ไทยตามหลังเวียดนาม ?
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ ประชาชาติ
พาดหัวข่าวของ “ประชาชาติธุรกิจ” ฉบับวันจันทร์ที่ 28-พุธที่ 30 เมษายน 2568 มีข่าวเรื่อง “ท่องเที่ยวไทยเข้าสู่โหมดอันตราย ชงอุ้มชาร์เตอร์ไฟลต์ฟื้นตลาดจีน”
“ท่องเที่ยว” เส้นเลือดใหญ่อุ้มเศรษฐกิจเข้าสู่โหมดอันตราย กระแสความไม่ปลอดภัยยังว่อนโซเชียล ความเชื่อมั่นกู่ไม่กลับ สถิตินักท่องเที่ยวจีนร่วงหนักเหลือแค่ 5,000-6,000 คนต่อวัน ความนิยมจีนเที่ยวไทยหลุดไปอันดับ 7 สวนทางคนจีนยังแห่เที่ยวนอก ไล่บี้ ททท.แก้โจทย์-ปั๊มตัวเลขโดยด่วน
ทั้งที่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ท่องเที่ยวที่เคยเป็น “ฮีโร่” ในการฟื้นเศรษฐกิจไทย
แต่ขณะนี้มีข้อมูลว่าประเทศไทยเราเสียแชมป์นักท่องเที่ยวจีนไปให้กับญี่ปุ่น เมื่อปี 2567 และล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ก็เพิ่งถูกเวียดนามแซงหน้า
ยิ่งทำให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯต้องเร่งจี้ให้ ททท.เร่งปรับแผน เพื่อให้ประเทศไทยกลับไปเป็นเดสติเนชั่นในใจของนักท่องเที่ยวจีนเหมือนเดิม
สะท้อนว่าเวียดนามกลายเป็นคู่แข่ง-บดบี้กับไทยในทุกมิติ สื่อเวียดนามรายงานอ้างข้อมูลของกระทรวงการคลังเวียดนามว่า ในเดือนมีนาคม 2568 เวียดนามได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 2 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
จำนวนนักท่องเที่ยวสะสมในไตรมาสแรกของปี 2568 พุ่งสูงถึงกว่า 6 ล้านคน ถือเป็นระดับรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2568 มีนักท่องเที่ยวเข้าเวียดนาม จีน 331,000 คน เพิ่มขึ้น 10.2% สหรัฐอเมริกา 259,000 คน เพิ่มขึ้น 11.3% กัมพูชา 234,000 คน เพิ่มขึ้น 105.6% ญี่ปุ่น 226,000 คน เพิ่มขึ้น 26.3% ออสเตรเลีย 147,000 คนเพิ่มขึ้น 11.0% อินเดีย 143,000 คน เพิ่มขึ้น 23.3% มาเลเซีย 141,000 คน และรัสเซีย 125,000 คน เพิ่มขึ้น 110.5%
ช่วงที่สหรัฐอเมริกาขึ้นภาษีนำเข้ากับประเทศต่าง ๆ ไทยที่โดน 34% ส่วนเวียดนามโดนเก็บ 46% ผู้มีอำนาจในบ้านเรามักมองว่า เวียดนามไปแบไต๋ให้สหรัฐ รู้ก่อนว่าจะเอาอะไรไปให้ แต่สุดท้ายสหรัฐก็ยังเก็บภาษีที่สูงอยู่ดี
แต่ทว่า เวียดนามเป็นประเทศแรกที่ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” เอ่ยถึงผ่าน Truth Social ว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับโต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเสนอลดภาษี 0% แน่นอนว่า เบื้องหลังการเจรจาไม่มีใครรู้ว่าผู้นำทั้ง 2 ประเทศ หารือในรายละเอียดอย่างไร แต่ลองเทียบกับไทยจนถึงนาทีนี้ ยังไม่ได้เข้าใกล้คำว่า “เจรจา” กับสหรัฐ แค่ในระดับรัฐมนตรี ไม่ใช่ระดับผู้นำประเทศ
ย้อนไป 8-11 มกราคม 2568 ก่อนที่ทรัมป์จะสาบานตนเป็นประธานาธิบดี ในวันที่ 20 มกราคม 2568 มีกิจกรรมหนึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษในสหรัฐ คืองาน Friends of Vietnam Summit ที่บรรดานักธุรกิจเวียดนาม ต่างไปเปิดการเจรจาทางธุรกิจกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ
หนึ่งในนั้นคือ “เหงียน ที เฟือง เถา” ฉายามาดามเวียดเจ็ต CEO สายการบินเวียดเจ็ต ตกลงที่จะซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ สำคัญกว่านั้น กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นใน Mar-a-Lago Resort บ้านพักของทรัมป์ที่ฟลอริดา ขณะที่ธุรกิจอื่น ๆ มีการเจรจาความร่วมมือด้านเทคโนโลยี, AI, มีอีลอน มัสก์ เจ้าพ่อ Tesla และ Space X
ศิลปะทางการทูต เวียดนามไปไกลกว่าไทย…นำหน้าหลายช่วงตัว ตอกย้ำอีกครั้งหลังสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เยือนเวียดนามในช่วงสงกรานต์
ไม่นับอีกสารพัดด้าน โดยเฉพาะด้านการพัฒนาคนในประเทศ การพยายามวางรากฐานให้คนเวียดนามพูดได้ 2 ภาษา วางโครงสร้างตั้งแต่ก่อนอนุบาล ทักษะด้านเทค ด้าน Stem ก็แซงหน้าไทย แต่ผู้มีส่วนกำหนดนโยบายของเราบอกว่า “ให้เป็นไปตามระบบ”
การพัฒนาประเทศของไทยยังจับจุดไม่ถูก เกาไม่ถูกที่คัน
วันนี้ ไทยมองเวียดนามเป็นคู่แข่ง แต่เวียดนามอาจไม่ได้มองไทยเป็นคู่แข่งอีกต่อไป เพราะเขาจะเทียบชั้นเกาหลี-สิงคโปร์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยตามหลังเวียดนาม ?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net