‘คลัง’ หนุนพลังงานสะอาด ใช้เงินกู้เปลี่ยนรถสาธารณะสู่ EV
#คลัง #EV #ทันหุ้น – “คลัง” เตรียมอุดหนุนรถสาธารณะเปลี่ยนเป็น EV ส่งเสริมการใช้ B20 เพื่อลดฟอสซิล-ช่วยชาวสวนปาล์ม ตั้งเงื่อนไขต้องปลดรถเก่าออกจากระบบป้องกันกลับมาวิ่งซ้ำ
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง จะใช้เงินจากพ.ร.ก.เงินกู้ อุดหนุนรถยนต์ที่ให้บริการสาธารณะเปลี่ยนผ่านจากรถใช้น้ำมันไปสู่รถใช้พลังงานไฟฟ้า ( EV) และสนับสนุนรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน B20 หรือ ไบโอดีเซล อีกด้วย ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลแล้ว ยังจะมีส่วนช่วยดันราคาผลิตน้ำมันปาล์มของเกษตรกรด้วย
*หนุนรถสาธารณะ
โดยโครงการสนับสนุนให้รถยนต์ที่ให้บริการสาธารณะไม่ว่าจะเป็นรถบัสที่วิ่งระหว่างเมือง, รถแท็กซี่ และรถตู้สาธารณะ ให้เปลี่ยนเป็น EV เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่ให้บริการคนเป็นจำนวนมาก ส่วนโครงการแลกรถเก่าที่ใช้น้ำมัน เปลี่ยนเป็นรถ EV ยังไม่ได้พิจารณา เนื่องจากปัจจุบันโครงการสนับสนุนรถ EV หรือ EV 3.5 ยังมีผลบังคับใช้อยู่โดยให้การอุดหนุนคนที่ซื้อรถ EV คันละ 5 หมื่นบาทอยู่แล้ว
สำหรับรถยนต์สาธารณะที่เข้าร่วมโครงการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานสะอาดดังกล่าว จะมีเงื่อนไขว่าจะต้องเอารถเก่าที่ใช้น้ำมันคันนั้นออกจากระบบ โดยการถอดออกจากระบบทะเบียนของกรมขนส่งทางบก เพื่อไม่ให้รถเก่าดังกล่าว กลับมาหมุนเวียนระบบอีก ขณะเดียวกัน ต้องหารือเรื่องนี้กับกระทรวงคมนาคม ส่วนรถเก่าที่เอาออกจากระบบแล้ว และกำลังหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อนำรถเก่าดังกล่าวไปแยกเป็นชิ้นส่วนต่อไป โดยให้ภาคเอกชนที่มีความชำนาญในเรื่องนี้เป็นคนจัดการ
ดร.เอกนิติ กล่าวว่า จากวิกฤติพลังงานที่เกิดจากสงครามสหรัฐ อิสราเอล-อิหร่าน ทำให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย จนทำให้รัฐบาล จำเป็นต้อง ออกพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยแบ่งเงินออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งส่วนแรก 2 แสนล้านบาท ใช้สำหรับการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส และอีก 2 แสนล้านบาทที่เหลือ จะใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานจากฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ที่มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อพิจารณาโครงการที่ส่วนราชการ เสนอเข้ามา
*หนุนเปลี่ยนผ่าน
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวถึงความคืบหน้าการกู้เงินตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมวงเงิน 4 แสนล้านบาทว่า ในส่วนของเงินกู้ 2 แสนล้านบาทแรกที่ใช้เยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประชาชนผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส นั้น จนถึงปัจจุบัน ได้มีการกู้เงินเพื่อใช้จ่ายในโครงการดังกล่าวแล้ว 1.38 แสนล้านบาท และในอีก 1 -2 เดือนข้างหน้าจะกู้เพิ่มเติมอีก 3 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ หากมีวงเงินเหลือจากการใช้ในโครงการไทยช่วยไทย พลัส ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท อาจมีการพิจารณาโยกงบไปใช้ในส่วนของโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานหากแผนงานมีความสอดคล้องกัน
สำหรับการพิจารณาโครงการที่จะใช้เงินกู้เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานนั้น คณะกรรมการที่ทำหน้าที่พิจารณาจะมีการคัดกรองอย่างเข้มงวดเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกฎหมายและเกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากเม็ดเงินต้องใช้อย่างคุ้มค่าและมีระยะเวลาการใช้เงินที่จำกัดจนถึงเดือนกันยายนปีหน้าเท่านั้น