โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ฌาปนกิจสงเคราะห์สาธารณสุขฉาวโฉ่ สมาชิก ฌกส.โวยถูกละเมิดสิทธิรุนแรง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 13 มี.ค. 2568 เวลา 09.26 น.

ฌาปนกิจสงเคราะห์สาธารณสุขฉาวโฉ่ สมาชิก ฌกส.โวยถูกละเมิดสิทธิรุนแรงร้อง กสม.สอบ หวั่นบริหารจัดการงบฟุ่มเฟือย ส่อไม่โปร่งใส

สำนักข่าว The Room 44 รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2568 ว่า ก่อนได้มีตัวแทนสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ลงชื่อ 6 คน ได้ร้องเรียนละเมิดสิทธิมนุษยชนของการ “ฌาปนกิจสงเคราะห์กระทรวงสาธารณสุข” ถึงประธานคณะกรรมการกสม. พร้อมแนบเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาให้ด้วย เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากการฌาปนกิจสงเคราะห์ของสธ. ได้ออกบังคับใหม่ เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนของสมาชิกที่มีอายุเกิน 60 ปี

เดิมการฌาปนกิจสงเคราะห์ของสธ.ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2483 โดยข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมอนามัย เริ่มจากสมาชิก 1,500 คน ต่อมาโอนย้ายมาสังกัดสำนักงานปลัดสธ.(สป.) เป็นองค์การฌาปนกิจสงเคราะห์ของสม.(อฌส.) ก่อนเปลี่ยนชื่อ เป็น การฌาปนกิจสงเคราะห์ของสธ.(ฌกส.) มีปลัดสธ.เป็นประธาน โดยมีสำนักงานอฌส.เป็นหน่วยงานธุรกิจทำหน้าที่รับสมัครข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในสังกัดสธ.เข้าเป็นสมาชิก มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิกในการสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวสมาชิกที่ถึงแก่ความตาย โดยสมาชิกทุกคนต้องร่วมจ่ายเงินสงเคราะห์ให้กับสมาชิกที่เสียชีวิต ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 373,336 คน

ทั้งนี้ข้อบังคับฌกส..เดิม กำหนดว่า “สมาชิกที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ไม่ต้องส่งเงินช่วยเหลือฌาปนกิจ และฌกส.ไม่ต้องจ่ายเงินช่วยเหลือฌาปนกิจแทนอีกต่อไป” ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสธ.เข้าใจมาตั้งแต่ต้นว่าเมื่ออายุครบ 60 ปี ไม่ต้องส่งเงินสงเคราะห์ จึงสมัครเข้าเป็นสมาชิกอฌส. ต่อมามีการแก้ข้อบังคับฌกส.. กำหนดว่า “สมาชิกมีหน้าที่ต้องชำระเงินสงเคราะห์” เป็นผลให้สมาชิกทุกคน รวมถึง “สมาชิกที่มีอายุเกิน 60 ปีต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ตลอดชีวิต” แต่สมาชิกอฌส.ทักท้วง ทำให้มีการออกข้อบังคับสธ.ยกเลิก จนมีการปรับแก้ข้อบังคับฌกส.อีกครั้ง
จนกระทั้ง 24 ต.ค. 67 ฌกส..ออกประกาศ เรียกเก็บเงินสงเคราะห์และเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า โดยเงินสงเคราะห์ เมื่อสมาชิกถึงแก่ความตายให้ ฌกส.เรียกเก็บเงินสงเคราะห์จากสมาชิกที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกคน รวมถึงกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ในอัตราศพละ 2.10 บาท (สองบาทสิบสตางค์) ตามจำนวนสมาชิกถึงแก่กรรม
“ผู้ร้องเห็นว่าฌกส.ดำเนินการเปลี่ยนขอบังคับหลายครั้ง เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของสมาชิกที่มีอายุเกิน 60 ปี ที่ต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ไปตลอดชีวิต ทั้งที่สมาชิกได้รับทราบโดยถ้วนหน้าแล้วเมื่ออายุครบ 60 ปีไม่ต้องจ่ายเงินสงเคราะห์”

ทั้งนี้ฌกส.ดำเนินการฝ่ายเดียวในการแก้ข้อบังคับ โดยที่สมาชิกไม่ได้รับทราบหรือให้ความยินยอม และไม่มีการชี้แจงเหตุผลถึงความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงข้อบังคับดังกล่าว รวมถึงไม่มีช่องทางสื่อสารให้สมาชิกรับทราบข้อมูลข่าวสาร

“ไม่มีการจัดทำเอกสารแจ้งให้สมาชิกทราบรายละเอียดจำนวนผู้เสียชีวิต วิธีการคำนวณเงินสงเคราะห์ จำนวนเงินที่เรียกเก็บในแต่ละเดือน รวมถึงไม่ส่งใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับเงินให้สมาชิก”

ช่องทางสื่อสารที่ฌกส.อ้างจัดให้สมาชิกผ่านเฟซบุ๊ก ไลน์ เมื่อสอบถามข้อมูลไม่ปรากฏว่ามีการตอบข้อสงสัย เบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไม่มีผู้รับสาย จึงเป็นการบริหารงานที่ไม่โปรงใส และละเมิดต่อหลักการของการฌาปนกิจสงเคราะห์ ที่มีวัตถุประสงค์เป็นสวัสดิการให้สมาชิก ไม่ได้ประสงค์หากำไรหรือรายได้มาแบ่งกัน การดำเนินการดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนสร้างผลกระทบต่อการครองชีพของสมาชิกส่วนใหญ่ ซึ่งเกินกว่าร้อยละ 80 เป็นผู้มีอายุเกิน 60 ปี

ขณะเดียวกันมีการลบชื่อสมาชิกออกจากทะเบียนฌกส. โดยอ้างข้อบังคับสธ.ฯ ที่กำหนดให้สมาชิกที่ค้างชำระเงินสงเคราะห์ตั้งแต่2เดือนติดต่อกันขึ้นไป สนง.ฌกส.จะแจงเตือนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของสนง.ฌกส. หากสมาชิกผู้นั้นไม่ชำระเงินภายใน30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลงประกาศ ให้สนง.ฌกส.มีหนังสือลงทะเบียนแจ้งเตือนจัดส่งทางไปรษณีย์ หากยังไม่ชำระภายใน60 วัน คณะกรรมการฌกส.พิจารณาลบชื่อผู้นั้นออกจากทะเบียนสมาชิก

ทั้งนี้มีสมาชิกที่ถูกลบชื่อออกจากทะเบียนฌกส.เมื่อเดือนม.ค.68 จำนวน 288 คน ทั้งหมดเป็นสมาชิกที่ค้างชำระในปี 67 โดยเป็นเงินค้างชำระตั้งแต่ 765.08 ถึง 11,428.30 บาท และตามข้อมูลบนเว็บไซต์ของสำนักงานฌกส. ลงวันที่ 13 ก.พ. 68 มีรายชื่อสมาชิกค้างชำระทั้งสิ้น 8,063 คน บุคคลเหล่านี้อาจเป็นผู้ที่ต้องถูกลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกในลำดับถัดไป

ดังนั้นผู้ร้องเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าว ฌกส.ดำเนินการฝ่ายเดียว ขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่สมาชิกยังไม่ส่งเงินสงเคราะห์ ไม่มีกระบวนการสืบค้นหาตัวสมาชิกกรณีหนังสือไม่ถึงมือผู้รับ อาจเกิดจากการย้ายที่อยู่ ทำให้สมาชิกที่มีอายุเกิน60 ปีต้องสูญเงินสงเคราะห์ที่ได้ส่งให้ฌกส.มาไม่ต่ำกว่า 30 ปี และหากสมาชิกผู้นั้นเสียชีวิต ทายาทควรได้รับเงินสงเคราะห์ประมาณ 750,000 บาท นอกจากนนี้ยังไม่มีการคืนเงินที่ได้สะสมไว้ให้กับสมาชิกที่ถูกลบชื่อออก แสดงเจตนาละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง อาจเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตประพฤมิชอบ ทั้งนี้ทางสำนักงานกสม.ได้รับเรื่องนี้เอาไว้เมื่อวันที่ 3 มี.ค.68
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สมาชิกฌกส.ยังตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณผิดวัตถุประสงค์และใช้เงินฟุ่มเฟือย เช่น เปิดไปดูงบการเงิน ปี 66 ของฌกส. เป็นค่าประชุมสัมมนากว่า 3 ล้านบาท มีค่าจ้างที่ปรึกษาประธานฌกส. 720,000 บาท ค่าโปรแกรมและค่าบำรุงรักษาโปรแกรม ในปีงบการเงินปี 65 แค่50,000 บาท แต่ในงบการเงินปี66 พุ่งถึง 750,000 บาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...