โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บลจ.กสิกรไทย ชู 3 กลยุทธ์สู่ Trusted Asset Manager ผู้นำด้านกองทุนที่ผู้ลงทุนไทยไว้วางใจอันดับ1 สานต่อการเติบโตสู่ AUM 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2027

Wealthy Thai

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2568 เวลา 02.55 น.

โดย: บลจ.กสิกรไทย

รู้หรือไม่?บลจ.กสิกรไทยเป็นหนึ่งในบลจ.ที่มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การจัดการ (AUM) มากกว่า “ล้านล้านบาท” ของอุตสาหกรรมกองทุนไทย สิ้นปี 2024 มี AUM ทั้งสิ้นกว่า 1.61 ล้านล้านบาท
ที่สำคัญยังติด Top 3” ในทุกกลุ่มธุรกิจ แบ่งเป็นธุรกิจกองทุนรวม 1.19ล้านล้านบาท ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 2.46แสนล้านบาท และธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล 1.72แสนล้านบาท (ที่มา: AIMC,ณ 31 ธ.ค. 67)
ในปี 2024 ถือเป็นอีกปีที่ตอกย้ำถึงความเป็น “ผู้นำ” ในธุรกิจกองทุนของบลจ.กสิกรไทยได้เป็นอย่างดี โดยมี AUM เพิ่มขึ้นกว่า 1.6 แสนล้านบาท มากเป็นอันดับ1 ของอุตสาหกรรม (ไม่นับรวมกองทุนวายุภักษ์) มีส่วนแบ่งการตลาดกองทุนรวมเป็นอันดับ1
มีจำนวนผู้ลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัลทั้ง K PLUS และ K-My Funds คิดเป็นสัดส่วน 89% จากจำนวนผู้ลงทุนทั้งหมด และสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ในทุกช่องทางรวมเป็นจำนวนกว่า 500,000 ราย (ที่มา: บลจ.กสิกรไทย, ณ 31 ธ.ค. 67)
และมีสัดส่วนของกองทุนที่ได้ 4 – 5 ดาว คิดเป็น 45% ของ AUM มากสุดในอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการกองทุน และความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี
ในปี 2025 นี้ บลจ.กสิกรไทยชู 3 กลยุทธ์ มุ่งสู่การเป็น Trusted Asset Manager ผู้นำด้านกองทุนที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ลงทุนไทยเป็นอันดับ 1
สานต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนสู่เป้าหมายระยะกลางสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ทะยานแตะระดับ 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2027

ชู 3 กลยุทธ์สู่ Trusted Asset Manager สานต่อการเติบโตสู่ AUM 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2027

โดย “วิน พรหมแพทย์” ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย บอกว่า เพื่อมุ่งสู่การเป็น Trusted Asset Manager ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านกองทุนที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ลงทุนไทยเป็นอันดับ 1 เราต้องดูแลผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายของบริษัท ผ่าน 3 กลยุทธ์หลักที่สำคัญ ได้แก่ 1) Enhance Customer Experience ยกระดับประสบการณ์ด้านการลงทุนผ่านแนวทางการบริหารพอร์ตแบบ Core & Satellite Portfolio พร้อมอัปเดตสถานการณ์การลงทุน มีข้อมูลเชิงลึกให้กับลูกค้า เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ 2) Collaboration with Distributors & Partners เสริมแกร่งความร่วมมือผ่านธนาคารกสิกรไทย และตัวแทนผู้สนับสนุนการขายสร้างความเชื่อมั่นให้ด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนและทันเหตุการณ์ เกิดอะไรขึ้น กระทบการลงทุนยังไง ควรทำยังไง เพื่อขยายฐานลูกค้า พร้อมผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจระดับโลกทั้ง J.P. Morgan Asset Management และ Lombard Odier เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ๆ
และ 3) Productivity Enhancement การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยทั้งAI และ Robotic Process Automation (RPA) มาปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถใช้คนเท่าเดิมเพื่อสร้างการเติบโตที่เพิ่มขึ้นได้

(วิน พรหมแพทย์)

“ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย มองการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ตั้งเป้าหมายระยะกลางที่จะเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ให้แตะระดับ 2 ล้านล้านบาท ภายใน 3 ปี (2025 - 2027)”

ชูกลยุทธ์ Core & Satellite Portfolio รับมือตลาดผันผวน-สร้างผลตอบแทนที่มีเสถียรภาพ

สำหรับการลงทุนในปี 2025 นั้น ยังคงอยู่ใน 4 เรื่องหลักๆ ได้แก่ 1) เศรษฐกิจสหรัฐที่ยังโตอยู่ แต่โตช้าลงไม่ติดลบ 2) ดอกเบี้ยขาลง ซึ่งส่งผลดีต่อหุ้น, ตราสารหนี้ และอสังหาริมทรัพย์/REIT ด้วยเช่นกัน 3) หุ้นเทคฯ ยังดีอยู่เพียงแต่อาจจะต้องสลับตัวเล่น และ 4) นโยบายของ Donald Trump ที่จะทำให้ตลาดผันผวนต่อเนื่อง
ประเมินสถานการณ์การลงทุนจากทั่วโลกยังคงมีความไม่แน่นอน ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์การลงทุนได้เป็นอย่างดี คือ การลงทุนแบบจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยง (Diversified) ช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา (2015 – 2024) ให้ผลตอบแทน 6.9% ต่อปี ในขณะที่ความเสี่ยงอยู่ที่ 11.7% ต่อปี ผลตอบแทนไม่ได้ดีสุด แต่ก็ไม่แย่สุด ช่วงตลาดดีก็ดีด้วย ช่วงตลาดแย่ ให้ลงน้อยกว่าตลาด ผลตอบแทนระยะยาวก็จะมีเสถียรภาพขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดในการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite Portfolio ของบริษัทเช่นกัน

จากสภาวะตลาดทั่วโลกที่ยังมีความผันผวน ผู้ลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงขาดทุนจากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียว อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในทุกสภาวะตลาดได้ โดยแนะนำให้ผู้ลงทุนแบ่งสัดส่วนการลงทุนออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1: Core Portfolio เน้นลงทุนเสริมพอร์ตให้เติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน โดยแนะนำกองทุน K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-WPULTIMATE ในสัดส่วนประมาณ 70-80% ของพอร์ต
ส่วนที่ 2: Satellite Portfolio เน้นลงทุนเพื่อโอกาสทำกำไรในระยะสั้น โดยแนะนำกองทุน K-GSELECT, K-USA, K-GTECH, K-VIETNAM, K-PROPI ในสัดส่วนประมาณ 20% ของพอร์ต
ส่วนที่ 3: Liquidity เน้นลงทุนเสริมสภาพคล่อง เพื่อโอกาสทำกำไรที่ได้มากกว่าเงินฝาก ในขณะเดียวกันยังสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายใน 1-2 วันทำการ โดยแนะนำกองทุน K-SF, K-SFPLUS, K-FIXED, K-FIXEDPLUSในสัดส่วนประมาณ 10% ของพอร์ต

ต่อยอดความสำเร็จการสร้าง Core Portfolio จากกองทุนรวม…สู่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ส่งผ่านการลงทุนเพื่อเกษียณสุขด้วย Life Path Solution

ในปี 2024 ที่ผ่านมา เราประสบความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าที่สร้างพอร์ตการลงทุนหลัก (Core Portfolio) เพิ่มขึ้นจาก 48,000ราย เป็น 100,000ราย หรือเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อ บลจ.กสิกรไทย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการกองทุนรวมได้เป็นอย่างดี ซึ่งสิ่งนี้เรายังจะทำต่อเนื่องในปีนี้ โดยแนะนำให้ลูกค้าแบ่งเงิน 100 บาท ลงทุนใน Core Portfolio 80 บาท ที่มีการกระจายสินทรัพย์ที่หลากหลายและมีการกระจายลงทุนทั่วโลก
ผ่านกองทุนในกลุ่ม K-WealthPLUS Series ที่สามารถใช้เป็น Core Port ตอบโจทย์ครบในกองทุนเดียว ไม่ต้องปวดหัวว่าจะลงทุนในสินทรัพย์อะไรดีในภาวะตลาดแต่ละช่วง เพราะมีทีมผู้จัดการกองทุนที่จะคอยดูแลบริหารจัดการให้อย่างเหมาะสม ที่สำคัญ มีให้เลือกตามระดับความเสี่ยงที่สามารถรับได้ทั้ง 1) K-WPBALANCED (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ), 2) K-WPSPEEDUP (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) และ 3) K-WPULTIMATE (เสี่ยงสูง)
“โดยแนวคิดในการสร้างพอร์ตการลงทุนหลัก (Core Port) นี้ ไม่เพียงจะขยายต่อเนื่องในส่วนของลูกค้ากองทุนรวมเท่านั้น ยังจะขยายไปสู่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วยเช่นกัน”
พร้อมกันนี้ ยังได้ใช้แนวคิดการลงทุนแบบ Life Path Solution หรือแผนสมดุลตามอายุ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายเกษียณสุขให้สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งไม่เพียงจะมีจุดเด่นในเรื่องของการกระจายการลงทุนเท่านั้น
“ยังมีการปรับสัดส่วนการลงทุนระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นและสินทรัพย์มั่นคงอย่างตราสารหนี้ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงในแต่ละช่วงอายุของสมาชิกให้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น ช่วงอายุน้อยมีเวลาลงทุนอีกมากก็ลงทุนในหุ้นเป็นสัดส่วนที่มาก แต่พอใกล้เกษียณก็ต้องลงความเสี่ยงลง เพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ขึ้นและลดการลงทุนในหุ้นลง เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้การลงทุนง่ายขึ้นในขณะที่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ เพราะการศึกษาต่างประเทศพบว่า หากให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนเองมักเลือกผิด จับจังหวะผิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนได้ แต่ Life Path Solution ผู้จัดการกองทุนจะดูแลปรับพอร์ตให้ตลอดระยะเวลาที่ลงทุน”
ทั้งหมดนี้ คือ ก้าวย่างที่สำคัญของ บลจ.กสิกรไทย ในปีที่ผ่านมา และที่กำลังจะก้าวไป เพื่อมุ่งสู่การเป็น Trusted Asset Managerผู้นำด้านกองทุนที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ลงทุนไทยเป็นอันดับ 1 ที่พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการด้านการลงทุนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและคู่ค้า โดยได้วางรากฐานทุกกระบวนการทำงานเพื่อสรรค์สร้างอนาคตการลงทุนอย่างยั่งยืนนั่นเอง
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

สนใจติดต่อ บลจ.กสิกรไทย KAsset Contact Center 0 2673 3888 www.kasikornasset.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...