เปิดย่านนวัตกรรมการแพทย์ : HealthTech Insight
การแพทย์ไทยไม่แพ้ใครในโลก คำพูดนี้ไม่เกินจริง เพราะนอกจากงานบริการที่ต่างชาติยอมรับแล้ว ไทยยังซุ่มพัฒนานวัตกรรมเพื่อรักษาโรคเฉพาะทาง รวมถึงเติมเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อใช้เป็นแต้มต่อสร้างความได้เปรียบกับคู่แข่ง
“นวัตกรรมการแพทย์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของประเทศที่มีพัฒนาการที่น่าสนใจ” ดร.กริชผกาบุญเฟื่องผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(NIA) กล่าว และบอกว่า ที่ผ่านมาNIA สนับสนุนนวัตกรรมการแพทย์สายDeeptech จากโรงเรียนแพทย์ และผู้ประกอบการ รวมถึงAI แพลตฟอร์ม และเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
การทำงานร่วมกับสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มสตาร์ทอัพ ในการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างโรงพยาบาล ภาครัฐ กระทรวงสาธารณสุข และกลุ่มนักลงทุน เพื่อขยายนวัตกรรมสู่การใช้จริงเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพของคนไทย และออกสู่ตลาดได้ในที่สุด
: สตาร์ทอัปเฮทธ์เทคมาแรง
“เพอร์เซปทรา” (Perceptra) คือ ตัวอย่างสตาร์ทอัพDeepTech แถวหน้าของไทย ที่พัฒนาเครื่องมือAI ขึ้นมาช่วยวิเคราะห์ฟิล์มเอกซเรย์ปอด ตั้งแต่ช่วงที่Covid ระบาด จนเกิดการใช้งานอย่างกว้างขวางและได้บรรจุเข้าในชุดสิทธิ์สิทธิประโยชน์ของ สปสช.
“เมติคูลี่” (Meticuly) พัฒนานวัตกรรมกระดูกเทียมไทเทเนียมพิมพ์3 มิติ แบบเฉพาะบุคคล ที่ได้จดสิทธิบัตร และรางวัลระดับโลกจาก WIPO รวมถึง“ออสซีโอแล็บส์” (OsseoLabs) ที่พัฒนานวัตกรรมAI ช่วยออกแบบอุปกรณ์ผ่าตัดบริเวณใบหน้า ซึ่งใช้งานได้จริงกับผู้ป่วยแล้วกว่า200 ราย
“ตอนนี้เรามีนวัตกรรมการแพทย์ของคนไทยที่รอขึ้นทะเบียน อย. ประมาณ10 ราย” พงษ์ชัย เพชรสังหาร ประธานสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย(Thai Health Tech Association: THTA) กล่าว
ขณะเดียวกันยังมีอีกหลากหลายสตาร์ทอัพที่ใช้โจทย์สุขภาพสร้างนวัตกรรม ทั้งแพลตฟอร์มDigital Health วิเคราะห์พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรคNCD หรือแม้แต่แพลตฟอร์มการแพทย์ทางไกลTelemedicine การดูแลสุขภาพออนไลน์ผ่านแอปooca (อูก้า) ที่ช่วยลดค่าใช่จ่ายและช่วยให้เข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น
: ย่านนวัตกรรมการแพทย์
นวัตกรรมการแพทย์ ยังต้องการแรงผลักดันเพื่อเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง ผู้อำนวยการNIA กล่าวว่า ไทยจำเป็นต้องมีกลไกหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบีนมีการกำหนดย่าน นวัตกรรมทางการแพทย์ขึ้นในประเทศไทย ที่แรกคือย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี (Yothi Medical Innovation District – YMID) กรุงเทพ ซึ่งกำลังขยายตัวไปในหลายจังหวัด เช่น ย่านนวัตกรรมการแพทย์สวนดอก หรือ Suandok Medical Innovation District (SMID) จ.เชียงใหม่, ย่านนวัตกรรมการแพทย์กังสดาล(Kangsadan Medical Innovation District – KMID) เพื่อให้เป็นพื้นที่ศูนย์กลางพัฒนานวัตกรรมด้านการแพทย์และการวิจัย
“ย่านนวัตกรรมจะช่วยดึงความร่วมจากโรงพยาบาลในพื้นที่เข้าร่วมสร้างให้สตาร์ตอัพเฮทธ์เทคมีความเข้มแข็งจากการนำนวัตกรรมไปใช้จริงได้ เพื่อทำข้อแก้ไขมาปรับปรุง เรียกได้ว่าเป็นSandbox หรือสนามทดลองนวัตกรรม ต่อยอดเป็นโปรดักส์ ขยายออกสู่ตลาดได้ในที่สุด” ประธานสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย กล่าวเสริม
ผู้อำนวยการNIA ย้ำว่าEcosystem คือสำคัญที่ถูกผลักดันผ่านกลไกSpearH แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยง โรงพยาบาล นักลงทุน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพราะในกระบวนกวนการพัฒนานวัตกรรมการแพทย์มีความลับบางอย่างที่กว่าจะออกไปสู่เชิงพาณิชย์ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย
“ถ้าเราดึงทุกฝ่ายมาอยู่ร่วมในแพลตฟอร์มเดียวกันจะทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้นทำให้ระยะเวลาจากห้องแล็ปสู่ตลาดทำได้เร็วและแข่งกับต่างประเทศได้มากขึ้นสนับสนุนการยกระดับประเทศไทยเป็นThailand Medical innovation Hub โดยมีนวัตกรรมการแพทย์เป็นสปริงบอร์ดสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งต่อยอดงานบริการลดการนำเข้าและดึงต่างชาติเข้ามาลงทุนในเมืองไทยได้ในอนาคต”
ร่วมหาคำตอบว่า เทคโนโลยีจะช่วยเปลี่ยนอนาคตการดูแลสุขภาพไปได้อย่างไร ในซีรีส์HealthTech Insight เทคโนโลยีการแพทย์สุดล้ำ ความหวังใหม่ของการรักษาโรค ได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของTechhub
⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน
กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th