โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"รมว.ต่างประเทศเกาหลีใต้" จวก “ทรัมป์” สั่งลดระดับร่วมซ้อมรบประจำปีกระทันหันหวังบีบ “โซล” ประเด็น “อิหร่าน-การลงทุน”

Manager Online

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

รอยเตอร์/เอเจนซีส์ – รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ โช ฮยอน (Cho Hyun) แสดงความเห็นวันพุธ(18 ส.ค)ต่อคำสั่งลดระดับการซ้อมรบประจำปีสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ Ulchi Freedom Shield ของทรัมป์เล็งบีบคั้นเกาหลีใต้เพื่อสนับสนุนอเมริการบอิหร่านรวมประเด็นการลงทุน CNN ชื่อดังของสหรัฐฯชี้ อเมริกาไม่ควรทิ้งพันธมิตรตามสัญญาถึงแม้หวังว่า โซลในท้ายที่สุดจะสามารถปกป้องตัวเองได้ก็ตาม

รอยเตอร์รายงานวันพุธ(18 ส.ค)ว่า รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ โช ฮยอน (Cho Hyun) กล่าวผ่านแถลงการณ์มีใจความว่า

“ผมคิดว่าสารของประธานาธิบดีทรัมป์ (ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์) นั้นรวมการกดดันต่อไม่กี่ประเด็นที่ยังคงค้างร่วมกับรัฐบาลเกาหลีใต้รวมถึงสารไปยังเกาหลีเหนือและความตั้งใจของสหรัฐฯที่จะผ่าทางตันในสงครามอิหร่าน”

หนึ่งในสาเหตุความขัดแย้งอาจมาจากการเสนอการลงทุนมูลค่า 350 พันล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯภายใต้ข้อตกทางการค้าที่ลงนามไว้ในปีที่ผ่านมา รัฐมนตรีโชเผย

อย่างไรก็ตามโซลยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดของแผนการลงทุนถึงแม้ว่ารัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้กล่าวว่า สหรัฐฯได้ส่งโปรเจกต์ข้อเสนอมาแล้วก็ตาม

“พวกเราไม่สามารถทำให้เร็วมากขึ้นต่อแผนการลงทุนในระหว่างที่ทางเราต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆเป็นต้นว่า ความอยู่รอดทางการค้าและกระบวนการทางกฎหมาย”

พร้อมกันนี้ยังอ้างเหตุผลที่ไม่อาจคาดการณ์อื่นๆโดยปราศจากการอธิบายเพิ่มเติม

รอยเตอร์รายงานว่า เกาหลีใต้และสหรัฐฯประกาศในวันพุธ(18)ว่า จะลดการซ้อมรบทางการทหารประจำปีร่วมกันเหลือแค่ 5 วันจากทั้งหมดแต่เดิม 11 วันรวมไปถึงลดการฝึกภาคสนามลงบางส่วนตามหลังคำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐฯต่อการลดระดับการร่วมของสหรัฐฯ

ด้านรัฐมนตรีรวมชาติเกาหลีใต้ ช็อง ดง-ย็อง (Chung Dong-young) ที่เข้าร่วมเช่นกันออกมาแสดงความเห็นว่า ดูเหมือนผู้นำสหรัฐฯกำลังพยายามที่จะหาทางเปิดซัมมิตครั้งใหม่กับเกาหลีเหนือด้วยการลดระดับการซ้อมรบลงที่ฝ่ายเกาหลีเหนือนั้นมองว่าเป็นการยั่วยุ

CNN ของสหรัฐฯรายงานวันพฤหัสบดี(19)แสดงความไม่เห็นด้วยต่อท่าทีรัฐบาลสหรัฐฯในการส่งสัญญาณผลักไสโซลที่เป็นเพื่อนที่ดีของอเมริกาตลอดมา แต่หันไปใส่ใจต่อศัตรูของตัวเอง “เกาหลีเหนือ” ที่กำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ตลอดระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา "เกาหลีใต้" ผงาดขึ้นมาทางทหารระดับโลกแต่ยังไม่สามารถเทียบชั้นเท่ากับ "สหรัฐฯ" หรือ "จีน" แต่มีความสามารถบางอย่างที่จะปกป้องตัวเองจากเกาหลีเหนือ

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มย็อง ในคำแถลงวันอังคาร(18) อ้างถึงความสามารถนั้น ระบุว่าต้องการใช้การซ้อมรบประจำปีนี้เพื่อหาโอกาสใหม่ที่เขาได้เคยหาเสียงให้คำมั่นสัญญาไว้ในปี 2025 เพื่อนำปฎิบัติการควบคุมยามสงครามกลับคืนสู่โซลภายในปี 2030

สื่อสหรัฐฯชี้ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้เกาหลีใต้สามารถปกป้องตัวเอง แต่ทว่าการเปิดฉากของเขาต่อผู้นำเกาหลีเหนืออาจทำให้ความพยายามนั้นล่าช้าออกไป

ถือเป็นเป้าหมายหลักสำหรับทั้ง 2 ประเทศที่หลังจากที่โซลแสดงให้เห็นว่าสามารถแบกรับภาระไว้ได้ อเมริกาจะสามารถถอยฉากกลับไปนั่งแถวหลังในสงครามความขัดแย้งใดๆในอนาคต ที่อาจป้อนศักยภาพทางการทหารให้แต่ทว่าฝ่ายเกาหลีใต้ต้องเป็นผู้ทำหน้าที่ส่วนใหญ่รวมไปถึงค่าใช้จ่ายการป้องกันประเทศ

การที่กองกำลังสหรัฐฯต้องผูกติดกับความรับผิดชอบต่อคาบสมุทรเกาหลีในเวลาที่กองกำลังสหรัฐฯอาจเป็นที่ต้องการอย่างมากในบางพื้นที่เช่น อิหร่าน หรือ ความขัดแย้งในอนาคตทั้งในเอเชีย และทั่วโลก และหมายความว่างบประมาณด้านกลาโหมในอนาคตจะไม่สามารถคำนึงถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายในเกาหลีได้ เมื่อความต้องการอาวุธใหม่มีแต่จะเพิ่ม”

CNN วิจารณ์ว่า การที่ทรัมป์แสดงความชื่นชมต่อ คิม จองอึน แสดงให้เห็นว่าผู้นำสหรัฐฯนำประเทศคู่อริของตัวเองที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในมือเหนือกว่าพันธมิตรตามสนธิสัญญาที่ทำตามในสิ่งที่ผู้นำอเมริกันร้องขอ

ทั้งนี้นักวิเคราะห์ทั้งหลายกล่าวว่า สำหรับทรัมป์แล้วนั้นอ่อนแอในเวทีโลกจากสงครามกับอิหร่านที่กำลังยืดเยื้อ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...