โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทวี-DSI เปิดหลักฐาน 3นอมินีไทย ผู้ถือหุ้นอำพราง บ.ไชน่า เรลเวย์ฯ

Khaosod

อัพเดต 04 เม.ย. 2568 เวลา 08.06 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2568 เวลา 07.18 น.

ทวี DSI ประชุมคดีนอมินี บ.ไชน่า เรลเวย์ฯ ปมตึก สตง.ถล่มเซ่น มีการใช้ 3 คนไทยเป็นนอมินีช่วยอำพรางถือหุ้นตั้งแต่วันก่อตั้งบริษัท

เมื่อเวลา 09.00 น วันที่ 4 เม.ย. 2568 ที่ ห้องประชุม ชั้น 1 อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ การประชุมคดีพิเศษที่ 32/2568 ครั้งที่ 1 เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการสอบสวน โดยการประชุมครั้งนี้มี 3 ระเบียบวาระ ประกอบด้วย วาระที่ 1 เรื่องประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ วาระที่ 2 เรื่องเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการสอบสวนคดีพิเศษตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และวาระ 3 เรื่องอื่น (ถ้ามี)

โดยในการประชุม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้เดินทางมาเป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ รวมทั้งสิ้น 36 ราย นำโดย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค พ.ต.ท.อมร หงษ์ศรีทอง ผอ.กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ในฐานะรองหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ร่วมกันประชุมคดีพิเศษดังกล่าว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวในที่ประชุม ว่า กรณีเหตุการณ์อาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (อาคาร สตง.) เกิดถล่มลงมา แล้วมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และขณะนี้ก็ยังมีผู้สูญหายจำนวนมาก ซึ่งตัวเลขวานนี้ (3 เม.ย.) ปรากฏยอดผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย มีจำนวนผู้ประสบภัย รวม 103 ราย เรื่องนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งพื้นที่ประเทศไทยมี 320 ล้านไร่ แต่เรากลับต้องโฟกัสพื้นที่ภายในอาคาร สตง. ประมาณ 11 ไร่

ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องรวบรวมพยานหลักฐานและพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร และเมื่อได้สาเหตุแท้จริงแล้ว ก็จะดูต่อได้ว่ามันมีการกระทำผิดกฎหมายอะไรบ้าง โดยปกติแล้วพนักงานสอบสวนจะทำงานเกี่ยวข้องอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.พยานบุคคล 2.พยานเอกสาร และ 3.พยานวัตถุ

ทั้งนี้ ด้วยความที่ไม่ได้มีใครเก่งไปทั้งหมด จึงต้องใช้พยานผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ประการทั้งหมดนี้มันก็เป็นโชคดีปนโชคร้ายของประเทศไทย เรามีหลักการและกฎหมายที่ดีจำนวนมาก แต่กฎหมายที่ดีก็มีจำนวนฟุ่มเฟือย และที่สำคัญ กฎหมายมาแบ่งเป็นอาณานิคมของกฎหมายใครกฎหมายมัน

ดังนั้น เวลาเกิดเหตุขึ้นมา จึงทำให้แม้แต่เรื่องอุบัติเหตุอุบัติภัย ซึ่งพอเหตุอุบัติภัยมีการข้ามพื้นที่ ข้ามประเทศ การบริหารจัดการจึงมีความยาก และทุกหน่วยงานก็มีอาณานิคมของตัวเอง การทำงานของพนักงานสอบสวนในวันนี้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย

นอกจากนี้ภายหลังจากที่อธิบดีดีเอสไอได้รับคดีนอมินีเป็นคดีพิเศษ โดยเฉพาะประเด็น 3 กรรมการผู้ถือหุ้นชาวไทยในบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ ได้แก่ นายโสภณ(สงวนนามสกุล) ถือหุ้น 40.7997% นายประจวบ (สงวนนามสกุล) ถือหุ้น 10.2% และ นายมานัส (สงวนนามสกุล) ถือหุ้น 0.0003% ปรากฏว่าได้มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอลงพื้นที่ติดตามตัวกรรมการคนไทยบางรายไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมเรียกสอบสวนปากคำตามขั้นตอน

ต่อมาเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ทวี พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา ร.ต.อ.สุรวุฒิ พ.ต.ต.วรณัน และ น.ส.กนกไรวินท์ ร่วมกันแถลงผลการประชุมคดีนอมินี บ.ไชน่า เรลเวย์ฯ เบื้องต้น

พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการประชุมของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 32/2568 ตนในฐานะผู้อำนวยความยุติธรรมจึงมารับฟังข้อมูลและอยากให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมคณะทำงาน ได้รับทราบว่าคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนและต้องการความยุติธรรม ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะอ้างว่าแผ่นดินไหวแต่บนพื้นที่ 320 ล้านไร่ในประเทศไทย พบว่าเกิดขึ้นเพียงที่ดินก่อสร้างอาคารสำนักงานผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ พื้นที่เพียง 11 ไร่เท่านั้น

ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย และมีผู้ประสบเหตุ จำนวน 103 ราย ซึ่งต้องเร่งให้การช่วยเหลือ ถ้ายังมีชีวิตอยู่แม้จะมีหนทางไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม แนวทางการสอบสวนของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจำเป็นจะต้องมีพยานหลักฐาน และพยานบุคคลที่มีชีวิตอยู่ก็ต้องไปสอบสวน

รวมถึงพยานวัตถุว่าอะไรเป็นสาเหตุของอาคารถล่มจนมีผู้เสียชีวิต หากปล่อยให้อาคารชำรุดไปเลยก็จะโยนความผิดเพราะหาหลักฐานไม่ได้ และวัสดุอุปกรณ์เป็นยี่ห้อใดถือเป็นพยานวัตถุต้องประสานผู้รับผิดชอบ และอยากให้ผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสอบถือเป็นพยานหลักฐานที่สำคัญ ที่สำคัญอย่าเข้าไปเป็นอุปสรรค เราต้องเชื่อว่าบุคคลสูญหายยังมีชีวิตอยู่ การอยู่รอดชีวิตถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

ทั้งนี้ ดีเอสไอมีการแต่งตั้งบุคคลที่มีประสิทธิภาพในหลายๆ เรื่อง เช่น คนที่ควบคุมการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและการประกอบธุรกิจบุคคลต่างด้าว คือ กระทรวงพาณิชย์ แต่พอเป็นกิจการร่วมค้า กระทรวงพาณิชย์ กลับไม่มีทะเบียนอ้างว่าไม่ใช่เป็นนิติบุคคลตามกฏหมายแพ่ง และหน่วยงานที่มารับผิดชอบมาเป็นกรมสรรพากรเพราะต้องมีการมาเสียภาษี ซึ่งไม่มีหน่วยงานโดยตรงที่รับผิดชอบเรื่องทะเบียนตรงนี้ จึงอยากให้ดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบ

พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยอีกว่า ส่วนการจดทะเบียนกิจการร่วมค้า บริษัทต่างชาติไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว ต้องมีคนไทยร่วมถือหุ้นร้อยละ 51 และคนต่างด้าวร้อยละ 49 จึงอยากให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษไปตรวจสอบด้วยเพราะต้องตอบคำถามสังคมได้ ส่วนพบมี 11 บริษัทที่เป็นคนไทย ได้งานมาทั้งหมด 29 โครงการได้อย่างไร จึงจำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบเพราะอาจจะมีโครงการจำนวนมากกว่านี้ สำหรับผู้ที่ประกอบธุรกิจประเภทนี้อาจต้องการผลประโยชน์ ควรดูว่าจะเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินหรือไม่ แต่ถ้าพบความผิดการทุจริตในเนื้องานจะส่งต่อ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ

พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า นอกจากความผิดคดีนอมินีที่ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ ก็ยังมีความผิดอื่นพิจารณาควบคู่ไปด้วย คือ ความผิดว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) ซึ่งความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (นอมินี) โดยจะต้องดูว่าในส่วนคนไทยที่ไปถือหุ้นนั้น ต้องพิสูจน์ว่าเป็นการถือหุ้นโดยอำพรางหรือไม่

ทั้งนี้ จากรายงานการตรวจสอบเบื้องต้น พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการไปตรวจสอบยังบ้านพักของนายประจวบ ที่ อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด แต่ไม่พบตัว พบเพียงภรรยา ซึ่งให้ข้อมูลว่า นายประจวบมีรายได้น้อยมาก ทำงานรับจ้างเกี่ยวกับการก่อสร้าง ได้เงินเดือนประมาณหมื่นกว่าบาทเท่านั้น

อีกทั้งนายประจวบกลับมาถึงบ้านก็ไม่ได้พูดคุยถึงเรื่องตึก สตง. ถล่มให้ฟังว่าเกี่ยวข้องกับตนเองอย่างไร ก่อนออกจากบ้านไปแล้ว 2-3 วันโดยไม่ได้แจ้งภรรยาว่าออกไปที่ไหนอย่างไร ซึ่งเราดูแนวโน้มเบื้องต้น มันไม่สอดคล้องกับการที่เขาไปถือหุ้นในนิติบุคคลหลาย ๆ แห่ง นี่จึงเป็นสิ่งบ่งชี้ที่น่าเชื่อได้ว่าเป็นการถือหุ้นอำพราง หรือนอมินี นอกจากนี้ ในกรณีกรรมการผู้ถือหุ้นชาวไทยอีก 2 รายที่เหลือ คือ นายโสภณและนายมานัส เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวเช่นเดียวกัน

พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยอีกว่า คณะพนักงานสอบสวนยังได้มีการจัดทำโครงสร้างรายชื่อกิจการร่วมค้าที่ บ.ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้มีการไปเข้าร่วมกับนิติบุคคลหลายแห่ง แต่ในช่วงแรกเราจะโฟกัสไปที่กิจการร่วมค้าที่ไปร่วมกับ บ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ชนะในการแข่งขันราคาในกรณีการก่อสร้างตึก สตง. ส่วนนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยอีกว่า ส่วนสัญญาที่บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมค้าและได้รับงานจากภาครัฐ ตั้งแต่ปี 2562 - 2567 จำนวน 29 สัญญา คณะพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบเช่นเดียวกัน เพราะตอนนี้เรายังโฟกัสที่คดีนอมินีเป็นหลักก่อน นอกจากนี้ หากย้อนไปดูในส่วนของ 11 รายชื่อกิจการร่วมค้าของ บ.ไชน่า เรลเวย์ฯ จะพบว่าหลายที่ก็ยังไม่ได้เกิดเหตุใด ๆ ยังปกติอยู่ ดังนั้น เราจึงไปดูในส่วนของ “กิจการร่วมค้า ไอทีดี ซีอาร์อีซี“ เป็นหลักก่อน

เมื่อถามว่าเวลาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสถานที่แห่งใดจะพบว่าเอกสารล่องหนหายไป หรือมีการขนย้ายเอกสาร ประชาชนจึงหวั่นใจว่าจะสามารถได้เอกสารหลักฐานที่จะใช้พิจารณาดำเนินคดีกับกลุ่มคนเหล่านี้อย่างไรบ้าง พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ตอนนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการอย่างเร็วที่สุด เพราะเราก็มีอำนาจในการที่จะประสานติดตามพยานหลักฐานต่าง ๆ โดยเรามั่นใจว่าจะได้เอกสารสำคัญมาแน่นอน ส่วนกรณีที่มีรายงานข้อมูลว่าบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ เข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทธุรกิจยางแห่งหนึ่งนั้น ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่มีข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด (Xin Ke Yuan Co., Ltd.) นั้น ดีเอสไอจะตรวจสอบถึงประเด็นที่เขาเป็นผู้จำหน่ายเหล็กให้กับบริษัทที่เกิดเหตุ เนื่องจากทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ไปตรวจสอบแล้วพบว่ามีสินค้าบางรายการที่ไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ส่วนเรื่องฝุ่นแดงของเหล็ก ทราบว่าเป็นความผิดเกี่ยวกับการออกใบกำกับภาษีปลอม และเป็นเรื่องของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเอสไออาจต้องไปดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทวี-DSI เปิดหลักฐาน 3นอมินีไทย ผู้ถือหุ้นอำพราง บ.ไชน่า เรลเวย์ฯ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...