โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมวิกฤตไฟป่าในยุโรป มีแนวโน้มรุนแรงและรับมือได้ยากกว่าปีที่ผ่านๆ มา

THE STANDARD

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ทำไมวิกฤตไฟป่าในยุโรป มีแนวโน้มรุนแรงและรับมือได้ยากกว่าปีที่ผ่านๆ มา

วันนี้ (28 กรกฎาคม) สถานการณ์ไฟป่าในยุโรป โดยเฉพาะในฝรั่งเศสและสเปน กำลังเผชิญกับวิกฤตที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี พื้นที่ป่าในสเปนถูกทำลายไปแล้วกว่า 150,000 เฮกตาร์ (ราว 937,500 ไร่) และ 115,000 เฮกตาร์ (ราว 718,750 ไร่) ในฝรั่งเศส ทำให้ประชาชนหลายแสนคนต้องอพยพออกจากพื้นที่

สาเหตุที่ทำให้วิกฤตไฟป่าในยุโรปมีแนวโน้มรุนแรงและรับมือได้ยากกว่าปีที่ผ่านๆ มา

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและคลื่นความร้อนที่รุนแรง

ยุโรปเผชิญกับคลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติอย่างต่อเนื่องหลายระลอก ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยอุณหภูมิที่พุ่งสูงถึง 40-42 องศาเซลเซียส ผสมผสานกับความชื้นที่ต่ำและลมแห้ง ทำให้ความเสี่ยงของไฟป่าพุ่งสู่ระดับ ‘รุนแรงที่สุด’

ริก แม็กเคร อาจารย์พิเศษจากกลุ่มวิจัยไฟป่า มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (UNSW) ให้ความเห็นกับ The Guardian ว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของอุณหภูมิที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่คือ ‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบเต็มขั้น’ (Full-on Climate Change) ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในชั้นบรรยากาศและสภาพอากาศที่พื้นผิวโลก ทำให้ไฟป่าทวีความรุนแรงขึ้น

ริก แม็กเคร ยังได้อธิบายถึงความอันตรายของการก่อตัวของ ‘เมฆพายุไฟ’ (Pyrocumulonimbus หรือ PyroCb) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่พายุฝนฟ้าคะนองได้ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์ภายในกลุ่มควันไฟ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศอย่างมหาศาล โดยเขาย้ำว่า การเกิดเมฆชนิดนี้เป็นการยืนยันว่า ไฟป่าอยู่ในระดับที่อันตรายอย่างยิ่งและเป็นเหตุผลที่สมควรต้องอพยพผู้คน แม็กเครยังสังเกตอีกว่า นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ประเทศฝรั่งเศสต้องเผชิญและรับมือกับปรากฏการณ์เมฆพายุไฟนี้

การสะสมของ ‘เชื้อเพลิง’ จากความผันผวนของสภาพอากาศ

ฤดูหนาวที่ผ่านมามีฝนตกชุกและเปียกชื้นผิดปกติ ทำให้พืชพรรณต่างๆ เจริญเติบโตจำนวนมาก แต่หลังจากนั้นกลับมีปริมาณน้ำฝนที่ต่ำมากตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิเป็นต้นมา ภัยแล้งได้เปลี่ยนพืชพรรณเหล่านี้ให้กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี

เบรนดัน วูด จากหน่วยงานวิเคราะห์ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา MetDesk อธิบายกับ The Guardian ถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้วิกฤตไฟป่าครั้งนี้ลุกลามอย่างรวดเร็วว่า เกิดจากฝนที่ตกชุกผิดปกติในฤดูหนาวซึ่งทำให้มีพืชพรรณเติบโตจำนวนมาก และเมื่อเจอกับภัยแล้งที่ตามมาตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ พืชพรรณเหล่านี้จึงกลายเป็น ‘เชื้อเพลิงชั้นดี’ (Fine Fuels) ที่ติดไฟได้ง่าย นอกจากนี้ ความแห้งแล้งที่ยาวนานยังทำให้เชื้อเพลิงขนาดใหญ่ เช่น พุ่มไม้และรากไม้ นั้นแห้งสนิท ซึ่งจะเผาไหม้ด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่า กินเวลานานกว่า และสามารถสร้างเถ้าถ่านที่ปลิวไปไกลกว่าเดิม

จากปัจจัยความรุนแรงเหล่านี้ มีส่วนทำให้ทรัพยากรในการดับเพลิงของสหภาพยุโรปกำลังเผชิญกับความตึงเครียดอย่างหนัก โดย ฮัดจา ลาห์บิบ กรรมาธิการสหภาพยุโรปได้ออกมาเตือนว่า สภาพอากาศสุดขั้วกำลังคืบคลานและขยายวงกว้างไปยังฮังการี สโลวาเกีย สาธารณรัฐเช็ก และโปรตุเกส

ยิ่งไปกว่านั้น แนวโน้มของวิกฤตนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงโดยง่าย เนื่องจากความกดอากาศสูงจะทำให้ฝนทิ้งช่วงไปจนถึงปลายสัปดาห์ และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดคลื่นความร้อนระลอกที่ 4 ซึ่งอาจทำให้ภัยคุกคามจากวิกฤตไฟป่าขนาดใหญ่นี้ลากยาวไปจนถึงเดือนสิงหาคม สอดคล้องกับคำเตือนของ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่ระบุถึงสถานการณ์นี้ว่า “สัปดาห์ข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก และพวกเราจะต้องยืนหยัดให้มั่น” เพื่อรับมือกับวิกฤตสภาพอากาศที่กำลังท้าทายยุโรปอยู่ในขณะนี้

ภาพ:Florion Goga / Reuters

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...