โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทบทวนเรื่องราว ก่อนไปวิ่งหนีซอมบี้เชื้อราใน “The Last of Us ซีซั่น 2” เริ่มสตรีม 13 เมษายน นี้ !

LSA Thailand

อัพเดต 17 มี.ค. 2568 เวลา 12.04 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • Lifestyle Asia Thailand
The Last of Us ซีซัน 2

The Last of Us ซีรีส์สุดเข้มข้นจาก HBO Max (ปัจจุบันคือ Max) ปรับแปลงจากเกมดังในชื่อเดียวกัน กลายเป็นหนึ่งในซีรีส์เรือธงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2023 ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวสุดหฤโหดในโลกหลังไวรัสร้าย Cordyceps กลืนกินมนุษยชาติ พร้อมการแสดงอันทรงพลังของ โจเอล (Pedro Pascal) และ เอลลี่ (Bella Ramsey) ที่พาผู้ชมลงลึกถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างคนสองคนในโลกที่ไร้ความหวัง

Relate article

ส่องตัวอย่างภาพยนตร์ ซองแดงแต่งผี | The Red Envelope โดย ‘บิวกิ้น – พีพี กฤษฏ์’ ได้ดู 20 มีนาฯ นี้

หนังเข้าใหม่ น่าดู ประจำเดือนมีนาคม 2025

เรื่องราวใน The Last of Us ซีซั่น 2 จะดำเนินต่อไป 5 ปีหลังจากเหตุการณ์ในซีซั่นแรก โดยจะเน้นไปที่ความขัดแย้งระหว่าง Joel และ Ellie ในโลกที่อันตรายยิ่งขึ้น เนื้อเรื่องดัดแปลงจากเกม The Last of Us Part II ซึ่งเปิดตัวในปี 2020 และอาจใช้หลายซีซั่นเพื่อเล่าเรื่องทั้งหมด (นั่นหมายถึงน่าจะมีซีซั่น 3 แน่ ๆ) ตามคำให้สัมภาษณ์ของผู้สร้าง Craig Mazin และ Neil Druckmann ที่ยืนยันว่าเนื้อหาจากเกมมีมากเกินกว่าจะใส่ในซีซั่นเดียว

@streamonmaxth

คุณหยุดสิ่งนี้ไม่ได้หรอก #TheLastOfUs กลับมา 14 เมษายนนี้ ที่ Max #MaxAsia

♬ original sound – Max Thailand – Max Thailand

เรื่องย่อและธีมหลัก

ซีซั่นนี้จะเล่าถึง Joel (รับบทโดย Pedro Pascal) และ Ellie (รับบทโดย Bella Ramsey) ที่อาศัยอยู่ในชุมชนของ Tommy ในมอนแทนา หลังจาก 5 ปีของความสงบ แต่ความสงบนี้ถูกทำลายเมื่ออดีตของทั้งสองตามหลอกหลอน ทำให้ทั้งสองต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอก โลกในซีซั่นนี้จะอันตรายยิ่งขึ้น โดยมีศัตรูทั้งมนุษย์และสิ่งมีชีวิตติดเชื้อที่พัฒนาขึ้น

ธีมหลักของซีซั่นนี้รวมถึงการแก้แค้น การแบ่งฝักฝ่าย และผลกระทบของการสูญเสียคนที่รัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเน้นไปที่มุมมองของตัวละครใหม่ เช่น Abby ซึ่งเป็นทหารที่มีมุมมองโลกแบบขาว-ดำ และต้องเผชิญกับความท้าทายเมื่อต้องแสวงหาความยุติธรรมสำหรับคนที่เธอรัก โดยมีเนื้อหาที่มีความซับซ้อนและดราม่ามากขึ้น รวมถึงการเผชิญหน้ากับกลุ่มศัตรูใหม่ๆ เช่น กลุ่ม WLF และกลุ่มศาสนา

เรื่องราวในซีซั่น 1

Photo Credit: Courtesy of Max
Photo Credit: Courtesy of Max
Photo Credit: Courtesy of Max
Photo Credit: Courtesy of Max

EP 1: “When You’re Lost in the Darkness”
เรื่องเริ่มในปี 2003 เมื่อไวรัส Cordyceps ระบาดรุนแรงในสหรัฐฯ ส่งผลให้มนุษย์ติดเชื้อกลายเป็นซอมบี้ดุร้าย โจเอล (Pedro Pascal) พนักงานก่อสร้างในเท็กซัส พยายามพาลูกสาววัยรุ่น ซาราห์ หนีออกจากเมืองท่ามกลางความโกลาหล แต่ท้ายที่สุด ซาราห์ถูกทหารยิงเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาเขา จากนั้นเรื่องกระโดดมาที่ปี 2023 โจเอลใช้ชีวิตใน “เขตกักกัน” ของรัฐบาลที่ปกครองด้วยระเบียบเหล็ก ทำงานรับจ้างขนของผิดกฎหมายร่วมกับ เทสส์ (Anna Torv) จนวันหนึ่ง ทั้งคู่ถูกว่าจ้างโดย Fireflies กลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาล ให้พาตัว เอลลี่ (Bella Ramsey) เด็กสาววัย 14 ที่มีภูมิคุ้มกันไวรัส ไปส่งให้นักวิทยาศาสตร์นอกเมือง เพื่อพัฒนาวัคซีนช่วยมนุษยชาติ

EP 2: “Infected”
โจเอล เอลลี่ และเทสส์ เดินทางผ่านเมืองบอสตันที่รกร้าง เผชิญกับ คลิกเกอร์ (มนุษย์ติดเชื้อระยะสุดท้ายที่มีร่างผุพังและสร้างสปอร์แพร่เชื้อ) ระหว่างทาง เทสส์เปิดเผยว่าเธอถูกคลิกเกอร์กัดและจะกลายพันธุ์ในไม่ช้า เธอเสียสละตัวเองโดยยืนหยัดสู้กับทหารรัฐบาลเพื่อให้โจเอลพาเอลลี่หนีไปได้สำเร็จ พร้อมกับฝากคำพูดสำคัญว่า “ดูแลเธอให้ดี” ซึ่งสะท้อนถึงจุดเริ่มต้นของพันธะระหว่างโจเอลกับเอลลี่

EP 3: “Long Long Time”
ตอนที่ถูกยกย่องว่า “สมบูรณ์แบบที่สุด” ของซีซั่นนี้ กลับไปเล่าชีวิตของ บิลล์ (Nick Offerman) ชายหยิ่งทะนงที่สร้างฐานที่มั่นในเมืองร้างด้วยกับดักและอาวุธ จนวันหนึ่งเขาได้พบ แฟรงค์ (Murray Bartlett) ชายหนุ่มที่หลงเข้ามาในเขตหวงห้าม ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆ เปลี่ยนจากความระแวงเป็นมิตรภาพ และพัฒนาสู่ความรัก พวกเขาสร้างชีวิตเล็กๆ ในบ้านหลังงาม ท่ามกลางโลกที่ล่มสลาย ก่อนจะจบลงด้วยการจากไปด้วยกันอย่างสงบ ภายใต้เมฆสีชมพูของดอกไม้ที่แฟรงค์ปลูกไว้ ตอนนี้ไม่เพียงเติมเต็มโลกหลังวิกฤต แต่ยังเปรียบเสมือนกระจกสะท้อน “ความหวัง” ที่โจเอลกับเอลลี่อาจมีได้

EP 4: “Please Hold to My Hand”
โจเอลและเอลลี่พบกับ เฮนรี่ (Lamar Johnson) และ แซม (Keivonn Woodard) สองพี่น้องที่ร่วมทางไปด้วยกัน เฮนรี่พยายามปกป้องแซม เด็กหนุ่มหูหนวกที่เชื่อว่าเอลลี่คือ “ฮีโร่” ผู้มีภูมิคุ้มกัน แต่เมื่อแซมถูกกัดโดยคลิกเกอร์และซ่อนอาการไว้ เขาก็ค่อยๆ กลายพันธุ์ในคืนนั้น ส่งผลให้เฮนรี่ตัดสินใจยิงน้องชายก่อนฆ่าตัวตายตาม เหตุการณ์นี้ตอกย้ำให้โจเอลตระหนักว่า การดูแลเอลลี่อาจนำความเจ็บปวดมาสู่เขาอีกครั้ง

EP 5: “Endure and Survive”
กลุ่มของโจเอลและเอลลี่เดินทางถึงแคนซัสซิตี้ เผชิญกับ แคธลีน (Melanie Lynskey) หัวหน้ากลุ่มกบฏที่คลั่งแค้น Fireflies เนื่องจากเชื่อว่าพวกเขาทิ้งให้ชุมชนของเธอถูกบุคคลที่ติดเชื้อโจมตี ความบ้าคลั่งของแคธลีนนำไปสู่การต่อสู้ครั้งใหญ่ จนเธอเสียชีวิตภายใต้กลุ่มคลิกเกอร์ที่ทะลักเข้ามาในเมือง ส่วนโจเอลกับเอลลี่รอดมาได้ด้วยการหนีลงท่อระบายน้ำ

EP 6: “Kin”
โจเอลและเอลลี่เดินทางถึงมหาวิทยาลัยในโคโลราโด ที่ซึ่ง Fireflies ควรจะอยู่ แต่กลับพบว่าฐานถูกทิ้งร้างและมีเพียงบันทึกบอกให้ไปที่ห้องทดลองในยูทาห์ ระหว่างค้นหาแผนที่ โจเอลถูกทหารเฝ้าฐานแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส เอลลี่ต้องรับหน้าที่ดูแลเขา ทั้งคู่หลบหนีไปยังบ้านร้างในป่า ที่นั่น เอลลี่ใช้ทักษะการล่าสัตว์และเอาตัวรอดเพื่อหาอาหารและยามารักษาโจเอล ช่วงเวลานี้ทำให้ทั้งสองใกล้ชิดกันแบบ พ่อ-ลูก เป็นครั้งแรก

EP 7: “Left Behind”
ตอนนี้สลับไปเล่าเหตุการณ์ในอดีตของเอลลี่ หลังถูกกัดและถูกกักตัวที่โรงเรียนทหาร เธอได้พบ ไรลีย์ (Storm Reid) เพื่อนสนิทที่หายไปนาน ทั้งสองออกสำรวจห้างร้างและใช้เวลาด้วยกันอย่างสุขสดชื่น ก่อนจะเผชิญหน้ากับคลิกเกอร์ในที่สุด ไรลีย์ถูกกัด และเอลลี่ตัดสินใจอยู่กับเธอจนสุดท้าย ก่อนพบว่าตัวเองมีภูมิคุ้มกัน เหตุการณ์นี้ช่วยอธิบาย ความกลัวการถูกทอดทิ้ง ของเอลลี่ และทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าทำไมเธอถึงยึดติดกับโจเอล

EP 8: “When We Are in Need”
เอลลี่ถูกจับโดย เดวิด (Scott Shepherd) หัวหน้ากลุ่มคนที่หันมากินเนื้อมนุษย์เพื่อความอยู่รอด เดวิดพยายามโน้มน้าวให้เธอเข้าร่วมกลุ่ม แต่เอลลี่ต่อต้านจนถูกขังไว้ เธอใช้สติและความปราดเปรื่องต่อสู้กับเดวิด ก่อนโจเอลจะตามมาช่วยไว้ทัน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เผยให้เห็น ด้านมืด ของเอลลี่ เมื่อเธอใช้มีดฟันแทงเดวิดซ้ำๆ อย่างเลือดเย็น ราวกับสะท้อนว่าโลกนี้ได้พรากความไร้เดียงสาของเด็กสาวไปแล้ว

EP 9: “Look for the Light”
โจเอลพาเอลลี่ไปถึงฐาน Fireflies ในยูทาห์ แต่พบว่าการสร้างวัคซีนต้อง สกัดสมองของเอลลี่ (ซึ่งหมายถึงการเสียชีวิต) เขาตัดสินใจลอบสังหารแพทย์และล้างบางทุกคนในฐาน เพื่อพาเธอหนีออกมา พร้อมกับโกหกว่า Fireflies ยอมแพ้แล้ว และมีคนแบบเธอ “อีกมากมาย” เอลลี่ที่เริ่มสงสัยในคำพูดของเขา ทิ้งท้ายด้วยการให้โจเอล “สาบาน” ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริง และแม้เขาจะตอบรับ แต่สายตาของทั้งคู่ก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่รู้ว่า ความจริงอาจทำลายทุกสิ่ง

EP สุดท้ายจบยังไง?

โจเอลเลือกช่วยเอลลี่ แม้ต้องสังหารผู้คนนับสิบและทำลายโอกาสรักษามนุษยชาติ เขาโกหกเธอว่า Fireflies ยอมแพ้แล้ว และไม่มีวิธีรักษา เอลลี่ซึ่งเริ่มสงสัยในคำพูดของเขา ทิ้งท้ายด้วยคำถาม “สาบานกับฉันว่าทุกอย่างที่คุณพูดคือความจริง” โจเอลตอบ “ฉันสาบาน !” ด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แต่สายตาเอลลี่สะท้อนถึงความไม่เชื่อใจ

แต่ละตอนถูกออกแบบมาให้สะท้อน ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนไป ระหว่างโจเอลกับเอลลี่ ตั้งแต่คนแปลกหน้าที่ไม่ไว้ใจกัน จนกลายเป็นครอบครัวที่พร้อมฆ่าเพื่อปกป้องกัน และปูทางไปสู่ปมขัดแย้งใน The Last of Us ซีซั่น 2 ที่จะตามมา!

Photo Credit: Courtesy of Max
Photo Credit: Courtesy of Max
Photo Credit: Courtesy of Max
Photo Credit: Courtesy of Max

ความคาดหวังซีซั่น 2

  • ปรับจากเกม Part II

  • ซีซั่น 2 จะเดินตามเนื้อหาเกมภาคสองที่โฟกัส ความแค้น ของ แอบบี้ ลูกสาวผู้นำ Fireflies ที่โจเอลฆ่าในซีซั่น 1

  • เรื่องราวจะขมขื่นขึ้นด้วยวงจรความรุนแรง และมุมมองของทั้งเอลลี่-แอบบี้

  • การขยายเนื้อหาใหม่

  • อาจเจาะลึกเบื้องหลังตัวละครใหม่ เช่น ดีน่า แฟนหนุ่มของเอลลี่ หรือ เลฟ เด็กติดเชื้อที่แอบบี้ช่วยไว้

  • ความท้าทายในการถ่ายทอด

  • เกม Part II เคยถูกวิจารณ์หนักจากแฟนๆ บางส่วน ซีรีส์ต้องจัดการให้การแก้แค้นของเอลลี่ ไปในแบบที่ “เข้าใจได้” แต่ไม่ตัดสินถูกผิด

Photo Credit: Courtesy of Max
Photo Credit: Courtesy of Max
Photo Credit: Courtesy of Max
Photo Credit: Courtesy of Max
Photo Credit: Courtesy of Max

ซีซั่น 1 สร้างความสมจริงทั้งด้านอารมณ์และแอ็กชัน ผ่านความสัมพันธ์โจเอล-เอลลี่ ที่เปลี่ยนจาก “ภารกิจ” เป็น “ครอบครัว” แต่ปมขัดแย้งตอนจบคือเชื้อไฟให้ซีซั่น 2 ที่คาดว่าจะเข้มข้นด้วยความมืดมน การสูญเสีย และคำถามว่า “ความรักสามารถ ทดแทนความโหดร้ายได้หรือไม่?” เตรียมใจรับ The Last of Us ซีซั่น 2 ที่จะพาผู้ชมตะลุย แดนสนธยาแห่งศีลธรรม ในวันที่ 13 เมษายน นี้ ! พร้อมกัน อย่าลืมมารีวิวแลกเปลี่ยนกันด้วยนะ

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Main, Hero and Featured images: Courtesy of Max

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...