“เทรนด์ชะลอวัย” ลามถึงหมา-แมว เจ้าของเปย์หนัก ดันตลาดสัตว์เลี้ยงสหรัฐแตะ 1.65 แสนล้านดอลลาร์
กระแส Longevity ขยายสู่สัตว์เลี้ยง เจ้าของแห่ใช้ยาชะลอวัย เปปไทด์ และอาหารเสริม หวังหมา-แมวอายุยืน ดันตลาดสัตว์เลี้ยงสหรัฐแตะ 1.65 แสนล้านดอลลาร์
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 04.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กระแสการยืดอายุและชะลอวัยที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนรักสุขภาพ กำลังขยายเข้าสู่อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง เมื่อเจ้าของสุนัขและแมวจำนวนมากในสหรัฐยอมทุ่มเงินให้กับการรักษาและผลิตภัณฑ์ทดลอง ตั้งแต่ยาชะลอวัย เปปไทด์ อาหารเสริม ไปจนถึงการบำบัดด้วยแสงสีแดง ด้วยความหวังว่าจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีชีวิตยืนยาวและมีสุขภาพดีขึ้น แม้ว่าหลายวิธียังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันอย่างชัดเจนก็ตาม
กระแสดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าการใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงจะทำสถิติสูงสุดที่ 1.65 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้ ขณะที่เจ้าของจำนวนมากมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น และพร้อมจ่ายเพื่อดูแลสุขภาพในลักษณะเดียวกับที่ดูแลตัวเอง
หนึ่งในยาที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ Rapamycin ซึ่งเดิมถูกใช้ในมนุษย์มานานกว่า 25 ปีเพื่อป้องกันการปฏิเสธอวัยวะหลังการปลูกถ่าย แต่การศึกษาในหนูพบว่า การใช้ยาในปริมาณต่ำมีแนวโน้มให้ผลด้านการชะลอวัย ทั้งการทำงานของหัวใจ การเคลื่อนไหว ความสามารถด้านการรับรู้ และอายุขัย ทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงบางรายเริ่มนำยาชนิดนี้มาให้สุนัขและแมวของตนเอง
ปัจจุบัน Dog Aging Project ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Texas A&M University และ University of Washington กำลังทดลอง Rapamycin ในสุนัขภายใต้โครงการ Test of Rapamycin in Aging Dogs (TRIAD) โดยตั้งเป้ารับสุนัขเข้าร่วมทั้งหมด 580 ตัว ให้รับยาหรือยาหลอกเป็นเวลา 1 ปี ก่อนติดตามผลต่ออีก 2 ปี
จนถึงขณะนี้ นักวิจัยยังไม่พบผลข้างเคียงที่เชื่อว่าเกิดจากยาในสุนัขที่เข้าร่วมการทดลอง แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า Rapamycin สามารถช่วยยืดอายุหรือให้ประโยชน์ด้านสุขภาพแก่สุนัขได้จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนหนึ่งเลือกที่จะไม่รอผลการทดลอง และเริ่มให้ยากับสัตว์เลี้ยงด้วยตนเองแล้ว
ความต้องการดังกล่าวกำลังสร้างตลาดใหม่ในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง ตั้งแต่บริการสัตวแพทย์เฉพาะทางด้าน Longevity ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยตลาดอาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ มีมูลค่าถึง 2.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 และประมาณ 10% ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงซื้ออาหารเสริมสำหรับสัตว์สูงวัยหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการชะลอวัย
ข้อมูลจาก American Pet Products Association ยังพบว่า ในช่วงเวลา 6 ปี การใช้อาหารเสริมเพิ่มขึ้นถึง 56% ในกลุ่มเจ้าของสุนัข และ 70% ในกลุ่มเจ้าของแมว สะท้อนการนำเทรนด์สุขภาพของมนุษย์มาปรับใช้กับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น หรือที่บางคนเรียกว่า“Humanization of Pets”
นอกจาก Rapamycin แล้ว บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพและเวชภัณฑ์สัตว์ยังเริ่มเข้ามาชิงโอกาสในตลาดนี้ โดย Loyal Animal Health กำลังศึกษายา 3 ชนิดที่ออกแบบมาเพื่อยืดอายุสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ หนึ่งในนั้นคือ LOY-002 ซึ่งอยู่ในขั้นการศึกษากับสุนัขสูงวัยอายุ 10 ปีขึ้นไป และบริษัทคาดว่าจะสามารถเปิดตัวยาได้ในปีหน้า
ด้าน Elanco Animal Health ก็ทุ่มทรัพยากรเข้าสู่ธุรกิจ Longevity เช่นกัน โดยมีพนักงานประมาณ 50 คนในสหรัฐ และเยอรมนีทำงานวิจัยเกี่ยวกับการยืดอายุสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนาของบริษัททั้งหมดอยู่ที่ 368 ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา
บริษัทกำลังวิจัยแนวทางรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญของสุนัขสูงวัย รวมถึงโรคไตเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของแมวสูงวัย พร้อมพัฒนาเครื่องมือวินิจฉัยเพื่อช่วยค้นหาความเสี่ยงของโรคและตรวจพบปัญหาได้เร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม สัตวแพทย์เตือนว่า การนำยาและผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มีหลักฐานรองรับมาใช้กับสัตว์เลี้ยงอาจมีความเสี่ยง โดยเฉพาะการซื้อยาหรืออาหารเสริมจากแหล่งที่ไม่สามารถตรวจสอบส่วนประกอบและคุณภาพได้ รวมถึงความยากในการกำหนดขนาดยาที่เหมาะสมสำหรับสัตว์แต่ละชนิด
ความเคลื่อนไหวนี้จึงสะท้อนตลาดใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นจากความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้ต้องการเพียงให้สุนัขและแมว “มีอายุยืนขึ้น” แต่ต้องการยืดช่วงเวลาที่สัตว์เลี้ยงยังแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ขณะที่อุตสาหกรรมยาและเทคโนโลยีสุขภาพกำลังเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบรับความต้องการดังกล่าว แม้ว่าวิทยาศาสตร์ด้านการชะลอวัยในสัตว์เลี้ยงยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นก็ตาม
อ้างอิง : bloomberg.com