โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ชู “หุ้นตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน)” ราคาถูก-พื้นฐานแกร่ง ส่วน “ตราสารหนี้โลก-Global REIT” จังหวะลงทุนรับ “ดอกเบี้ยขาลง” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 10.28 น. • โต๊ะกองทุน Wealthy Thai

Fun of Funds: แม้ Donald Trump” จะประกาศขึ้นภาษีนำเข้าใหม่ไปทั่วโลก จนทำให้ตลาดปั่นป่วนเป็นรายวัน แต่ไม่ได้ทำให้ภาพความน่าสนใจของ “ตลาดเกิดใหม่” (Emerging Markets) ลดน้อยถอยลงไปแต่ประการใดสำหรับภาพในระยะกลาง-ยาว
แต่ในระยะสั้นก็คงได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายของทาง “สหรัฐ” ก็แน่นอนว่าพุ่งเป้าไปที่ “จีน” เป็นสำคัญ
สำหรับนักลงทุนที่ไม่สบายใจและอยากหลีกเลี่ยง “หุ้นจีน” ไปก่อนนั้น ก็มีทางเลือกที่น่าสนใจนั่นก็คือ “หุ้นตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน)” (EM ex China) นั่นเอง ซึ่งจะมี 3 ประเทศที่สำคัญในตลาดนี้ คือ อินเดีย, ไต้หวัน และเกาหลีใต้นั่นเอง
อีกธีมที่น่าสนใจที่จะได้รับประโยชน์จาก “ดอกเบี้ยขาลง” ก็คือ “ตราสารหนี้โลก” และ Global REIT” นั่นเอง
ทำไม ทั้ง 2 ธีมนี้ จึงน่าสนใจฝ่ามรสุม Trade War” ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัปเดตมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมๆ กันได้เลย

“หุ้นตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน)” ราคาไม่แพง-พื้นฐานแกร่ง

โดย “สุภาพร ลีนะบรรจง” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี บอกว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในกลุ่ม “ประเทศตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน)” ยังคงมีอัตราการเติบโตเป็นบวก เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง และเข้าถึงโอกาสการลงทุนในประเทศที่เป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก แม้ตอนนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกจะได้รับแรงกดดันจากอัตราภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐ แต่ด้วยราคาหุ้นที่ยังไม่แพงและมีการซื้อขายที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตลาดประเทศพัฒนาแล้ว ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง จึงมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวเติบโตได้ในระยะยาว เมื่อความไม่แน่นอนเริ่มคลี่คลาย เช่น การชะลอการขึ้นภาษีนำเข้า หรือการเจรจาบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า นอกจากนี้ การแยกสัดส่วนการลงทุนในจีนออกจากกลุ่มจะช่วยกระจายความเสี่ยงและลดความผันผวนได้

(สุภาพร ลีนะบรรจง)

“สำหรับประเทศที่มีบทบาทสำคัญและศักยภาพสูงในการขับเคลื่อน ‘ตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน)’ ได้แก่ ‘อินเดีย’ ที่มีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ปัจจัยพื้นฐานดี และคาดการณ์ว่า GDP จะเติบโตสูงสุดถึง 6.3%ในช่วง 10 ปีข้างหน้า ‘ไต้หวัน’ มีความโดดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเทคโนโลยี AI และ ‘เกาหลีใต้’ ที่เป็นผู้นำในการผลิตหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ที่ใหญ่ที่สุดและได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี DeepSeek จากปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวมองว่าเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุนกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน)

“ตราสารหนี้โลก-Global REIT” โอกาสลงทุนรับ “ดอกเบี้ยขาลง”

ด้าน “ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์” Head of Wealth Advisory ธ.ทิสโก้ บอกถึงกลยุทธ์การลงทุนหลัง Trump” ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก ว่า จากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ คาดว่าหลังจากนี้ “ธนาคารกลางทั่วโลก” มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก เพื่อรองรับกับเศรษฐกิจโดยรวมที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง จึงส่งผลดีต่อราคา“ตราสารหนี้โลก” และ“ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โลก” (Global REITs) ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้

(ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์)

“สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้ แนะนำให้ทยอยซื้อหุ้น 3 ตลาด ได้แก่ ‘หุ้นอินเดีย, หุ้นญี่ปุ่น และหุ้นจีน’ เพราะมูลค่าหุ้น (Valuation) เริ่มน่าสนใจ เศรษฐกิจเติบโตจากการบริโภคในประเทศที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง และมีสัดส่วนการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐต่ำ เมื่อเทียบกับ GDP ของแต่ละประเทศ จึงได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐไม่มากนัก นอกจากนี้ ในด้านราคาหุ้นอินเดีย ญี่ปุ่น และจีนยังน่าสนใจ โดยปัจจุบัน ‘หุ้นอินเดีย’ มี Forward P/E อยู่ที่ 19.3 เท่า ต่ำกว่าเฉลี่ย 5 ปีที่อยู่ที่อยู่ในระดับ 20.20 เท่า ‘หุ้นญี่ปุ่น’ มี Forward P/E อยู่ที่ 17.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่อยู่ในระดับ 19.1 เท่า และ ‘หุ้นจีน’ มี Forward P/E อยู่ที่ 11.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่อยู่ในระดับ 11.5 เท่า”
ปัจจุบัน “อินเดีย” มีสัดส่วนการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอยู่ที่ 2.4% ของ GDP ส่วน “ญี่ปุ่น” มีสัดส่วนส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอยู่ที่ 3.6% ของ GDP และ “จีน” มีสัดส่วนการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐเพียง 2% ของ GDP ถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับประเทศ “แคนนาดา” ที่มีสัดส่วนส่งออกไปยังสหรัฐที่ 19.4% ของ GDP และ “เม็กซิโก” มีสัดส่วนส่งออกไปยังสหรัฐที่ 25.6% ของ GDP
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนฝ่ามรสุม “Trade War” ที่มีศักยภาพในการเติบโตและได้รับผลกระทบไม่มาก “หุ้นตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน)” รวมถึงหุ้นในอีก 3 ตลาดอย่าง “หุ้นอินเดีย-หุ้นญี่ปุ่น-หุ้นจีน” ก็น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงเช่นกัน นอกจากนี้ “ตราสารหนี้โลก” และ “Global REIT” ก็เป็น 2 สินทรัพย์ที่น่าจะได้ประโยชน์จาก “ดอกเบี้ยขาลง” ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวเช่นเดียวกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...