Honda-Nissan จับมือพัฒนาซอฟต์แวร์รถยนต์ร่วมกัน ตั้งเป้าใช้ปี 2572 รับศึกค่ายจีน
Honda-Nissan ผนึกกำลังพัฒนา ECU และซอฟต์แวร์มาตรฐานร่วมกันสำหรับรถยนต์ยุคใหม่ ตั้งเป้าเริ่มใช้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2572
วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 16.38 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Honda Motor และNissan Motor สองผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่าจะร่วมกันพัฒนาหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Control Units (ECUs) ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ หรือ Software-Defined Vehicles (SDVs) สะท้อนการยกระดับความร่วมมือด้านเทคโนโลยียานยนต์ขั้นสูงระหว่างสองบริษัท
Honda และNissan ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า มีแผนนำสถาปัตยกรรมยานยนต์ที่รวม ECU และซอฟต์แวร์ซึ่งพัฒนาร่วมกันไปใช้ในรถยนต์เจเนอเรชันใหม่ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2572 เป็นต้นไป
ซอฟต์แวร์กำลังกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิการแข่งขันสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากรถยนต์รุ่นใหม่มีฟังก์ชันการขับขี่อัตโนมัติและการเชื่อมต่อเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องทุ่มเงินลงทุนพัฒนาระบบปฏิบัติการที่รองรับตั้งแต่ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ระบบความบันเทิง ไปจนถึงการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบออนไลน์ หรือ Over-the-Air (OTA) ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการพัฒนาสูงขึ้น
ความร่วมมือครั้งนี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันด้านการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตรถยนต์จีน เช่น BYD ซึ่งสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดในหลายภูมิภาค รวมถึงยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดที่มาพร้อมฟังก์ชันซอฟต์แวร์ขั้นสูง
ข้อตกลงดังกล่าวต่อยอดมาจากการหารือที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2567 เมื่อ Honda และNissan ประกาศว่าจะร่วมกันศึกษาวิจัยแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์สำหรับรถยนต์เจเนอเรชันใหม่
อย่างไรก็ตามความร่วมมือด้านเทคโนโลยีครั้งนี้เกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งปีหลังจาก Honda และNissan ยุติการเจรจาควบรวมกิจการ ซึ่งหากสำเร็จในขณะนั้นจะทำให้เกิดกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 4 ของโลก
Honda และNissan ตั้งเป้ากำหนดมาตรฐานร่วมกันสำหรับ ECU หลักที่ใช้ภายในสถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของรถยนต์ รวมถึงระบบปฏิบัติการ ตลอดจนบางส่วนของ Middleware และซอฟต์แวร์ควบคุมรถยนต์
ด้าน Mitsubishi Motors ซึ่งเป็นพันธมิตรของNissan ระบุว่า กำลังพิจารณาเข้าร่วมความร่วมมือดังกล่าว และยังอยู่ระหว่างการหารือกับ Honda และ Nissan เกี่ยวกับด้านต่าง ๆ ที่ทั้งสามบริษัทอาจสามารถทำงานร่วมกันได้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความพยายามของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นในการแบ่งปันต้นทุนและทรัพยากรด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลและซอฟต์แวร์กำลังมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์มากขึ้น
อ้างอิง : www.reuters.com