เปิดสถิติ 5 สัญชาติที่ครองตลาดคอนโดไทยมากที่สุดในปี 2024
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการที่อยู่อาศัยในประเทศไทยหรือซื้อเก็บไว้เพื่อลงทุน ข้อมูลยอดโอนกรรมสิทธิ์ปี 2024 จาก REIC แสดงให้เห็นว่า 5 สัญชาติที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมากที่สุด ได้แก่ จีน เมียนมา รัสเซีย ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ โดยแต่ละกลุ่มมีลักษณะเฉพาะที่สะท้อนตามวัตถุประสงค์ของการซื้อที่แตกต่างกันไป
ชาวจีน ยังคงเป็นกลุ่มที่ถือครองกรรมสิทธิ์คอนโดในไทยมากที่สุด คิดเป็น 39% หรือ 5,670 ยูนิต มูลค่ารวม 26,561 ล้านบาท โดยมีราคาขายเฉลี่ยต่อยูนิตอยู่ที่ 4.68 ล้านบาท ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชาวจีนสนใจลงทุนในคอนโดไทยคือ ราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ของจีน และโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยระยะยาว
อันดับสองคือ ชาวเมียนมา คิดเป็น 10% หรือ 1,388 ยูนิต มูลค่ารวม 7,036 ล้านบาท และมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 5.06 ล้านบาท นักลงทุนจากเมียนมาให้ความสนใจคอนโดในไทยมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่มั่นคง และไทยถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน
รัสเซีย คิดเป็น 7% หรือ 1,079 ยูนิต มูลค่ารวม 3,663 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ย 3.39 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่ากลุ่มอื่นๆ แสดงให้เห็นว่าชาวรัสเซียมักเลือกซื้อคอนโดในช่วงราคาปานกลางถึงล่าง โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยว เช่น พัทยาและภูเก็ต ซึ่งเหมาะทั้งสำหรับการอยู่อาศัยระยะยาวและการลงทุนปล่อยเช่า
ไต้หวัน คิดเป็น 6% จำนวน 836 ยูนิต มูลค่ารวม 4,299 ล้านบาท และมีราคาขายเฉลี่ยสูงสุดที่ 5.14 ล้านบาท นักลงทุนจากไต้หวันมักเลือกซื้อคอนโดที่มีมาตรฐานสูงในทำเลศักยภาพ เช่น กรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน
และ สหรัฐอเมริกา คิดเป็น 4% หรือ 609 ยูนิต มูลค่ารวม 3,027 ล้านบาท โดยมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 4.97 ล้านบาท นักลงทุนจากสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เลือกซื้อคอนโดในไทยเพื่อเป็นที่พักตากอากาศหรือเพื่อการลงทุนในตลาดที่กำลังเติบโต
สำหรับ 5 จังหวัดที่มีการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, ภูเก็ต, เชียงใหม่ และสมุทรปราการ ซึ่งแต่ละจังหวัดมีจุดแข็งที่ช่วยดึงดูดชาวต่างชาติ
1. กรุงเทพมหานคร ครองอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วนสูงถึง 39% หรือ 5,689 ยูนิต เนื่องจากเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และคมนาคมของประเทศ มีโครงการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน ญี่ปุ่น และยุโรป อีกทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าสายใหม่ๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้ตลาดคอนโดในกรุงเทพฯ ยังคงเป็นที่ต้องการสูง
2. ชลบุรี ยอดโอนฯ รวมกว่า 5,120 ยูนิต เป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะรัสเซียและจีน ที่มองหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อพักอาศัยหรือปล่อยเช่า นอกจากนี้ พัทยายังมีชายหาดที่สวยงาม โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุน
3. ภูเก็ต จำนวน 1,006 ยูนิต เนื่องจากเป็นเกาะท่องเที่ยวระดับโลก มีชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อคอนโดเพื่อพักอาศัยระยะยาว รวมถึงนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสปล่อยเช่าให้กับนักท่องเที่ยว สนามบินนานาชาติภูเก็ตที่เชื่อมต่อกับหลายประเทศก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่นี้
4. เชียงใหม่ จำนวน 910 ยูนิต แม้จะไม่มีชายหาดเหมือนจังหวัดอื่นๆ แต่ด้วยความเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อากาศเย็นสบาย และค่าครองชีพที่ไม่สูง ทำให้ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน เกาหลี และยุโรป ที่ต้องการที่พักอาศัยระยะยาวหรือลงทุนเพื่อปล่อยเช่า
5. สมุทรปราการ 721 ยูนิต ด้วยความใกล้กรุงเทพฯ และเป็นที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีแรงงานและนักลงทุนต่างชาติเข้ามาทำงาน ทำให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยในรูปแบบคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น
จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า ตลาดคอนโดไทยยังคงเป็นที่ต้องการของนักลงทุนต่างชาติอสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจของชาวต่างชาติและเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว