โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทัพอวกาศสหรัฐฯ ทุ่ม 2 หมื่นล้าน ผุดดาวเทียมสอดแนมรุ่นใหม่

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 05 ส.ค. เวลา 10.04 น.

วันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา กองทัพอวกาศสหรัฐฯ (U.S. Space Force) ได้ลงนามในสัญญาจ้างมูลค่ารวมกว่า 615 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 20,577 ล้านบาท ให้แก่บริษัท Rocket Lab, Systems & Technology Research (STR) และบริษัทที่ 3 ที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับเครือข่ายดาวเทียมตรวจจับและติดตามเครื่องบินตลอดจนภัยคุกคามจากขีปนาวุธจากวงโคจร

บริษัท Rocket Lab คว้าสัญญาใหญ่ 397 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในบรรดาผู้รับสัญญาทั้งสามราย บริษัท Rocket Lab ได้รับการจัดสรรงบประมาณส่วนใหญ่เป็นมูลค่าถึง 397 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 13,284 ล้านบาท โดยบริษัทจะรับหน้าที่พัฒนา ปล่อย และควบคุมดาวเทียมขนาดเล็กที่มีลักษณะแบนหรือที่เรียกว่า "Flatellites" หลายดวงสำหรับโครงการ AMTI ทางบริษัท Rocket Lab อธิบายว่า "Flatellites" เป็นดาวเทียมแบนรุ่นใหม่ที่ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการจัดทำกลุ่มดาวเทียมขนาดใหญ่ (Constellations) โดยติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับทางอวกาศ และระบบเชื่อมต่อการสื่อสารที่มีแบนด์วิดท์สูงแต่มีความหน่วงต่ำ (low latency)
ทั้งนี้ บริษัท Rocket Lab เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 ว่าจะส่งดาวเทียม Flatellites เหล่านี้ขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดรุ่นใหม่ "Neutron" ของบริษัท และจะควบคุมการปฏิบัติการจากศูนย์ควบคุมที่มีความปลอดภัยสูงเพื่อส่งข้อมูลการติดตามให้กับกองทัพอวกาศ นอกเหนือจากนี้ สัญญาดังกล่าวยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมทางเลือก (option) สำหรับการผลิต Flatellites เพิ่มเติมในอนาคตด้วย
ขยายฐานพันธมิตร ป้องกันการพึ่งพารายเดียว
สำหรับผู้รับสัญญารายอื่น ๆ ได้แก่ Systems & Technology Research หรือ STR ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีป้องกันประเทศจากรัฐเวอร์จิเนีย ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเซนเซอร์ขั้นสูง ซอฟต์แวร์ประมวลผลสัญญาณ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบสั่งการและควบคุมสำหรับลูกค้าทหารและข่าวกรอง โดย STR เคยมีประสบการณ์ทำงานร่วมกับ DARPA ในโครงการที่ผสมผสานยานอวกาศเชิงพาณิชย์เข้ากับการประมวลผลสัญญาณขั้นสูงสำหรับภารกิจความมั่นคงแห่งชาติ ส่วนบริษัทผู้รับสัญญารายที่สามนั้น กองทัพอวกาศไม่ได้เปิดเผยชื่อเนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคงในการปฏิบัติงาน (Operational security) และไม่มีการเปิดเผยว่ามีการแบ่งสรรงบประมาณส่วนที่เหลือจาก 615 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไร
ไรอัน เฟรเซียร์ (Col. Ryan Frazier) รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายจัดหาของกองทัพอวกาศสำหรับหน่วยตรวจจับและตั้งเป้าหมายทางอวกาศ กล่าวว่า "จุดประสงค์หลักของสัญญาจ้างขั้นที่สอง (Second task order) นี้คือเพื่อสร้างความหลากหลายให้แก่ขีดความสามารถและรับประกันว่ากองทัพจะไม่พึ่งพาเทคโนโลยีจากผู้ให้บริการเพียงรายเดียว"
การย้ายการเฝ้าระวังจากเครื่องบินสู่อวกาศ
โดยสัญญาจ้างครั้งใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพอวกาศสหรัฐฯ เคยลงนามสัญญาจ้างมูลค่า 4.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐกับบริษัท SpaceX เพื่อสร้างเครือข่ายดาวเทียมตรวจจับเป้าหมายเคลื่อนที่ทางอากาศ (Space-Based Airborne Moving Target Indicator หรือ SB-AMTI) ระยะเริ่มต้น ซึ่งเครือข่ายของ SpaceX จะเป็นฐานปฏิบัติการหลัก ขณะที่สัญญาล่าสุดกับบริษัท Rocket Lab และ STR มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจจับทางเลือกหรือเทคโนโลยีเสริม

โครงการ SB-AMTI เป็นความพยายามของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในการย้ายภารกิจตรวจจับที่เดิมทีต้องใช้เครื่องบินลาดตระเวนขนาดใหญ่ไปไว้บนอวกาศแทน เนื่องจากเครื่องบินตรวจการณ์ทางอากาศขนาดใหญ่ในปัจจุบันเผชิญข้อจำกัดในการปฏิบัติงานใกล้เขตสู้รบอันเนื่องมาจากภัยคุกคามของขีปนาวุธพิสัยไกลและระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัยของฝ่ายตรงข้าม ในขณะที่กลุ่มดาวเทียมบนอวกาศจะสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางและปลอดภัยกว่าโดยไม่ต้องนำเครื่องบินและลูกเรือเข้าไปเสี่ยงอันตราย ยิ่งไปกว่านั้น ระบบตรวจจับจากอวกาศนี้ยังช่วยตรวจจับขีปนาวุธร่อน (Cruise missiles) และภัยคุกคามทางอากาศอื่น ๆ ที่เซนเซอร์เตือนภัยขีปนาวุธแบบเดิมติดตามได้ยาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...