โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ทักษิณ" โชว์วิชัน ปั้นไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ศูนย์กลาง AI ภูมิภาค มั่นใจบล็อกเชน - สเตเบิลคอยซ์ เสร็จภายในปีนี้

The Better

อัพเดต 15 มี.ค. 2568 เวลา 01.06 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. 2568 เวลา 00.45 น. • THE BETTER
“ทักษิณ” โชว์วิสัยทัศน์งานกาลาดินเนอร์ นำไทยสู่ศูนย์กลาง AI ภูมิภาค สร้างกรุงเทพ “ดิจิทัลเอ็มบาสซี่” ดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ มั่นใจบล็อกเชน - สเตเบิลคอยซ์ เสร็จภายในปีนี้

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกล่าวเสวนาในหัวข้อ “โอกาสและอนาคตของการลงทุน” ในงานกาลาดินเนอร์ของงานสัมมนา “The World’s Next Opportunities and Beyond เปิดโอกาสลงทุนแห่งอนาคต” โดยเนื้อหาการเสวนามุ่งเน้นไปที่แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี AI และการลดต้นทุนพลังงาน เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

ในช่วงหนึ่งของการเสวนา พิธีกรได้ตั้งคำถามถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระดับโลกและระดับภูมิภาค นายทักษิณกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของบล็อกเชนและคริปโตเคอเรนซี่ โดยมองว่าประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการดำเนินการเรื่องนี้ และยังมีแผนจัดตั้ง “แซนด์บ็อกซ์” ที่ภูเก็ตเพื่อใช้คริปโตเคอเรนซี่และสเตเบิลคอยน์เป็นสกุลเงินแลกเปลี่ยน

“ปัจจุบันเรากำลังทำดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อปูทางไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล นำดิจิทัลไอดีให้ประชาชนใช้ และเราจะสร้างบล็อกเชนของประเทศ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นภายในปีนี้แน่นอน” นายทักษิณกล่าว พร้อมย้ำว่าโครงการสเตเบิลคอยน์ที่มีการรองรับจากพันธบัตรรัฐบาลจะแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

นอกจากนี้ นายทักษิณยังกล่าวถึงแนวทางดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล (Data Center), ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบคลาวด์ ซึ่งเขาเชื่อว่าไทยสามารถแข่งขันในตลาดนี้ได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับราคาพลังงานที่สูงในประเทศ ทำให้จำเป็นต้องลดต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานสีเขียว เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้

“ถ้าเราทำให้ราคาพลังงานถูกลง เราจะสามารถดึงดูดนักลงทุน AI และเทคโนโลยีขั้นสูงได้” นายทักษิณกล่าว พร้อมเน้นว่า AI กำลังมีบทบาทสำคัญ และไทยต้องพัฒนาคนให้มีความรู้ด้านนี้อย่างจริงจัง โดยยกตัวอย่างว่าหากโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลมีแพทย์ไม่เพียงพอ AI สามารถเข้ามาช่วยวินิจฉัยโรคได้

เมื่อถูกถามถึงอนาคตของประเทศไทยในอีก 12 เดือนข้างหน้า นายทักษิณกล่าวว่า เขาต้องการให้มีพื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่สามารถพัฒนาเป็น “ดิจิทัลเอ็มบาสซี่” หรือสถานทูตดิจิทัล ที่สามารถรองรับบริษัทเทคโนโลยีจากหลายประเทศ และทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาค

ช่วงท้ายของการเสวนา มีผู้ร่วมงานสอบถามถึงแนวทางพัฒนาโครงสร้างพลังงานของไทย นายทักษิณระบุว่า เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์มีการใช้งานแล้วในหลายประเทศ เช่น จีนและญี่ปุ่น แต่ยังมีต้นทุนที่สูง ในขณะที่พลังงานสีเขียว เช่น โซลาร์เซลล์ มีต้นทุนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยอาจเหลือเพียง 1 บาทต่อหน่วย หากมีการลงทุนอย่างเหมาะสม

“เราต้องลดต้นทุนพลังงานให้ได้ ถ้าจาก 11 เซนต์ เหลือ 8 เซนต์ เราสู้ได้ แต่ถ้าให้ต่ำกว่านั้น ต้องวางแผนระยะยาว” นายทักษิณกล่าว พร้อมเสนอให้ใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

นายทักษิณยังกล่าวถึงนโยบายด้านดิจิทัล โดยยกตัวอย่างโครงการแท็บเล็ตนักเรียนสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ถูกยกเลิกหลังรัฐประหาร และกล่าวว่าวันนี้ไทยมีโอกาสพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างเต็มที่หากมีการเตรียมบุคลากรให้พร้อม โดยเฉพาะในยุค AI ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกอย่างมหาศาล

“ถ้าเราไม่นำเทคโนโลยีเข้ามา ก็จะล้าหลัง เราต้องทำให้ต้นทุนพลังงานต่ำที่สุดเพื่อแข่งขันได้” นายทักษิณกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...