โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Bumrungrad International

อัพเดต 29 พ.ค. 2568 เวลา 08.35 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2568 เวลา 02.54 น.

โรคคอตีบ โรคบาดทะยัก โรคไอกรน คือ

  • โรคคอตีบ (Diphtheria, D) เกิดจากพิษของเชื้อคอตีบที่ทำให้มีการอักเสบในลำคออย่างรุนแรง จนอาจทำให้หายใจไม่ได้ และอาจทำให้หัวใจวายหรือเสียชีวิตได้ เชื้อแพร่มาจากลำคอของผู้ที่เป็นพาหะ
  • โรคบาดทะยัก (Tetanus, T) เกิดจากพิษของเชื้อบาดทะยักที่มักเข้าร่างกายทางบาดแผล ทำให้มีอาการชักรุนแรงจนเสียชีวิตได้ เชื้อมีอยู่ทั่วไปในสิ่งแวดล้อมสามารถนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้ป่วยได้
  • โรคไอกรน (Pertussis, P หรือ acellular Pertussis, aP) เกิดจากเชื้อไอกรน ทำให้มีอาการไอรุนแรงเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ ในเด็กเล็กอาจไอจนรับประทานนมหรืออาหารลำบาก อาจทำให้เกิดปอดบวม ชัก และเสียชีวิตได้ เชื้อแพร่มาจากลำคอของผู้ป่วย
  • โรคคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน

ใครควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน และเมื่อไร

โดยปกติการให้วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน (DTaP) จะฉีดครั้งละ 0.5 มิลลิลิตร โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อบริเวณต้นขาหรือต้นแขน เด็กอายุต่ำกว่า 7 ขวบควรได้รับวัคซีนรวม 5 เข็ม ตามรายละเอียดดังตาราง
ช่วงอายุ(ต่ำกว่า 7 ปี) 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน 15-18 เดือน 4-6 ปี เข็มที่ 1 เข็มที่ 2 เข็มที่ 3 เข็มที่ 4 เข็มที่ 5

*วัคซีน DTaP สามารถให้ร่วมกับวัคซีนชนิดอื่นได้ในครั้งเดียวกัน*

ควรทำอย่างไรหากไม่สามารถมาฉีดวัคซีนตามกำหนดนัด

ควรปรึกษาแพทย์กรณีไม่สามารถมาฉีดวัคซีนนี้ตามกำหนดหรือเลยกำหนดออกไป โดยทั่วไปสามารถฉีดต่อได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ สิ่งสำคัญคือควรมารับวัคซีนให้ครบตามขนาดที่แนะนำเพื่อประสิทธิผลในการป้องกันโรคของวัคซีน

ใครไม่ควรได้รับวัคซีน หรือควรชะลอไว้ก่อน

  • เด็กที่เคยได้รับ DTaP แล้วมีอาการแพ้อย่างรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต หรือแพ้ส่วนผสมในวัคซีน
  • เด็กที่มีความผิดปกติที่สมองหรือระบบประสาทภายใน 7 วัน หลังจากได้รับ DTaP ไม่ควรได้รับวัคซีนในครั้งถัดไป
  • เด็กที่เป็น Guillain-Barré Syndrome (GBS)
  • เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น ชัก ลมบ้าหมู หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท มีไข้สูง อาการปวด บวมรุนแรงหลังการฉีดวัคซีนที่ประกอบด้วยเชื้อบาดทะยัก คอตีบ หรือไอกรน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีน
  • เด็กที่มีอาการเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย เช่น เป็นหวัด อาจพิจารณาให้ฉีดวัคซีนได้ แต่ในเด็กที่มีอาการเจ็บป่วยในระดับปานกลางหรือรุนแรงให้เลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อนจนอาการหายจึงค่อยรับวัคซีน

อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดจากรับวัคซีนป้องกัน คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน

อาการไม่พึงประสงค์ที่พบทั่วไปและไม่รุนแรง

  • ไข้ (15%-30%)

  • บวม แดง หรือเจ็บบริเวณที่ฉีด (8%-50%)

  • ร้องโยเย (1%-59%)

  • อ่อนเพลีย (25%-51%)

  • อาเจียน (4%-7%)อาการไม่พึงประสงค์ปานกลาง-รุนแรง (หากสังเกตพบให้รีบปรึกษาแพทย์)

  • ชักกระตุก ไข้สูงมากกว่า 40.5 องศาเซลเซียส ร้องไห้ติดต่อกันนานมากกว่า 3 ชั่วโมงขึ้นไป (พบได้น้อย)

  • ชัก ไม่รู้สึกตัว (พบได้น้อยมาก)

  • อาการแพ้วัคซีนที่รุนแรง เช่น หายใจลำบาก เสียงแหบ มีเสียงวี้ดเวลาหายใจ หอบ ตัวซีด อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรือหัวใจเต้นแรง (พบได้น้อยมาก)

การดูแลรักษาอาการไม่พึงประสงค์ที่พบทั่วไปและไม่รุนแรง

  • หากมีไข้: รับประทานยาลดไข้ในขนาดที่เหมาะสม
  • หากปวด บวม บริเวณที่ฉีดยา: ประคบด้วยผ้าเย็น

อันตรกิริยาระหว่างยา (ผลต่อยาอื่น)

ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น สเตียรอยด์, ยาเคมีบำบัด, cyclosporine, tacrolimus อาจมีผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรค ดังนั้นผู้ที่รับประทานยาในกลุ่มนี้หรือกลุ่มอื่นๆ อยู่ ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนที่จะรับการฉีดวัคซีน

เอกสารอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...