โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดย่านนวัตกรรมการแพทย์ : HealthTech Insight

Techhub

อัพเดต 19 ส.ค. เวลา 08.43 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. เวลา 08.43 น.

การแพทย์ไทยไม่แพ้ใครในโลก คำพูดนี้ไม่เกินจริง เพราะนอกจากงานบริการที่ต่างชาติยอมรับแล้ว ไทยยังซุ่มพัฒนานวัตกรรมเพื่อรักษาโรคเฉพาะทาง รวมถึงเติมเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อใช้เป็นแต้มต่อสร้างความได้เปรียบกับคู่แข่ง

“นวัตกรรมการแพทย์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของประเทศที่มีพัฒนาการที่น่าสนใจ” ดร.กริชผกาบุญเฟื่องผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(NIA) กล่าว และบอกว่า ที่ผ่านมาNIA สนับสนุนนวัตกรรมการแพทย์สายDeeptech จากโรงเรียนแพทย์ และผู้ประกอบการ รวมถึงAI แพลตฟอร์ม และเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

การทำงานร่วมกับสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มสตาร์ทอัพ ในการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างโรงพยาบาล ภาครัฐ กระทรวงสาธารณสุข และกลุ่มนักลงทุน เพื่อขยายนวัตกรรมสู่การใช้จริงเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพของคนไทย และออกสู่ตลาดได้ในที่สุด

: สตาร์ทอัปเฮทธ์เทคมาแรง

“เพอร์เซปทรา” (Perceptra) คือ ตัวอย่างสตาร์ทอัพDeepTech แถวหน้าของไทย ที่พัฒนาเครื่องมือAI ขึ้นมาช่วยวิเคราะห์ฟิล์มเอกซเรย์ปอด ตั้งแต่ช่วงที่Covid ระบาด จนเกิดการใช้งานอย่างกว้างขวางและได้บรรจุเข้าในชุดสิทธิ์สิทธิประโยชน์ของ สปสช.

“เมติคูลี่” (Meticuly) พัฒนานวัตกรรมกระดูกเทียมไทเทเนียมพิมพ์3 มิติ แบบเฉพาะบุคคล ที่ได้จดสิทธิบัตร และรางวัลระดับโลกจาก WIPO รวมถึง“ออสซีโอแล็บส์” (OsseoLabs) ที่พัฒนานวัตกรรมAI ช่วยออกแบบอุปกรณ์ผ่าตัดบริเวณใบหน้า ซึ่งใช้งานได้จริงกับผู้ป่วยแล้วกว่า200 ราย

“ตอนนี้เรามีนวัตกรรมการแพทย์ของคนไทยที่รอขึ้นทะเบียน อย. ประมาณ10 ราย” พงษ์ชัย เพชรสังหาร ประธานสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย(Thai Health Tech Association: THTA) กล่าว

ขณะเดียวกันยังมีอีกหลากหลายสตาร์ทอัพที่ใช้โจทย์สุขภาพสร้างนวัตกรรม ทั้งแพลตฟอร์มDigital Health วิเคราะห์พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรคNCD หรือแม้แต่แพลตฟอร์มการแพทย์ทางไกลTelemedicine การดูแลสุขภาพออนไลน์ผ่านแอปooca (อูก้า) ที่ช่วยลดค่าใช่จ่ายและช่วยให้เข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น

: ย่านนวัตกรรมการแพทย์

นวัตกรรมการแพทย์ ยังต้องการแรงผลักดันเพื่อเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง ผู้อำนวยการNIA กล่าวว่า ไทยจำเป็นต้องมีกลไกหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบีนมีการกำหนดย่าน นวัตกรรมทางการแพทย์ขึ้นในประเทศไทย ที่แรกคือย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี (Yothi Medical Innovation District – YMID) กรุงเทพ ซึ่งกำลังขยายตัวไปในหลายจังหวัด เช่น ย่านนวัตกรรมการแพทย์สวนดอก หรือ Suandok Medical Innovation District (SMID) จ.เชียงใหม่, ย่านนวัตกรรมการแพทย์กังสดาล(Kangsadan Medical Innovation District – KMID) เพื่อให้เป็นพื้นที่ศูนย์กลางพัฒนานวัตกรรมด้านการแพทย์และการวิจัย

“ย่านนวัตกรรมจะช่วยดึงความร่วมจากโรงพยาบาลในพื้นที่เข้าร่วมสร้างให้สตาร์ตอัพเฮทธ์เทคมีความเข้มแข็งจากการนำนวัตกรรมไปใช้จริงได้ เพื่อทำข้อแก้ไขมาปรับปรุง เรียกได้ว่าเป็นSandbox หรือสนามทดลองนวัตกรรม ต่อยอดเป็นโปรดักส์ ขยายออกสู่ตลาดได้ในที่สุด” ประธานสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย กล่าวเสริม

ผู้อำนวยการNIA ย้ำว่าEcosystem คือสำคัญที่ถูกผลักดันผ่านกลไกSpearH แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยง โรงพยาบาล นักลงทุน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพราะในกระบวนกวนการพัฒนานวัตกรรมการแพทย์มีความลับบางอย่างที่กว่าจะออกไปสู่เชิงพาณิชย์ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย

“ถ้าเราดึงทุกฝ่ายมาอยู่ร่วมในแพลตฟอร์มเดียวกันจะทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้นทำให้ระยะเวลาจากห้องแล็ปสู่ตลาดทำได้เร็วและแข่งกับต่างประเทศได้มากขึ้นสนับสนุนการยกระดับประเทศไทยเป็นThailand Medical innovation Hub โดยมีนวัตกรรมการแพทย์เป็นสปริงบอร์ดสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งต่อยอดงานบริการลดการนำเข้าและดึงต่างชาติเข้ามาลงทุนในเมืองไทยได้ในอนาคต”

ร่วมหาคำตอบว่า เทคโนโลยีจะช่วยเปลี่ยนอนาคตการดูแลสุขภาพไปได้อย่างไร ในซีรีส์HealthTech Insight เทคโนโลยีการแพทย์สุดล้ำ ความหวังใหม่ของการรักษาโรค ได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของTechhub


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...