่ยังพยายามประคับประคองตัวเอง โดยเฉพาะเพราะเป็นห่วงลูกสาวที่ยังอยู่ในวัยเรียน และต้องการหาทางออกให้กับปัญหาที่เกิดขึ้น

ที่ผ่านมา ครูติ๋วเคยทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และศึกษาธิการจังหวัด เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางช่วยเหลือ แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม

ครูติ๋วกล่าวทั้งน้ำตาว่า แม้ในทางกฎหมายอาจไม่สามารถเรียกร้องจากเพื่อนครูที่เข้าสู่กระบวนการล้มละลายได้ แต่ในมุมของตนอยากให้ทุกฝ่ายมีความรับผิดชอบต่อหนี้ของตัวเอง เพราะปัจจุบันตนเองและครอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

ทั้งนี้ วันที่ 9 กันยายน 2569 ครูติ๋วจะเดินทางไปเจรจาประนอมหนี้กับกองพิทักษ์ทรัพย์ โดยกังวลว่าหากไม่สามารถหาทางออกได้และท้ายที่สุดต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย อาจส่งผลกระทบต่อสถานะการรับราชการและรายได้ของครอบครัว รวมถึงครูอีก 2 รายที่เคยค้ำประกันให้ตนเองด้วย

ครูติ๋วจึงเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยหาแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อบรรเทาภาระหนี้สินและไม่ให้ครอบครัวต้องได้รับผลกระทบไปมากกว่านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...