โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุยกับแบงก์ชาติเรื่อง ‘บัญชีม้า’ บัญชีม้าคืออะไร มาตรการปิดปากม้าหมายถึงอะไร และหากถูกแปะป้ายว่าเป็นบัญชีม้า ต้องแก้ไขอย่างไร

TODAY

อัพเดต 07 มี.ค. 2568 เวลา 20.35 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2568 เวลา 09.34 น. • workpointTODAY

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สาเหตุที่มิจฉาชีพยังคงมีช่องทางหากินอยู่ทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการมีอยู่ของ ‘บัญชีม้า’ หรือกลุ่มคนที่รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารให้มิจฉาชีพนำไปใช้ก่ออาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงิน การฉ้อโกง หรือการหลอกให้เหยื่อโอนเงิน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่พบเห็นได้บ่อยในข่าว

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกมาตรการ ‘ปิดปากม้า’ ห้ามธนาคารโอนเงินเข้าบัญชีต้องสงสัย และต้องส่งแจ้งเตือนผู้ใช้งานด้วยว่า บัญชีที่ตนกำลังโอนเงินไปนั้น ปลายทางเป็นบัญชีม้า

TODAY Bizview มีโอกาสพูดคุยกับ ‘รุ่ง มัลลิกะมาส’ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน และ ‘ดารณี แซ่จู’ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน รวมถึงผู้บริหารของแบงก์ชาติอีกหลายคนที่มาร่วมแชร์ข้อมูล

[ บัญชีม้าคืออะไร ]

ตามนิยามของแบงก์ชาติ บัญชีม้า คือ บัญชีธนาคารที่ถูกใช้เพื่อรับโอนเงินผิดกฎหมาย ทั้งจากแก๊งคอลเซนเตอร์ เว็บพนัน หลอกลงทุน หรือฟอกเงิน ซึ่งอาจเป็นมิจฉาชีพเปิดเอง หรือจ้างคนอื่นให้เปิด และยังมีบัญชีม้าที่เจ้าของไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เพราะถูกสวมรอยขโมยข้อมูลส่วนตัว

เพื่อการจัดการที่ง่ายขึ้น แบงก์ชาติแบ่งบัญชีม้าออกเป็น 3 สีด้วยกัน หลักๆ คือ สีดำ สีเทา และสีน้ำตาล แต่ก็อาจจะแยกย่อยลงไปได้อีก เช่น สีเทาเข้ม สีเทาอ่อน สีน้ำตาลเข้ม สีน้ำตาลอ่อน ฯลฯ โดยบทความนี้จะยึด 4 สีตามที่ผู้บริหารของแบงก์ชาติได้แชร์ให้ฟัง

1. ม้าดำ: บัญชีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ประกาศชื่อ

2. ม้าเทาเข้ม: บัญชีที่มีคนแจ้งความดำเนินคดี

3. ม้าเทาอ่อน: บัญชีที่อยู่ในเส้นทางเงินผิดกฎหมาย

4. ม้าน้ำตาล: บัญชีที่ธนาคารตั้งข้อสงสัย

[ มาตรการปิดปากม้า ]

ในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรการปิดปากม้าไปแล้ว ตามที่เล่าข้างต้น แม้จะเร็วเกินไปที่จะประเมินว่า มาตรการดังกล่าวเห็นผลมากน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าเกิดความตื่นตัวในอุตสาหกรรมพอสมควร เพราะม้าดำและม้าเทาเข้มไม่สามารถทำธุรกรรมได้ แต่ก็ยังหลงเหลือม้าเทาอ่อนและม้าน้ำตาลอยู่

ล่าสุด แบงก์ชาติกำลังพูดคุยกับธนาคาร เพื่อให้ธนาคารส่งแจ้งเตือนประชาชนให้ชัดๆ เพราะตอนนี้อย่างที่บอกไปว่ามีแจ้งเตือน แต่เป็นการแจ้งเตือนแค่ว่า การทำธุรกรรมไม่สำเร็จเท่านั้น ยังไม่สามารถระบุว่าเป็นบัญชีม้าได้ ก็ต้องมาดูว่า จะใช้วิธีไหนไม่ให้เข้าข่ายปรักปรำเจ้าของบัญชี

ที่ผ่านมาจับบัญชีม้าได้เกือบ 2 ล้านบัญชีก็จริง แต่ยังไม่สามารถจับบัญชีม้าที่โอนออกไปยังบัญชีคริปโตเคอร์เรนซีได้ ซึ่งมิจฉาชีพก็มีการปรับตัวเช่นกันหลังออกมาตรการปิดปากมาก กล่าวคือ จากเดิมโอน 5-6 ทอดค่อยออกไปบัญชีคริปโตฯ ตอนนี้โอนแค่ 1 ทอดแล้วก็ไปคริปโตฯ เลย

แต่โชคยังดีที่บัญชีคริปโตฯ ที่โอนออกยังเป็นบัญชีที่ซื้อขายอยู่บนกระดานซื้อขายในไทย (ราว 75%) ซึ่งเร็วๆ นี้จะมีการแชร์ข้อมูลระหว่างธนาคารและกระดานเทรดคริปโตฯ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการแก้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บัญชีม้าอยู่ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่ครอบคลุมการโอนออกไปยังกระดานเทรดต่างประเทศ

[ บัญชีม้า แก้ยังไง ]

หลังจากแบงก์ชาติเริ่มใช้มาตรการปิดปากม้าอย่างจริงจัง ก็มีเสียงสะท้อนจากคนบางกลุ่มว่าได้รับความเดือดร้อน ซึ่งบางคนอาจโดนสวมรอยเปิดบัญชี หรืออยู่ในเส้นทางเงินโดยไม่รู้ตัว ทำให้ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ ซึ่งแบงก์ชาติก็แชร์ ‘วิธีปลดม้า’ ให้ โดยหลักคิด คือ ใครเป็นคนประกาศ ก็ต้องให้คนนั้นเป็นคนปลด

• ม้าดำ: ปปง.ประกาศ ต้องแจ้งให้ ปปง.ปลด

• ม้าเทา: ตำรวจประกาศ ต้องแจ้งให้ตำรวจปลด (โทร 1441 กด 2)

• ม้าน้ำตาล: ธนาคารประกาศ ต้องแจ้งให้ธนาคารปลด

หากมั่นใจว่าบริสุทธิ์ ซึ่งบางคนมองเผินๆ อาจจะดูเหมือน ‘เซนทอร์’ หรือครึ่งคนครึ่งม้า ก็สามารถติดต่อ ปปง. ตำรวจ หรือธนาคาร เพื่อให้ดำเนินการปลดล็อกได้ อย่างไรก็ตาม กระบวนการปลดล็อกยังใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ในอนาคตจะมีการปรับกระบวนการให้สามารถปลดล็อกได้ภายใน 1 วัน

ทั้งนี้ การปลดล็อกบัญชีม้า สามารถปลดได้เพียง 1 บัญชีเท่านั้น ซึ่งแบงก์ชาติมองว่าเพียงพอกับการยังชีพแล้ว

และเพื่อไม่ให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อของขบวนการมิจฉาชีพโดยที่ไม่รู้ตัว ซึ่งบัญชีอาจถูกล็อกได้ เมื่อมีคนโอนเงินผิดบัญชีเข้ามายังบัญชีเรา ไม่ควรโอนกลับเองทันที แม้จะรู้ชื่อ-นามสกุลของผู้โอนแน่ชัดก็ตาม โดยแนะนำให้ติดต่อธนาคาร เพื่อให้ธนาคารดำเนินการต่อ

บัญชีม้า

[ ม้านิติบุคคลคืออะไร ]

บัญชีม้านิติบุคคล เหมือนบัญชีม้าทั่วไปตรงที่ใช้การจ้างวานบุคคลให้ไปจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ก่อนจะนำหลักฐานการจดทะเบียนนิติบุคคลไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อนำไปใช้ก่ออาชญากรรม

สาเหตุที่มิจฉาชีพเลือกเปิดบัญชีม้านิติบุคคล เพราะ 1) เปิดบัญชีปกติไม่ได้แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่มิจฉาชีพที่จดทะเบียนในรูปแบบม้านิติบุคคล จะเป็นกลุ่มม้าดำและม้าเทาเข้มอยู่แล้ว 2) วงเงินในการทำธุรกรรมสูงกว่าบัญชีบุคคล ทำให้หลอกเงินประชาชนได้เยอะกว่า และ 3) ชื่อบัญชีเป็นชื่อบริษัทดูน่าเชื่อถือกว่าเป็นชื่อบุคคล

อย่างไรก็ตาม แบงก์ชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยมีการพูดคุยกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและธนาคารเพื่อจัดทำฐานข้อมูล ซึ่งในอนาคตหากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า บุคคลที่ขอจดทะเบียนตั้งนิติบุคคลมีชื่อเป็นบัญชีม้า ก็จะจดไม่ได้ เป็นต้น

[ โดนหลอกโอนเงิน ใครรับผิดชอบ ]

มาในส่วนของผู้บริโภคกันบ้าง ที่ผ่านมามีการผลักดันให้ธนาคารและผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (Telco) รับผิดชอบ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการให้ความเห็นว่าใครควรต้องร่วมรับผิดชอบเท่าไหร่บ้าง คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปีนี้ แต่เบื้องต้นไม่ได้กำหนดไว้เป็นเปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม การตัดสินว่าผู้ใดต้องรับผิดชอบเท่าไหร่นั้น ท้ายที่สุดเป็นหน้าที่ของศาล ซึ่งอาจใช้หลักเกณฑ์ของแบงก์ชาติมาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินหรือไม่ก็ได้ เช่น ถูกหลอกโอนเงินผ่านโมบายแบงก์กิ้ง หากแบงก์มีระบบป้องกันการขโมยข้อมูลแล้ว แบงก์ก็อาจจะไม่ต้องรับผิดชอบ 100% ก็ได้ เป็นต้น

ทั้งนี้ กรณีของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา (ประมาณ 2-3 กรณี) ธนาคารเคยร่วมรับผิดชอบสูงสุดเพียง 50% เท่านั้น ยังไม่มีเคสที่แบงก์ต้องรับผิดชอบ 100% นอกจากนี้ การรับผิดชอบของธนาคาร เป็นการรับผิดชอบ ‘ตามที่เสียหาย’ ไม่ใช่โทษปรับ

แบงก์ชาติยอมรับว่า การผลักดันเรื่องนี้ไม่ง่าย เพราะมีหลายส่วนที่ต้องทำงานร่วมกัน และหากออกหลักเกณฑ์ไม่ได้ อาจก่อให้เกิดภัยทางศีลธรรม (Moral Hazard) ได้ หรืออาจทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก เช่น แบงก์หน่วงธุรกรรมไว้ 3 ชั่วโมงค่อยอนุมัติ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แบงก์ชาติเตรียมออกมาตรการดูแลความเสี่ยงบนโมบายแบงก์กิ้ง เฟส 2 ซึ่งอาจประกอบด้วย ปุ่มรีพอร์ตบัญชีต้องสงสัย (Self-Report) ปุ่มปิดแอปฉุกเฉิน (Kill Switch) การหน่วงธุรกรรม (Cooling-off Period)

ยกตัวอย่างในสิงคโปร์ หากทำธุรกรรมเกิน 50,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือเกิน 50% ของบัญชี จะต้องหน่วยธุรกรรมไว้ 24 ชั่วโมง เป็นต้น ซึ่งแบงก์ชาติคาดว่าจะได้เห็นภายในเดือน มิ.ย.นี้…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...