ฌาปนกิจสงเคราะห์สาธารณสุขฉาวโฉ่ สมาชิก ฌกส.โวยถูกละเมิดสิทธิรุนแรง
ฌาปนกิจสงเคราะห์สาธารณสุขฉาวโฉ่ สมาชิก ฌกส.โวยถูกละเมิดสิทธิรุนแรงร้อง กสม.สอบ หวั่นบริหารจัดการงบฟุ่มเฟือย ส่อไม่โปร่งใส
สำนักข่าว The Room 44 รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2568 ว่า ก่อนได้มีตัวแทนสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ลงชื่อ 6 คน ได้ร้องเรียนละเมิดสิทธิมนุษยชนของการ “ฌาปนกิจสงเคราะห์กระทรวงสาธารณสุข” ถึงประธานคณะกรรมการกสม. พร้อมแนบเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาให้ด้วย เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากการฌาปนกิจสงเคราะห์ของสธ. ได้ออกบังคับใหม่ เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนของสมาชิกที่มีอายุเกิน 60 ปี
เดิมการฌาปนกิจสงเคราะห์ของสธ.ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2483 โดยข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมอนามัย เริ่มจากสมาชิก 1,500 คน ต่อมาโอนย้ายมาสังกัดสำนักงานปลัดสธ.(สป.) เป็นองค์การฌาปนกิจสงเคราะห์ของสม.(อฌส.) ก่อนเปลี่ยนชื่อ เป็น การฌาปนกิจสงเคราะห์ของสธ.(ฌกส.) มีปลัดสธ.เป็นประธาน โดยมีสำนักงานอฌส.เป็นหน่วยงานธุรกิจทำหน้าที่รับสมัครข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในสังกัดสธ.เข้าเป็นสมาชิก มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิกในการสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวสมาชิกที่ถึงแก่ความตาย โดยสมาชิกทุกคนต้องร่วมจ่ายเงินสงเคราะห์ให้กับสมาชิกที่เสียชีวิต ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 373,336 คน
ทั้งนี้ข้อบังคับฌกส..เดิม กำหนดว่า “สมาชิกที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ไม่ต้องส่งเงินช่วยเหลือฌาปนกิจ และฌกส.ไม่ต้องจ่ายเงินช่วยเหลือฌาปนกิจแทนอีกต่อไป” ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสธ.เข้าใจมาตั้งแต่ต้นว่าเมื่ออายุครบ 60 ปี ไม่ต้องส่งเงินสงเคราะห์ จึงสมัครเข้าเป็นสมาชิกอฌส. ต่อมามีการแก้ข้อบังคับฌกส.. กำหนดว่า “สมาชิกมีหน้าที่ต้องชำระเงินสงเคราะห์” เป็นผลให้สมาชิกทุกคน รวมถึง “สมาชิกที่มีอายุเกิน 60 ปีต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ตลอดชีวิต” แต่สมาชิกอฌส.ทักท้วง ทำให้มีการออกข้อบังคับสธ.ยกเลิก จนมีการปรับแก้ข้อบังคับฌกส.อีกครั้ง
จนกระทั้ง 24 ต.ค. 67 ฌกส..ออกประกาศ เรียกเก็บเงินสงเคราะห์และเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า โดยเงินสงเคราะห์ เมื่อสมาชิกถึงแก่ความตายให้ ฌกส.เรียกเก็บเงินสงเคราะห์จากสมาชิกที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกคน รวมถึงกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ในอัตราศพละ 2.10 บาท (สองบาทสิบสตางค์) ตามจำนวนสมาชิกถึงแก่กรรม
“ผู้ร้องเห็นว่าฌกส.ดำเนินการเปลี่ยนขอบังคับหลายครั้ง เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของสมาชิกที่มีอายุเกิน 60 ปี ที่ต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ไปตลอดชีวิต ทั้งที่สมาชิกได้รับทราบโดยถ้วนหน้าแล้วเมื่ออายุครบ 60 ปีไม่ต้องจ่ายเงินสงเคราะห์”
ทั้งนี้ฌกส.ดำเนินการฝ่ายเดียวในการแก้ข้อบังคับ โดยที่สมาชิกไม่ได้รับทราบหรือให้ความยินยอม และไม่มีการชี้แจงเหตุผลถึงความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงข้อบังคับดังกล่าว รวมถึงไม่มีช่องทางสื่อสารให้สมาชิกรับทราบข้อมูลข่าวสาร
“ไม่มีการจัดทำเอกสารแจ้งให้สมาชิกทราบรายละเอียดจำนวนผู้เสียชีวิต วิธีการคำนวณเงินสงเคราะห์ จำนวนเงินที่เรียกเก็บในแต่ละเดือน รวมถึงไม่ส่งใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับเงินให้สมาชิก”
ช่องทางสื่อสารที่ฌกส.อ้างจัดให้สมาชิกผ่านเฟซบุ๊ก ไลน์ เมื่อสอบถามข้อมูลไม่ปรากฏว่ามีการตอบข้อสงสัย เบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไม่มีผู้รับสาย จึงเป็นการบริหารงานที่ไม่โปรงใส และละเมิดต่อหลักการของการฌาปนกิจสงเคราะห์ ที่มีวัตถุประสงค์เป็นสวัสดิการให้สมาชิก ไม่ได้ประสงค์หากำไรหรือรายได้มาแบ่งกัน การดำเนินการดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนสร้างผลกระทบต่อการครองชีพของสมาชิกส่วนใหญ่ ซึ่งเกินกว่าร้อยละ 80 เป็นผู้มีอายุเกิน 60 ปี
ขณะเดียวกันมีการลบชื่อสมาชิกออกจากทะเบียนฌกส. โดยอ้างข้อบังคับสธ.ฯ ที่กำหนดให้สมาชิกที่ค้างชำระเงินสงเคราะห์ตั้งแต่2เดือนติดต่อกันขึ้นไป สนง.ฌกส.จะแจงเตือนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของสนง.ฌกส. หากสมาชิกผู้นั้นไม่ชำระเงินภายใน30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลงประกาศ ให้สนง.ฌกส.มีหนังสือลงทะเบียนแจ้งเตือนจัดส่งทางไปรษณีย์ หากยังไม่ชำระภายใน60 วัน คณะกรรมการฌกส.พิจารณาลบชื่อผู้นั้นออกจากทะเบียนสมาชิก
ทั้งนี้มีสมาชิกที่ถูกลบชื่อออกจากทะเบียนฌกส.เมื่อเดือนม.ค.68 จำนวน 288 คน ทั้งหมดเป็นสมาชิกที่ค้างชำระในปี 67 โดยเป็นเงินค้างชำระตั้งแต่ 765.08 ถึง 11,428.30 บาท และตามข้อมูลบนเว็บไซต์ของสำนักงานฌกส. ลงวันที่ 13 ก.พ. 68 มีรายชื่อสมาชิกค้างชำระทั้งสิ้น 8,063 คน บุคคลเหล่านี้อาจเป็นผู้ที่ต้องถูกลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกในลำดับถัดไป
ดังนั้นผู้ร้องเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าว ฌกส.ดำเนินการฝ่ายเดียว ขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่สมาชิกยังไม่ส่งเงินสงเคราะห์ ไม่มีกระบวนการสืบค้นหาตัวสมาชิกกรณีหนังสือไม่ถึงมือผู้รับ อาจเกิดจากการย้ายที่อยู่ ทำให้สมาชิกที่มีอายุเกิน60 ปีต้องสูญเงินสงเคราะห์ที่ได้ส่งให้ฌกส.มาไม่ต่ำกว่า 30 ปี และหากสมาชิกผู้นั้นเสียชีวิต ทายาทควรได้รับเงินสงเคราะห์ประมาณ 750,000 บาท นอกจากนนี้ยังไม่มีการคืนเงินที่ได้สะสมไว้ให้กับสมาชิกที่ถูกลบชื่อออก แสดงเจตนาละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง อาจเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตประพฤมิชอบ ทั้งนี้ทางสำนักงานกสม.ได้รับเรื่องนี้เอาไว้เมื่อวันที่ 3 มี.ค.68
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สมาชิกฌกส.ยังตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณผิดวัตถุประสงค์และใช้เงินฟุ่มเฟือย เช่น เปิดไปดูงบการเงิน ปี 66 ของฌกส. เป็นค่าประชุมสัมมนากว่า 3 ล้านบาท มีค่าจ้างที่ปรึกษาประธานฌกส. 720,000 บาท ค่าโปรแกรมและค่าบำรุงรักษาโปรแกรม ในปีงบการเงินปี 65 แค่50,000 บาท แต่ในงบการเงินปี66 พุ่งถึง 750,000 บาท