โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ : 3 โรค 2 ภัย ที่ทุกวัยต้องระวังช่วงฤดูร้อน

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 17 เม.ย. 2568 เวลา 19.21 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2568 เวลา 03.27 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ช่วงนี้ประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด แดดแรง ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคหลายชนิด โดยเฉพาะเชื้อที่ปนเปื้อนในน้ำและอาหาร ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขอนามัย และนำไปสู่โรคต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง

นอกจากนี้ สภาพอากาศที่ร้อนจัดยังอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางอ้อมได้อีกด้วย

การตระหนักรู้และป้องกันอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการเฝ้าระวัง “3 โรค 2 ภัย” ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย และรักษาคุณภาพชีวิตของตนเองและคนรอบข้างให้ปลอดภัย

3 โรค ต้องระวัง!

1. โรคอาหารเป็นพิษ (Food Poisoning)
โรคอาหารเป็นพิษ นับเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัสบางชนิดได้เป็นอย่างดี หากบริโภคอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อเหล่านี้เข้าไป อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร และนำไปสู่ภาวะเจ็บป่วยได้

สาเหตุ : เกิดจากการรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัสโปรโตซัว หรือสารพิษที่สร้างจากเชื้อแบคทีเรีย ความรุนแรงของโรคอาจทำให้เสียชีวิตได้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดและปริมาณของเชื้อก่อโรค

อาการมักเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันหลังรับประทานอาหารปนเปื้อน ได้แก่
– คลื่นไส้
– อาเจียน
– ปวดท้อง
– อาจถ่ายเหลว

จากข้อมูลโรคอาหารเป็นพิษย้อนหลัง 5 ปี (ระหว่างปี พ.ศ. 2563 – 2567) โดย กองระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าอัตราป่วยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 – 2567

2. โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute Diarrhea)
อุณหภูมิที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคในอาหารและน้ำดื่ม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของ “โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน” หนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในฤดูร้อน โดยเฉพาะเมื่อสุขอนามัยในการบริโภคไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

สาเหตุ : เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด มีการปนเปื้อเชื้อโรค หรือการล้างมือไม่สะอาดก่อนการเตรียมหรือปรุงอาหาร ทำให้ติดเชื้อไวรัส เช่น Rotavirus Norovirus และเชื้อแบคทีเรีย เช่น Salmonella spp., E. Coli และยังสามารถเกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัว หรือหนอนพยาธิได้ นอกจากนี้ยังเกิดจากการได้รับยาหรือสารพิษต่าง ๆ เช่น ยาระบาย

อาการที่มักเกิดขึ้น
– ถ่ายเหลว
– ถ่ายเป็นน้ำ
– บางรายอาจถ่ายปนมูกเลือด
– อาจมีอาการอื่นร่วม เช่น มีไข้ อาเจียน หรือมีภาวะขาดน้ำ

ส่วนใหญ่มักหายได้เอง แต่หากมีอาการอยู่หลายวันอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ต่อเนื่อง ซึ่งหากสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไปอาจทำให้ช็อก หมดสติ และถึงขั้นเสียชีวิตได้

ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรค กองระบาดวิทยา ย้อนหลัง 5 ปี (ระหว่างปี พ.ศ. 2563 – 2567) พบว่า มีรายงานผู้ป่วยสูงขึ้นในช่วงต้นปีและลดลงในช่วงกลางปีและปลายปี

3. โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)
แม้ว่าโรคพิษสุนัขบ้าจะสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี แต่ในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความร้อนที่เพิ่มมากขึ้นอาจส่งผลต่อพฤติกรรมของสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งเป็นพาหะของโรค ทำให้เกิดความเครียดหรือหงุดหงิดได้ง่าย ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์กัดหรือข่วนมากขึ้น

สาเหตุ : เกิดจากการรับเชื้อไวรัส Rabies ผ่านทางน้ำลายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่พบได้บ่อยที่สุดคือ สุนัข โค กระบือ และแมว ตามลำดับ ที่ติดเชื้อ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการกัด ข่วน หรือเลียบริเวณที่มีบาดแผล หรือเยื่อเมือกต่าง ๆ

อาการที่มักเกิดขึ้น
ระยะแรกอาการไม่ชัดเจน
ระยะต่อมาเมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางแล้ว จะทำให้เกิดการอักเสบของสมองและไขสันหลัง และเริ่มมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท เช่น
– ปวดศีรษะ
– เจ็บเสียวบริเวณแผล
– กระสับกระส่าย
– กลัวแสง
– กลัวลม
– กลืนลำบาก โดยเฉพาะเมื่อดื่มน้ำ
– บางรายอาจแสดงอาหารซึม กล้ามเนื้อแขน ขา ใบหน้า ค่อย ๆ อ่อนแรงเป็นอัมพาต โดยเริ่มจากบริเวณแผล
ระยะสุดท้าย
– อาการรุนแรงจนกระทั่งหมดสติ
– เสียชีวิต เนื่องจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลว

ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรค กองระบาดวิทยา ย้อนหลัง 5 ปี (ระหว่างปี พ.ศ. 2563 – 2567) จากการสอบสวนโรคพบปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต คือ ผู้ป่วยไม่พบแพทย์เพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหลังจากที่โดนกัดหรือข่วน

2 ภัยต้องดูแล!

1. ภัยจากอากาศร้อน
เป็นภัยที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับอุณหภูมิที่สูงขึ้น เมื่อร่างกายได้รับความร้อนหรือสร้างความร้อนมากเกินไปเกินกว่าระดับที่ร่างกายจะรับได้ ทำให้ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้คงที่ หรือไม่สามารถปรับตัวต่อความร้อนได้จึงเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย เช่น โรคฮีตสโตรก และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

จากข้อมูลการเฝ้าระวังเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับภาวะอากาศร้อน (Hot Weather relates Deaths Surveillance) กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ของทุกปี พบว่าในปี พ.ศ. 2567 อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น และหากจำแนกรายเดือนพบว่า มีการรายงานการเสียชีวิตมากที่สุดในเดือนเมษายน คิดเป็นร้อยละ 70 ซึ่งเป็นเดือนที่มีอุณหภูมิสูงถึง 44 องศาเซลเซียส

2. ภัยจากการจมน้ำ
สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการชวนกันไปเล่นน้ำเพราะอากาศร้อน และขาดความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ รวมถึงทักษะการเอาชีวิตรอด

จากรายงานของกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2557-2566) มีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ เฉลี่ยปีละ 3,650 ราย หรือวันละ 10 ราย

คาดการณ์สถานการณ์จมน้ำ พบว่ายังคงมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม – พฤษภาคม โดย

17 เมษายน 2568
ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์
สำนักข่าวไทย อสมท
เขียนและรวบรวม โดย นัฐภรณ์ ผลพฤกษา

ดูคลิป ชัวร์ก่อนแชร์ เพิ่มเติม

ชัวร์ก่อนแชร์ CHECK-LIST : 5 เรื่องฮิต สารพัดสิ่งที่ห้ามทำช่วงหน้าร้อน จริงหรือ ?

ชัวร์ก่อนแชร์ : คลิปเด็กร้องเหมือนเสียงเห่า คือโรคพิษสุนัขบ้าจริงหรือ ?

ชัวร์ก่อนแชร์ : ถูกสุนัข-แมวกัดให้บีบเลือด จริงหรือ?

ชัวร์ก่อนแชร์ CHECK-LIST : 5 เรื่องฮิต สารพัดวิธีแก้ท้องเสีย จริงหรือ ?

อ้างอิง

ประกาศกรมควบคุมโรค เรื่องการป้องกันโรคและภัยสุขภาพ ที่เกิดในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ. 2568 – https://ddc.moph.go.th/uploads/ckeditor2/doe/files/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A4%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%202568.pdf

อากาศร้อน สัตว์หงุดหงิดง่าย ระวังถูกสุนัข-แมวกัด

https://www.thaihealth.or.th/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%94

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...