โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"กัมพูชาทำผิดอะไร?" ชาวโลกถึงกับถามเมื่อเจอทรัมป์ขึ้นภาษีสูงสุดในอาเซียน

The Better

อัพเดต 03 เม.ย. 2568 เวลา 03.03 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 03.02 น. • THE BETTER

ในการแถลงข่าวประกาศขึ้นภาษีทั่วโลกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ มีการเปิดเผยรายชื่อประเทศต่างๆ ที่ทรัมป์จะขึ้นภาษีด้วย หนึ่งในนั้นรวมถึงประเทศไทย

แต่ปรากฎว่าในบรรดาประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศกัมพูชาถูกเก็บภาษีสูงสุด

กัมพูชา 49%
เวียดนาม 46%
ไทย 36%
อินโดนีเซีย 32%
มาเลเซีย 24%
สิงคโปร์ 10%
ฟิลิปปินส์ 10%

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเอ่ยถึงกัมพูชา (โดยไม่ได้เอ่ยถึงไทย) ว่า "อู้ววว์ ดูกัมพูชาสิ 97% เราจะลดมันลงเหลือ 49% พวกเขาสร้างโชคลาภกับสหรัฐอเมริกาพอดูเลย"

การเอ่ยถึงกัมพูชาและการขึ้นภาษีกัมพูชาสูงมาก ทำให้โซเชียลมีเดียพูดถึงเรื่องนี้พอสมควร โดยผู้ใช้ X หลายคนเกิดความความสับสนและถามว่ากัมพูชาทำอะไรกับสหรัฐอเมริกาถึงได้รับการตอบสนองด้วยภาษีศุลกากรที่สูงจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

เช่น ผู้ใช้ X โพสต์ว่า “กัมพูชา 97%??? พวกเขาทำอะไร”

“สหรัฐฯ ทำการค้ากับกัมพูชาจริง ๆ มากเพียงใด” ผู้ใช้ X อีกรายโพสต์

“กัมพูชาทำอะไรกับสหรัฐฯ ถึงได้ขึ้นภาษี 97%?” อีกคนโพสต์บน X เช่นกัน

"กัมพูชาส่งออก 26,000 หมื่นล้านดอลลาร์ (โดยที่) ไปยังสหรัฐฯ 10,000 หมื่นล้านดอลลาร์ ทรัมป์โจมตีพวกเขาด้วยภาษีนำเข้า 49% ซึ่งทำให้การส่งออกของพวกเขาลดลงเกือบหนึ่งในสาม" ผู้ใช้รายหนึ่งเขียนบน X

อีกคนบอกว่า "ข้อมูลเพื่อให้คุณทราบ เสื้อผ้าส่วนใหญ่ผลิตในเวียดนาม จีน และกัมพูชา" ผู้ใช้รายหนึ่งเขียน

ผู้ใช้อีกรายโพสต์ที่ X ว่า “กัมพูชา เจอภาษีศุลกากรซึ่งกันและกัน 97% - 47% เป็นภาษีที่สูงที่สุด ทั้งหมดเกี่ยวกับเสื้อสเวตเตอร์ถัก กัมพูชาส่งออกเสื้อสเวตเตอร์ถักมูลค่าเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ไปยังสหรัฐอเมริกา” ผู้ใช้รายอื่นเขียนบน X

ทั้งนี้ ตามสถิติแล้ว ในปี 2024 สหรัฐฯขาดดุลการค้ากับกัมพูชาอยู่ที่ 12,300 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9.4% จากปี 2023 โดยสหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากกัมพูชารวมมูลค่า 12,700 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9.3%

ภาวะขาดดุลได้รับแนวทางจากเศรษฐกิจของกัมพูชาที่เน้นการส่งออกเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนต่างๆ เช่น การผลิตเสื้อผ้า ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา

มีข้อมูลอีกด้านที่ควรทราบ คือ จีนเป็นแหล่งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชา โดยการลงทุนจากจีนคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของทุนการลงทุนทั้งหมดของกัมพูชา โดยเฉพาะในภาคการผลิต

การลงทุนของจีนในกัมพูชาส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ภาคการผลิต ซึ่งมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมของกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม รายงานโดย Research and Markets ได้เน้นย้ำว่า ประมาณ 90% ของหน่วยการผลิตเครื่องนุ่งห่มในประเทศกัมพูชานั้นเป็นของบริษัทจีนหรือผู้ลงทุนจีน

จากการรายงานของ Khmer Times ชี้ว่ารายงานดังกล่าวยังเน้นย้ำว่าภาคการผลิตเครื่องนุ่งห่มยังคงดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะจากจีน “บริษัทเครื่องนุ่งห่มในกัมพูชาส่วนใหญ่เป็นของต่างชาติ ซึ่งตอกย้ำถึงความน่าดึงดูดใจของภาคการผลิตนี้ต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โรงงานที่เป็นเจ้าของโดยชาวจีนเป็นส่วนใหญ่ คิดเป็นประมาณ 90% ขณะที่บริษัทในยุโรปบางแห่ง เช่น บริษัทจากเนเธอร์แลนด์ ก็ได้ลงทุนในกัมพูชาเช่นกัน

“ที่น่าสังเกตคือ การส่งออกเครื่องนุ่งห่มของกัมพูชาส่วนใหญ่มุ่งตรงไปที่ประเทศตะวันตก โดยสหภาพยุโรป (EU) เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด รองลงมาคือสหรัฐอเมริกา” รายงานระบุ

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - TOPSHOT - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารหลังจากกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับภาษีศุลกากรแบบตอบแทนในงานที่ Rose Garden ซึ่งมีชื่อว่า "Make America Wealthy Again" ที่ทำเนียบขาวในวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2025 ทรัมป์เตรียมเปิดเผยภาษีศุลกากรใหม่ "Liberation Day" ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวที่คุกคามที่จะจุดชนวนสงครามการค้าโลกที่เลวร้าย พันธมิตรการค้ารายสำคัญของสหรัฐฯ รวมถึงสหภาพยุโรปและอังกฤษ กล่าวว่าพวกเขากำลังเตรียมรับมือกับการลุกลามของทรัมป์ ขณะที่ตลาดในยุโรปและอเมริกาเริ่มผันผวน (Photo by SAUL LOEB / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...