โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เปิดมิติใหม่การศึกษา 5 จังหวัดชายแดนใต้ ดัน Active Learning พัฒนาครู

Amarin TV

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เปิดมิติใหม่การศึกษา 5 จังหวัดชายแดนใต้ ดัน Active Learning พัฒนาครู–ยกระดับผู้เรียนอย่างยั่งยืน

เปิดมิติใหม่การศึกษา 5 จังหวัดชายแดนใต้ ดัน Active Learning พัฒนาครู–ยกระดับผู้เรียนอย่างยั่งยืน

การศึกษาใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังก้าวสู่การพัฒนาอีกมิติหนึ่ง เมื่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. เครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ หรือ พว. ร่วมผลักดันการเรียนรู้แบบ Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ลงสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 3 ปี

ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งพัฒนาศักยภาพครูและผู้เรียนให้สอดรับกับทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ทางศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายให้เด็กสามารถคิด วิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ แก้ปัญหา และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง

ดร.ภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ระบุว่า สช. ดูแลโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศประมาณ 3,000 แห่ง มีนักเรียนราว 2 ล้านคน ขณะที่ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้เรียนจำนวนมากอยู่ในระบบโรงเรียนเอกชน โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามกว่า 300 แห่ง

พื้นที่ดังกล่าวมีรูปแบบการศึกษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งการจัดการเรียนการสอนวิชาสามัญและอิสลามศึกษา การพัฒนาคุณภาพการศึกษาจึงจำเป็นต้องเลือกใช้กระบวนการที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในห้องเรียน

หนึ่งในหัวใจสำคัญ คือการพัฒนาครูให้สามารถปรับบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้ ไปสู่ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ตั้งคำถาม สืบค้นข้อมูล ลงมือปฏิบัติ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

ดร.ภิญญา มองว่า GPAS 5 Steps จะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการช่วยพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับการลงมือทำ พร้อมระบุว่า การขับเคลื่อนให้เกิดผลอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันตั้งแต่ระดับผู้บริหารสถานศึกษาไปจนถึงครูผู้สอน

เป้าหมายในระยะ 3 ปี คือทำให้รูปแบบการเรียนการสอนเกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม และส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนในระยะยาว

ความร่วมมือครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอิสลามศึกษาควบคู่กับวิชาสามัญ เพราะ สช. ดูแลทั้งโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันทางศาสนา ตลอดจนศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดสำหรับเด็กในวัยเรียนจำนวนมากในพื้นที่

ว่าที่ ร.ต.ดร.อับดุลฮาฟิซ หิเล ประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า ความร่วมมือด้านวิชาการครั้งนี้จะช่วยเติมเต็มทั้งการพัฒนาครู สื่อการเรียนรู้ แผนการสอน และกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ให้สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในวิชาสามัญและอิสลามศึกษา

เป้าหมายสำคัญ คือทำให้การพัฒนาวิชาการเดินควบคู่ไปกับหลักศาสนาและวิถีชีวิตของชุมชน โดย GPAS 5 Steps สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นกระบวนการคิดและการเรียนรู้ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างองค์ความรู้สมัยใหม่กับพื้นฐานทางศาสนาและวัฒนธรรมของพื้นที่

อีกหนึ่งศักยภาพสำคัญของโรงเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือความหลากหลายด้านภาษา ผู้เรียนจำนวนมากมีพื้นฐานทั้งภาษาไทย ภาษามลายู ภาษาอาหรับ และภาษาอังกฤษ

นายมะสุขรี ซีเดะ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาจังหวัดนราธิวาส ระบุว่า ปัจจุบันหลายโรงเรียนพัฒนาโปรแกรมด้านภาษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษามลายู และ Arab English Program รวมถึงมีครูจากต่างประเทศเข้ามาร่วมจัดการเรียนการสอน และบางโรงเรียนกำลังต่อยอดไปสู่การเชื่อมโยงกับการศึกษาระดับนานาชาติ

การนำ Active Learning และ GPAS 5 Steps เข้ามาเสริม จึงเป็นโอกาสในการต่อยอดศักยภาพที่มีอยู่เดิม ให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงทักษะด้านภาษา ศาสนา วิทยาศาสตร์ และความรู้จากท้องถิ่นไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นรูปธรรม

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว. ระบุว่า กระบวนการ GPAS 5 Steps มีเป้าหมายสร้างทักษะการคิดและการเรียนรู้ให้ติดตัวผู้เรียนในระยะยาว เพราะแม้บริบททางสังคมและสิ่งแวดล้อมในอนาคตจะเปลี่ยนแปลง แต่เด็กที่มีพื้นฐานการคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหา จะสามารถนำกระบวนการเหล่านี้ไปปรับใช้กับสถานการณ์ใหม่ได้

แนวทางดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ครูนำทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรในชุมชนมาเชื่อมกับการเรียนรู้ เช่น การนำวัตถุดิบ สมุนไพร หรือผลไม้ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นโครงงานด้านอาหารฮาลาล โดยผสมผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับหลักศาสนา ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว และพัฒนาต่อไปเป็นผลงานหรือ Portfolio ของตนเอง

ตลอดระยะเวลา 3 ปี พว. จะสนับสนุนสื่อการเรียนรู้ เอกสาร แผนการจัดการเรียนรู้ คลัง E-book ทีมวิทยากร รวมถึงการพัฒนาครูและการนิเทศติดตามอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เครือข่ายโรงเรียนในพื้นที่จะร่วมขับเคลื่อนตั้งแต่ระดับผู้บริหารไปจนถึงห้องเรียน

เป้าหมายปลายทางจึงไม่ใช่เพียงการนำกระบวนการใหม่เข้าสู่โรงเรียน แต่คือการสร้างระบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ครูมีเครื่องมือในการพัฒนาผู้เรียน เด็กมีทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต และสามารถนำศักยภาพด้านศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และทุนท้องถิ่นมาต่อยอดได้อย่างเต็มที่

นี่จึงเป็นอีกก้าวของการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ชายแดนใต้ ที่เชื่อม “วิชาการ–ศาสนา–ภาษา–อัตลักษณ์–นวัตกรรม” เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างคุณภาพการศึกษาที่เติบโตจากบริบทของพื้นที่ และเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...