โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ดันไทยสู่ 'The Land of Life' ตั้งเป้าติดTop 5 โลก 'ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ'

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ “The Land of Life” ไม่ใช่เพียงเรื่องของสุขภาพอย่างเดียว แต่เป็นการยกระดับชีวิตคนไทย และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลจากการขาย “คุณภาพชีวิตและการมีอายุยืนอย่างมีสุข” ให้กับคนทั่วโลก บนพื้นฐานความสมดุลทั้งทางกาย ทางใจ และทางวิทยาศาสตร์

อุตสาหกรรมสุขภาพและเวลเนส (Wellness) กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย หลังเผชิญวิกฤติซ้อนวิกฤติทั่วโลก ทั้งสงคราม มลภาวะ และวิกฤติสุขภาพ “นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ (หมอแอมป์)” ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม 8 (บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก, บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท, บีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ชี้ว่า อุตสาหกรรมเวลเนสไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น กว่า 8% ของ GDP ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกซึ่งอยู่ที่ประมาณ 6% พร้อมย้ำว่า เวลเนสเป็น “ทางรอด” ของประเทศที่จะสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เล่น 'กีฬาหนัก- HYROX' ปลอดภัย ต้องเช็ก 'หัวใจ-กล้ามเนื้อ-ข้อต่อ'

'ดื่มน้ำเปล่า' ปริมาณเท่าใด? ถึงจะไม่เสี่ยง 'ไตวาย ไตอักเสบ'

1.4 ล้านล้านบาทโอกาสทองของไทย

นพ.ตนุพล ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ”ว่า ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน อุตสาหกรรมเวลเนสของประเทศไทยกลับเติบโตอย่างโดดเด่น แม้ที่ผ่านมาภาคส่วนต่างๆ จะยังไม่ได้ผนึกกำลังกันเป็นภาพใหญ่แบบเข้มแข็ง แต่ไทยก็สามารถทำตัวเลขสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกแล้ว

“1.4 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนกว่า 8% ของ GDP ประเทศไทย ขณะที่ wellness ทั่วโลกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6% ของ GDP เท่านั้น ขนาดเรายังไม่ได้ร่วมมือกันเข้มแข็งเป็นภาพใหญ่ เรายังดีกว่าค่าเฉลี่ยโลก ถ้าเราเชื่อมั่นและไปด้วยกันทั้งประเทศ มันจะไปได้ไกลกว่านี้มาก” นพ.ตนุพล กล่าว

Wellness“ทางรอด”ยุคหลังโควิด

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดเวลเนสเติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจากสภาวะแวดล้อมโลกในปัจจุบัน ทั้งปัญหาหลังโควิด-19 สงครามการค้า สงครามความขัดแย้งระหว่างประเทศ ฝุ่นควัน PM 2.5 และมลภาวะที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประชากรโลกเกิดความเครียดสะสมและเจ็บป่วยง่ายขึ้นดังนั้น จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ทุกคนคือการมีสุขภาพที่แข็งแรง การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้จึงไม่ใช่เรื่องของการมานั่งล้างสมองหรือชวนเชื่อ แต่เป็น “สัจธรรม” และเป็นธรรมะพื้นฐานของมนุษย์ที่ไม่ต้องการให้ตนเองหรือคนที่รักต้องเจ็บป่วย

เปลี่ยนวัตถุดิบเป็นสินทรัพย์มูลค่าสูง

นพ.ตนุพล กล่าวว่าประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” แต่จุดอ่อนในอดีตคือการขายสินค้าเกษตรแบบวัตถุดิบ(Raw material) ที่ยังไม่ผ่านกระบวนการผลิต หรือผ่านกระบวนการน้อยที่สุด ซึ่งไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่ม นพ.ตนุพล มองว่า เวลเนสจะเป็นตัวเชื่อมโยงสำคัญที่เข้าไปจับกับทุกอุตสาหกรรมในไทย

“แนวทางสำคัญคือการนำ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การวิจัย และการแปรรูป เข้ามาใช้ เพื่อสกัดสารสำคัญ หรือสร้างผลิตภัณฑ์ที่ออกฤทธิ์ตอบโจทย์สุขภาพ ซึ่งจะช่วยยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้กลายเป็นสินทรัพย์ (Assets) ที่มีมูลค่าสูง สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างมหาศาล แทนการขายวัตถุดิบ(Raw material)”

ชูจุดแข็ง“คุณภาพทางการแพทย์”

เมื่อถามถึงการแข่งขันในระดับสากล นพ.ตนุพล ยืนยันว่า ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกในด้านธุรกิจบริการสุขภาพและการแพทย์ สิ่งที่ทำให้ไทยเหนือกว่าคู่แข่ง ไม่ใช่การตั้งราคาตัดราคาหรือเน้นของถูก แต่คือ “คุณภาพและความน่าเชื่อถือ” เรื่องสุขภาพไม่เหมือนการท่องเที่ยวทั่วไป คนพร้อมยอมจ่ายถ้ามีคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ตราบใดที่เราตั้งราคาแบบสมเหตุสมผล (Reasonable Price) ไม่ overpriced ประเทศไทยจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของโลก

ตั้ง “บอร์ดเวลเนสแห่งชาติ”

เพื่อทำให้อุตสาหกรรมสุขภาพและเวลเนส (Wellness) เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างแท้จริง นพ.ตนุพล ได้เสนอให้มีการจัดตั้ง “บอร์ดเวลเนสแห่งชาติ” (Wellness Team Thailand) ซึ่งเป็นการผนึกกำลังกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ของประเทศอย่างบูรณาการ

เป้าหมายใหญ่คือการผลักดันแบรนด์ประเทศไทยให้กลายเป็น “The Land of Life” หรือ “Wellness Hub Thailand” ในระดับเดียวกับที่เคยประสบความสำเร็จจากแคมเปญ Amazing Thailand เพื่อให้ชาวต่างชาติตระหนักว่า หากเดินทางมาประเทศไทย นอกจากความสนุกแล้ว จะได้ทั้งสุขภาพที่แข็งแรง มีอายุยืนยาว และได้คุณภาพชีวิตดีๆ กลับไป

การป้องกันถูกกว่าการรักษา

หมอแอมป์ทิ้งท้าย ว่า อุตสาหกรรม Wellness (การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน) เป็นเรื่องระดับโลก (Global Issue) ที่คนทั้งโลก มีจุดหมายเดียวกันเพราะต้องการ มีสุขภาพที่แข็งแรง และเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันก่อนป่วย เพื่อ“คุณภาพชีวิตและการมีอายุยืนอย่างมีสุข นี่คือโอกาสของประเทศไทยที่จะทำให้เรากลายเป็น “The Land of Life” หรือ “Wellness Hub Thailand” เพราะไทยมีจุดแข็งสถานที่ท่องเที่ยว ทะเล ภูเขา ธรรมชาติ และวัฒนธรรม อาหารไทยเป็นยา สมุนไพรหลากหลาย วัตถุดิบธรรมชาติ รสชาติอร่อยและดีต่อสุขภาพ

ภูมิปัญญาการแพทย์ไทย การนวดไทย สมุนไพร ลูกประคบ สปา การแพทย์สมัยใหม่ระดับสากล รองรับกลุ่มครอบครัว/ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว สร้างความมั่นใจหากเกิดภาวะฉุกเฉิน การบริการแบบไทย (Thai Hospitality) จิตใจรักการบริการที่หาคู่แข่งสู้ได้ยาก ดึงนักท่องเที่ยวกลุ่ม Primary ที่ตั้งใจเดินทางมาดูแลสุขภาพโดยตรงประมาณ 6% แต่ใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 1,700 ดอลลาร์/ทริป หากดึงกลุ่มนี้ได้มากขึ้นจะสร้างรายได้มหาศาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้หมุนเวียนต่อไปได้

"เปรียบเทียบ การป้องกันก่อนไฟไหม้บ้าน ดูเหมือนจะมีราคาแพงแต่จริงๆ แล้วถูก แต่การตามไปดับไฟตอนไฟไหม้บ้านแล้ว ดูเหมือนจะถูกแต่แพงมหาศาล“ เช่นเดียวกับเรื่องสุขภาพ เพราะการลงทุนใน Wellness เพื่อป้องกันโรคก่อนป่วยเพียง 1 บาท จะให้ผลตอบแทนกลับมาถึง 35 เท่าในระยะยาว จึงเป็นแนวทางที่ทุกคนในโลกนี้เลือกเดิน เพราะเป็นแนวทางที่ยั่งยืนและคุ้มค่าที่สุด” หมอแอมป์ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...