โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทุเรียนตะวันออกระส่ำ จีนไม่รับรอง ผลตรวจ 2 แล็บไทย-ผลอ่อนเกลื่อน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 เม.ย. 2568 เวลา 11.49 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 23.38 น.

ขณะที่กำลังย่างก้าวเข้าสู่ต้นฤดูทุเรียนภาคตะวันออก ล่าสุดมีประเด็นที่น่ากังวล เมื่อสำนักงานศุลกากรจีน (GACC) แจ้ง “ไม่รับรองผลตรวจของแล็บไทย” 2 แห่ง ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนของจีนไปแล้ว เนื่องจากแล็บไทย 2 รายสุ่มตรวจและออกใบรับรองว่า ไม่พบสารย้อมสี Basic Yellow (BY2) แต่ด่านจีนสุ่มตรวจ 100% พบสาร BY2 สร้างความหวั่นวิตกให้กับผู้ที่อยู่ในโครงสร้างวงจรทุเรียน เพราะฤดูกาลทุเรียนภาคตะวันออกเริ่มต้นปลายเดือนเมษายน 2568 นี้

หากแล็บที่ให้บริการตรวจรับรองไม่เพียงพออยู่แล้ว และลดจำนวนลงไปอีก ทุเรียนไทยระส่ำตั้งแต่ชาวสวน ผู้ประกอบการล้ง ผู้ส่งออกและห้องปฏิบัติการ

แม้ทางการไทยระบุว่า ได้มีการควบคุมอย่างเข้มงวดแล้ว โดยกรมวิชาการเกษตรออกประกาศเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 ให้ผู้ส่งออกทุเรียนผลสดไทยไปจีนต้องแนบผลการตรวจรับรอง (Test Report) สารแคดเมียมไม่เกินค่ามาตรฐาน 0.05 ไมโครกรัม และ BY2 ต้อง Not Detected จากห้องแล็บที่ได้รับการรับรองขึ้นทะเบียนจากสำนักงานศุลกากรจีน (GACC) แต่การตรวจพบของด่านจีนแสดงให้เห็นว่า ยังคงมีการแอบลักลอบใช้สาร BY2 หรือเป็นเพียงการปนเปื้อนจากอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันต่อไป

นอกจากนี้ อีกปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพทุเรียนไทย คือ การส่งออก “ทุเรียนอ่อน” ไปจีน ซึ่งช่วงต้นฤดูมีให้เห็นเกลื่อนตลาด แต่ปีนี้ข่าวการตรวจพบทุเรียนอ่อนจำนวนมากถูกกลบด้วยกระแสร้อนแรงของปัญหาทุเรียนปนเปื้อนสารย้อมสี BY2 ที่จีนยังคงตรวจพบอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่จำนวนแล็บที่ให้บริการตรวจรับรองไม่เพียงพอ และลดจำนวนลงไปอีก ดังนั้น หากรัฐบาลไทยยังปล่อยให้มีการลักลอบใช้ BY2 โอกาสที่จะให้ทางการจีนผ่อนปรนยกเลิกการตรวจสาร BY2 100% ในทุกตู้คงเป็นเรื่องยาก ซึ่งปัญหาทั้งหมดที่ประดังกันเข้ามาสร้างความระส่ำให้คนในวงการทุเรียนอย่างมาก

ผงะ 2 แล็บกลางถูกระงับ

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรฯเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาช่วงปลายเดือนมกราคม 2568 บริษัท ห้องปฏิบัติกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาสงขลา ถูกระงับเป็นแห่งแรก ๆ ที่ทางการจีนไม่รับรองผล (Test Report) BY2 และล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568 แจ้งว่า บริษัท ห้องปฏิบัติกลางฯ กรุงเทพฯ ถูกระงับเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง รวมเป็น 2 แล็บ เหลือแล็บที่ตรวจรับรองได้ 6 แล็บ และรอการขึ้นทะเบียนจาก GACC อีก 5 แล็บ เกรงว่าจะไม่สามารถตรวจรับรองได้ทันช่วงฤดูกาลทุเรียนภาคตะวันออก

ทั้งนี้ การที่แล็บไทยสุ่มตรวจแล้วไม่พบสาร BY2 แต่ด่านจีนสุ่มตรวจพบ BY2 น่าจะไม่ใช่ความผิดพลาดของเครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ เพราะทุเรียน 1 ตู้ มีประมาณ 18 ตัน วิธีการตรวจเป็นลักษณะการตรวจรับรองเฉพาะตัวอย่างที่สุ่มมา 5 ลูกใน 1 ตู้เท่านั้น

ดังนั้นการที่จีนตรวจพบมีความเป็นไปได้ เพราะจีนสุ่มตรวจทุกตู้ ทุกชิปเมนต์ ทุเรียนที่ตรวจคนละลูกกันกับตัวอย่างที่ไทยตรวจ มีโอกาสในการตรวจพบ และจนถึงวันนี้แล็บที่สงขลายังไม่ได้รับการปลดล็อกจากจีนให้กลับมาตรวจรับรองการส่งออก

“เรามั่นใจในแล็บไทยที่ได้มาตรฐานสากล เพราะมีการตรวจผลไม้ส่งออกไปหลายประเทศ ทั้งญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา ที่มีระบบมาตรฐานสูง ตอนนี้แล็บจาก 8 บริษัทเหลือ 6 บริษัท รออีก 4-5 บริษัทขึ้นทะเบียนกับ GACC จีน เมื่อถึงฤดูกาลผลผลิตทุเรียนออกมามาก 700-1,000 ตู้ต่อวัน จากที่กรมวิชาการเกษตรประเมินไว้ว่ามีแล็บตรวจรับรองการส่งออกได้ 8 บริษัท รอขึ้นทะเบียน 5 บริษัทจะตรวจได้วันละ 3,000 ตัวอย่าง นั้นก็คงไม่สามารถทำได้ทัน ทางกรมวิชาการเกษตรคงต้องเร่งไปเจรจากับจีนให้ปลดล็อก และขึ้นทะเบียนแล็บใหม่โดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ในเรื่องมาตรฐานการตรวจของไทยที่เป็นสากลตั้งมาตรฐานสูงมากและจากการตรวจพบ BY2 ในระยะแรก ๆ ที่เปลือกทุเรียน พบน้อยกว่า 1 ใน 1,000 ล้านส่วน (ppb) ถือว่าน้อยมาก” แหล่งข่าวกล่าว

Eastern Durian

ส่งออกลดเสี่ยงทยอยซื้อ

นายณัฐกฤษณ์ โอฬารหิรัญรักษ์ รองนายกสมาคมการค้าธุรกิจเกษตรไทย-จีน ผู้ส่งออกทุเรียนเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทุเรียนที่ผ่านการตรวจของแล็บไทยว่าไม่พบสารปนเปื้อน แต่จีนตรวจพบสาร BY2 อยู่นั้น

หากจีนยังไม่ผ่อนปรนมาตรการตรวจเข้มสุ่มทุกตู้ทุกลอต ผู้ส่งออกต้องลดความเสี่ยงโดยทยอยซื้อจากที่ล้งเคยซื้อส่งออกวันละ 3 ตู้ ตอนนี้ต้องซื้อวันละ 1 ตู้ รอตรวจ 2 วันให้ผ่านด่านตรวจไทยได้ใบตรวจผ่านแล้ว จึงซื้อครั้งที่ 2 อีก 1 ตู้ รอตรวจผ่านก่อนจึงจะซื้อครั้งที่ 3 อีก 1 ตู้ ผ่านด่านไทยแล้วยังต้องไปวัดดวงที่ด่านจีนอีกว่าจะผ่านหรือไม่ ดังนั้นทุเรียนจะไม่มีการทะลักออกไปลอตใหญ่ ๆ เพราะถ้ามีการตรวจพบต้องถูกระงับการส่งออกทันที เสียหาย 4-5 ล้านบาทต่อตู้

“ปีนี้หากจีนยังมีมาตรการเข้มข้นในการตรวจ จะเป็นปัญหากับการส่งออกทุเรียนมาก แต่ละล้งจะมีการชะลอการซื้อ ซื้อแล้วหยุด 2 วัน เพื่อให้ผ่านการตรวจจากด่านไทยก่อนจึงจะซื้อตู้ต่อไป เพื่อส่งออกไปจีน การส่งออกทุเรียนยังต้องตั้งหลักกันดูก่อนว่าผ่านการตรวจหรือไม่แต่ละชุด ๆ ไม่ใช่การส่งรวมลอตใหญ่ ๆ ทีเดียว 300 ตู้ จะทยอยส่งครั้งละ 100 ตู้” นายณัฐกฤษณ์กล่าว

ทางด้านแหล่งข่าวจากโรงแพ็กส่งออกกล่าวเพิ่มเติมกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ล้งส่วนใหญ่จะทยอยเปิดรับซื้อในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2568 ตามที่มีข่าวจีนยังตรวจพบ BY2 และมีล้งที่ถูกระงับเลขทะเบียนการส่งออก (DOA) ที่ต้องดีแคลร์เพื่อให้จีนปลดล็อก และล่าสุดยังมีแล็บถูกระงับไปอีก ทำให้ผู้ประกอบการที่รับซื้อทุเรียนให้เถ้าแก่ที่จีนวิตกกังวล เพราะหากผิดพลาดต้องรับผิดชอบเอง

ทั้งนี้ ล้งได้ทำความสะอาดกันอย่างหนัก บางล้งเทปูนทำพื้นใหม่ เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ อบรมพนักงานให้รักษาความสะอาด และบางล้งต้องสร้างความมั่นใจ

ขอให้ชาวสวนที่จะขายทุเรียนให้ต้องมีใบรับรอง GAP ใบรับรองตรวจเปอร์เซ็นต์เนื้อแป้งก่อนตัด และใบตรวจสารปนเปื้อนแคดเมียม และสาร BY2 และทิ้งระยะเวลาการตัดให้เป็นช่วงที่ปลอดภัย ซึ่งค่าใช้จ่ายการตรวจ BY2 และแคดเมียม ค่าใช้จ่ายสูง 5,2343 บาทต่อตัวอย่าง จึงต้องมีการตกลงกับชาวสวน ล้งจำเป็นต้องระวังตัวอย่างหนัก

เพราะหากตรวจพบ BY2 ในไทยครั้งที่ 1-2 ยังให้ดีแคลร์ตัวเองได้ ครั้งที่ 3 คือ ถูกระงับเลข DOA หากตรวจพบที่ด่านจีนอาจจะถูกระงับเลข DOA เลย ซึ่งจริง ๆ แล้วหากพบว่ามีสารปนเปื้อน BY2 ล้งเองน่าจะรู้ข้อมูลที่มาของทุเรียนที่ส่งออก

หวั่นตู้คอนเทนเนอร์ขาด

แหล่งข่าวจากผู้ส่งออกรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ปีนี้ผู้ส่งออกน่าจะลดลงและมีปัญหาเป็นลูกโซ่ เนื่องจาก GACC ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนโรงคัดบรรจุใหม่ พบว่ามีล้งว่างให้เช่าจำนวนมาก ทำให้ต้องมีการลดค่าเช่าลง บางแห่งลดจาก 1.8 ล้านบาท เหลือ 800,000 บาท และการขนส่งทางเรือจำนวนมากกว่า 50% อาจจะมีปัญหาเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนจากการตรวจที่ด่านล่าช้า ซึ่งการขนส่งติดที่ด่านทั้งทางบก ทางเรือ การหมุนเวียนของตู้ใช้เวลาเพิ่มขึ้น ราคาค่าเช่าตู้จะเพิ่มขึ้น จากราคาปกติตู้ละ 160,000-190,000 บาท เมื่อขาดแคลนมาก ๆ อาจจะสูงถึง 200,000-300,000 บาท

ทำให้ล้งรับซื้อได้น้อยลง ส่งผลต่อราคาที่รับซื้อจากชาวสวน แม้ว่าผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกโดยรวมลดลง แต่ยังมีปริมาณมาก ถ้ายังมีปัญหาต่าง ๆ ตัวเลขส่งออกไปจีนน่าจะลดลง โอกาสของทุเรียนไทยปีนี้นอกจากปัญหา BY2 แล้ว ขึ้นอยู่กับความสามารถของล้งที่จะมีช่องทางการส่งออก ทั้งการขนส่ง ความพร้อมของตู้คอนเทนเนอร์ การทำกำไร ล้งที่ขาดทุนจะถอยไปเรื่อย ๆ

ทุเรียนลดเหลือ 7 แสนตัน

นายสัญชัย โกสัลล์วัฒนา ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังกรมวิชาการเกษตรประกาศคุมเข้มในช่วง 20 วันแรกตรวจไม่พบสารปนเปื้อน BY2 เลย แต่ล่าสุดมีข่าวด่านไทยเองก็ตรวจพบ และต้องอายัดตู้ และระงับการส่งออก ซึ่งผู้ประกอบการแจ้งว่า ทำมาตู้แรก ๆ ผ่านไม่มีปัญหา แต่ตู้หลัง ๆ ยืนยันว่าทำเหมือนเดิม แต่กลับพบสาร BY2 ตอนนี้ยังมีปัญหาทุเรียนอ่อนที่ใช้ยาฉีดเร่งสีด้วย เวลานี้ผู้ประกอบการจะกลัวไปหมด ไม่กล้าเหมาสวนล่วงหน้า ปัญหา BY2 ยังสรุปไม่ได้จากสวนหรือล้ง ล่าสุดทราบข่าวว่าทางการจีนแจ้งว่าไม่รับรองผลแล็บของไทยเพิ่มอีก 1 แห่ง

ดังนั้น ภาครัฐของไทยต้องเร่งเจรจากับทางจีนให้ผ่อนปรนการตรวจเข้ม 100% เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องจัดการให้ได้ภายในสิ้นเดือนเมษายน 2568 ก่อนที่ทุเรียนรุ่นใหญ่ประมาณ 30% ของผลผลิตทั้งหมด จะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน

“แม้ว่าปีนี้ต้นฤดูทุเรียนตะวันออก ราคาพลิกกลับพุ่ง 240-250 บาท/กก. แต่เป็นผลผลิตเพียง 5% ของผลผลิตภาคตะวันออกทั้งหมด และปีนี้คาดว่าผลผลิตภาพรวมน่าจะลดลง 30% เหลือประมาณไม่เกิน 700,000 ตัน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากพายุฝนที่ตกลงมา” นายสัญชัยกล่าว

Eastern Durian

ต้นฤดูเจอทุเรียนอ่อนเพียบ

นายชลธี นุ่มหนู อดีต ผอ.สวพ.6 เจ้าของฉายามือปราบทุเรียนอ่อน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้มีข่าวสารปนเปื้อน BY2 และแคดเมียม ทำให้ดูเหมือนว่าปัญหาทุเรียนอ่อนที่เคยเกิดเป็นปกติในภาคตะวันออกเบาบางลงในช่วงต้นฤดู ทั้งที่พบว่ามีปัญหาทุเรียนอ่อนเกลื่อนตลาด เพราะทุเรียนต้นฤดูราคาสูง ชาวสวนเร่งตัด หรือล้งที่เหมาล่วงหน้าเห็นว่า ราคาสูงกลัวขาดทุน รีบส่งคนมาตัด

และที่สำคัญ ยังมีล้งรับซื้อส่งออกไปตลาดจีน แต่ทั้งนี้ได้ส่งผลกระทบกับทุเรียนไทยที่ตลาดปลายทาง หากไม่เร่งแก้ไขจะทำให้เสียตลาดให้ทุเรียนเวียดนาม ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรี ตราด ควรกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดตั้งด่านตรวจการขนย้ายทุเรียนและ สวพ.6 ควรตรวจเข้มโรงคัดบรรจุไม่ให้ทุเรียนอ่อนหลุดออกไป และล้งไม่ควรรับซื้อทุเรียนอ่อน

หน่วยงาน เจ้าหน้าที่น่าจะยุ่งอยู่กับเรื่องสาร BY2 แคดเมียม ทำให้ปัญหาทุเรียนอ่อนในช่วงต้นฤดูปีนี้ถูกกลบไป ไม่ค่อยเป็นข่าวมากนัก ทั้ง ๆ ที่ผ่านมามีทุเรียนอ่อนที่หลุดออกสู่ตลาดภายในประเทศและตลาดปลายทางที่จีนจำนวนมาก สร้างความเสียหายให้ตลาดทุเรียนไทยอย่างมาก ที่ตลาดจีนพบว่าทุเรียนที่ซื้อไป 9 ลูก มีทุเรียนอ่อน 6 ลูก กินได้แค่ 3 ลูก

“ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้มงวดอย่างจริงจัง และประชาชนทั่วไปต้องช่วยเป็นหูเป็นตาชี้เบาะแส ตรวจจับและดำเนินการตามมาตรการของกฎหมาย ชาวสวนเองไม่ต้องรีบตัด มือตัดของล้งต้องไม่รีบตัดเพื่อเอาราคาสูง ๆ และล้งต้องไม่รับซื้อทุเรียนอ่อน จริง ๆ แล้วมีมาตรการการใช้ใบรับรอง GAP การตรวจเปอร์เซ็นต์ในเนื้อแป้งที่ควบคุมอยู่ แต่มีช่องทางที่ให้ทำกันได้ แม้แต่สีทุเรียนให้มีสีเหลืองโดยที่เปอร์เซ็นต์แป้งยังไม่ได้ และทุเรียนปีนี้ 1 ต้น มี 3-4 รุ่น แต่ละรุ่นห่างกัน 10 วัน กรมวิชาการเกษตรควรเร่งออกมาตรการแก้ปัญหาทุเรียนอ่อนให้เร็วที่สุด เพราะเดือนเมษายนทุเรียนลอตใหญ่ภาคตะวันออกจะออกสู่ตลาด” นายชลธีกล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงที่ทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาดปลายทาง ทำให้ราคาทุเรียนในตลาดรับซื้อได้ปรับตัวลง กก.ละ 5-10 บาท ทุเรียนหมอนทองเกรด AB จากราคา 240-255 บาท/กก. เหลือ กก.ละ 230-240 บาท ทั้งที่คาดการณ์กันว่าราคาจะลดต่ำลงหลังวันที่ 10 เมษายนไปแล้ว

ข้อมูลจากสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 6 (สวพ.6) แจ้งผลการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแป้งของทุเรียน โรงคัดบรรจุภาคตะวันออก จันทบุรี ตราด ปริมาณตัวอย่างสะสมตั้งแต่ 24-27 มี.ค. 68 จำนวน 318 ตัวอย่าง ผ่านเกณฑ์ 289 ตัวอย่าง คิดเป็น 90.9% ไม่ผ่านเกณฑ์ 29 ตัวอย่าง คิดเป็น 9.1% โดยกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนภาคตะวันออก พันธุ์กระดุม 4 เม.ย. 68 พันธุ์ชะนี พวงมณี 10 เม.ย. 68 พันธุ์หมอนทองและก้านยาว 30 เม.ย. 68

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทุเรียนตะวันออกระส่ำ จีนไม่รับรอง ผลตรวจ 2 แล็บไทย-ผลอ่อนเกลื่อน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...