โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครอบครัวเด็กเอ็นฯ โดนบังคับอัพยาดับ แจ้งความ ยันดำเนินคดีถึงที่สุด

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 16 ก.พ. 2568 เวลา 13.47 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2568 เวลา 06.47 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 16 ก.พ. – ครอบครัวเด็กเอ็นฯ โดนบังคับอัพยาดับ เข้าแจ้งความ ยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หลังโมเดลลิ่งขอจ่าย 1 แสนบาท เพื่อปิดข่าว

แม่และพี่สาวของ น.ส.ไอรดา (นามสมมติ) เด็กเอ็นฯ ที่เสียชีวิตปริศนา หลังถูกติดต่อให้ไปงานลูกค้าชาวจีน และโดนบังคับให้ไฮจนช็อกและเสียชีวิต เดินทางมาที่ สน.โชคชัย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับชายชาวจีนผู้ก่อเหตุ ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

แม่ของ น.ส.ไอรดา (นามสมมติ) ได้เข้ามานั่งพักภายในห้องรับแจ้งความ เนื่องจากมีอาการคล้ายจะเป็นลม เปิดใจกับสื่อมวลชนหลังจากอาการดีขึ้นแล้ว ระบุว่าในวันที่น้องเสียชีวิต สามีรับโทรศัพท์จากตำรวจบอกว่าน้องเสียชีวิตแล้วที่โรงแรม โดยยังไม่ทราบสาเหตุ และตำรวจอยู่ระหว่างการเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ ปรากฏว่ามีพยาน 4 คน ที่เป็นเพื่อนกับลูกสาว บอกว่าลูก Overdose หรือเสพยาเกินขนาด เสียชีวิต และน้องเสพยาเป็นปกติ ตนเองไม่ปักใจเชื่อ จึงโทรหาเพื่อนของลูกสาวอีกคนหนึ่ง เขายืนยันว่าลูกสาวไม่ได้เสพยาเสพติดอย่างแน่นอน จึงทำให้มั่นใจได้อย่างแน่นอนว่าลูกสาวตนเองไม่เคยเสพยาเสพติดหรือรับงานเพื่อยาเสพติด

ต่อมาหลังจากทราบว่าศพของลูกสาวถูกส่งไปที่นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ จึงเดินทางเข้ามาที่กรุงเทพฯ เพื่อมารับศพไปบำเพ็ญกุศล โดยมารับใบแจ้งตายที่ สน.โชคชัย ก่อน ตอนนั้นยังไม่ทราบว่าลูกสาวเสียชีวิตจากสาเหตุอะไร ทั้งนี้ ในระหว่างที่อยู่ที่ สน.โชคชัย ปรากฏว่ามีนายตำรวจนายหนึ่งเข้ามาพูดคุย วินาทีนั้นตนมีความรู้สึกว่าอุ่นใจ เพราะลูกสาวจะได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากมีตำรวจใน สน. บอกว่านายตำรวจคนที่มาพูดคุยคนนี้เก่ง จะสามารถช่วยเหลือคุณแม่ได้ แต่พอเชิญเข้าไปพูดคุยข้างในห้อง นายตำรวจคนนี้กลับบอกแม่ว่ามีพยานหลักฐานว่าลูกสาวตนเองเสพยาเสพติดหนักมาก โดยมีพยานแวดล้อมที่เป็นเพื่อนอีก 4 คนที่ยืนยันเรื่องนี้ ตอนนั้นตนยังไม่รู้ว่าเพื่อน 4 คนนั้นเป็นใครบ้าง แต่ตำรวจอ้างว่าเพื่อนทั้ง 4 คน บอกว่าลูกสาวของตนเล่นยามานานแล้ว

ตำรวจนายนั้นจึงยื่นข้อเสนอให้ตนเอง 2 ทาง แนวทางแรกครอบครัวไม่ติดใจในการตายของลูกสาว จึงไม่ติดใจจะเอาความ ทางตำรวจจะคืนทรัพย์สินของลูกสาวให้ทั้งหมด แล้วจะทำเรื่องให้ได้รับเงินชดเชยเยียวยาจากการเสียชีวิต ส่วนแนวทางที่ 2 คือจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ตอนนั้นตนเข้าใจว่าสาเหตุการตายของลูกสาวเกิดจากการเล่นยาหนักเกินขนาดแล้วช็อก เพราะว่าตนเองยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกแนวทางไหน

จนกระทั่งมาปรึกษากับครอบครัวได้ข้อสรุปว่าหากต่อสู้คดีต่อไปมีสิทธิแพ้ เนื่องจากต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการขึ้นศาลอีกเยอะ มองว่าในเมื่อลูกสาวเสียชีวิตไปแล้ว ได้เงินค่าเยียวยาก็ยังดี อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับเงินจากใครทั้งสิ้น เพราะยังไม่ตอบตกลงในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง

แม่ของผู้เสียชีวิตยอมรับว่าตอนนั้นที่ตำรวจยื่นข้อเสนอให้ ตอนนั้นตนรู้สึกสงสารลูก และกังวลกลัวเขาจะไม่เข้าใจหาว่าเราต้องการเงิน แต่ต้องยอมรับว่าจากการที่ฟังตำรวจพูดทำให้เข้าใจได้ว่าลูกสาวเล่นยาจนเสียชีวิตจริง และหากขึ้นศาลตนเข้าใจว่าตำรวจจะเขียนในสำนวนคดีว่ายาเสพติดเป็นของลูกสาว รวมทั้งสิ่งที่ตำรวจพูดทำให้ตนไม่อยากสู้คดีต่อ คิดว่าสู้ไปก็แพ้อย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้จะลุกขึ้นสู้อย่างเต็มที่ เนื่องจากตอนนี้มีเพื่อนของลูกสาวส่งข้อมูลและหลักฐานมาเป็นจำนวนมาก ส่วนเรื่องเงินไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ และไม่เคยตกลงข้อเสนอจากใครที่มีการหยิบยื่นเงินให้ ตอนนั้นยังเชื่อมั่นในตำรวจในนี้ว่าจะสามารถทำคดีให้กระจ่างได้

ส่วนหลังจากนี้จะมีการแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่กล่าวหาว่าลูกสาวเสพยาเสพติดหรือไม่นั้น พี่สาวของผู้เสียชีวิตระบุว่าขอพิจารณาในภายหลัง ตอนนี้ขอดำเนินการเรื่องการเสียชีวิตของน้องสาวก่อน

แม่ของผู้เสียชีวิตยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีนายตำรวจมาบอกกับทางครอบครัวว่าไม่ให้ข่าวกับสื่อมวลชน แต่เป็นการพูดลักษณะปกติ ไม่ใช่การข่มขู่แต่อย่างใด แต่พอตนเองเห็นพยานหลักฐานและได้รับข้อมูลจากเพื่อนลูกสาว คิดว่ายังไงก็พร้อมที่จะเป็นข่าว เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกสาว ซึ่งพี่สาวได้ย้ำกับผู้สื่อข่าวว่าเชื่อมั่นว่าสื่อมวลชนจะเป็นที่พึ่งได้

ขณะที่ น.ส.อัน พี่สาวของผู้เสียชีวิต บอกว่า ทราบข่าวน้องสาวเสียชีวิตจากตำรวจ แต่ตัวผู้ก่อเหตุหนีไปแล้วก่อนกู้ภัยจะมาถึง โดยผลชันสูตรไม่พบบาดแผลตามเนื้อตัวหรือร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย พร้อมเปิดเผยว่า น้องสาวเคยทำงานประจำอยู่ที่คลังชอปปิ้งออนไลน์แห่งหนึ่ง ก่อนเปลี่ยนมาเป็นพาร์ตไทม์ เพิ่งมาทราบว่าน้องรับงานเอ็นฯ ในวันที่ตำรวจโทรมาแจ้งเหตุ ส่วนตัวเชื่อว่าน้องสาวเพิ่งรับงานเอ็นฯ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก เพราะก่อนหน้าเคยอยู่กับน้อง น้องไม่มีท่าทีว่าจะติดยาหรือรับงานเอ็นฯ มาก่อน ด้านแฟนน้องก็ไม่ทราบว่าน้องรับงานเอ็นฯ เช่นกัน ส่วนปัญหาด้านการเงิน น้องเคยมาบ่นให้ฟังอยู่บ้าง แต่ก็หามาได้ตลอด.-418-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...