โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

OSP ผลงานแย่กว่าคาด! งบปี 67 กำไรสุทธิทรุดหนัก 31% โบรกฯ แนะ “ขาย” ให้เป้าเพียง 13 บาท

Share2Trade

อัพเดต 27 ก.พ. 2568 เวลา 02.59 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2568 เวลา 02.59 น. • Share2Trade

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯถึงกำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 1,638 ล้านบาท ลดลง 31.8% จากปีก่อน หากจากการปรับโครงสร้างธุรกิจผ่านการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก และรับรู้ผลขาดทุนสุทธิรวมเป็นจำนวน 1,400 ล้านบาท โดยประกอบด้วยการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัท Basecamp Brews Limited

OSP ผลงานแย่กว่าคาด!_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

และการตั้งสำรองเงินให้กู้ยืมของบริษัท อินโนเวชั่น ออฟ เอ็กซ์พีเรียนซ์จํากัด (“iEX”) ในไตรมาส 2 และ การตัดจำหน่ายหนี้สูญและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายขวดแก้วในประเทศเมียนมาร์และการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในไตรมาส 3 รวมถึงขาดทุนสุทธิจากการแปลงค่างบการเงินหลังจากเลิกกิจการ Shark AG และ Osotspa Europe Limited จากผลต่างของอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 4

สำหรับปี 2567 ภาพรวมตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังเติบโต 6.1% จากปีก่อน ซึ่งโอสถสภายังเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งการตลาด 45.8% ลดลง 0.8%จากปีก่อน ทั้งนี้ โอสถสภามุ่งเน้นกลยุทธ์กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อผลักดันการเติบโตของส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่องผ่านผลิตภัณฑ์นวัตกรรม กิจกรรมการตลาดที่สร้างความแตกต่าง และการทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพในเครือข่ายการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง

ในขณะที่ภาพรวมตลาดเครื่องดื่ม Functional Drinks หดตัว 0.4% จากปีก่อน โดยโอสถสภาครองอันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่งการตลาด 44.3% เติบโต 2.7% จากปีก่อน จากทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มซี-วิทที่เติบโตต่อเนื่อง และมีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มวิตามินซีอยู่ที่ 74.5% เติบโต 5.8% จากปีก่อน และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเปปทีนที่เพิ่มส่วนแบ่งการตลาด 0.9% จากปีก่อน หลังจากนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณประโยชน์ใหม่ ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่กว้างขึ้น

นอกจากนี้ตลาดผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลอย่างผลิตภัณฑ์สบู่เหลวอาบน้ำและแป้งสำหรับเด็ก รวมถึงผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายเติบโตอยู่ที่4 – 9% จากปีก่อนโดยโอสถสภามีส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งในผลิตภัณฑ์สบู่เหลวสำหรับเด็ก และมีส่วนแบ่งการตลาดเติบโตทั้งในผลิตภัณฑ์แป้งสำหรับเด็กและผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายสำหรับผู้ชายจากการสื่อสารกับผู้บริโภคมากขึ้น

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “ขาย” ราคาเป้าหมาย 13 บาท เนื่องจากกำไรไตรมาส 4/67 ที่ออกมาอ่อนต่ำกว่าคาด โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 567 ล้านบาท หากไม่รวมค่าใช้จ่ายจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ กำไรปกติอยู่ที่ 615 ลบ. เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันด้วยฐานที่ต่ำ แต่ลดลง 9% จากไตรมาสก่อน

โดยกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศเป็นกลุ่มที่อ่อนแอที่สุด ลดลง 9%จากช่วงเดียวกัน เนื่องจากการสูญเสียส่วนแบ่งตลาด ขณะที่การส่งออกไปยังเมียนมาร์เติบโต 40% จากช่วงเดียวกันโดยได้รับแรงผลักดันจากส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุนจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ EBIT margin อยู่ที่ 10% เพิ่มขึ้นจากฐานต่ำที่ 8% เมื่อปีที่แล้ว และคงที่จากไตรมาสก่อนหน้า

ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ “ถือ” รอการฟื้นตัวของ market share ที่ชัดเจนหลังปรับกลยุทธ์ใหม่ แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 15.50 เพื่อสะท้อนการเติบโตของกำไรที่ชะลอและตลาดแข่งขันสูง โดยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 2,888 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...