โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“นายกรัฐมนตรีไทย” มี 31 คน แต่คนเดียวที่ไม่ยอมขึ้นเงินเดือนให้ตัวเองคือใคร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 15 เม.ย. 2568 เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2568 เวลา 23.39 น.
คณะรัฐมนตรี ที่นำโดย พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรี (แถวหน้าที่ 3 จากซ้าย)

ตั้งแต่เริ่มเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบ “ประชาธิปไตย” เมื่อปี 2475 ถึงปัจจุบัน “นายกรัฐมนตรีไทย” มีทั้งสิ้น 31 คน แต่มีเพียง พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) นายกฯ เพียงคนแรกและคนเดียว ที่ไม่ยอมขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง

นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 2

พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) (พ.ศ. 2430-2490) เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของประเทศ โดยการรัฐประหารรัฐบาลพระยามโนปกรณ์นิติธาดา (20 มิถุนายน พ.ศ. 2476) เนื่องจากคณะรัฐมนตรีปิดสภาผู้แทนราษฎร และงดใช้รัฐธรรมนูญ

พระยาพหลฯ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 5 สมัยด้วยกัน คือ สมัยที่ 1 (21 มิถุนายน – 16 ธันวาคม พ.ศ. 2476), สมัยที่ 2 (16 ธันวาคม พ.ศ. 2476 – 22 กันยายน พ.ศ. 2477), สมัยที่ 3 (22 กันยายน พ.ศ. 2477 – 9 สิงหาคม พ.ศ. 2480), สมัยที่ 4 ( 9 สิงหาคม – 21 ธันวาคม พ.ศ. 2480 และสมัยที่ 5 (21 ธันวาคม พ.ศ. 2480 – 11 กันยายน พ.ศ. 2481)

รวมระยะเวลาราว 5 ปี 5 เดือนเศษ

พระยาพหลฯ ได้รับการยกย่องเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีชีวิตแบบพอเพียง เพราะใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่อย่างสมถะ เช่น การแต่งกายที่พบเห็นจะอยู่ในเครื่องแบบทหารเป็นส่วนมาก ถ้าแต่งแบบพลเรือนก็เป็นแบบสากล ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นผ้าสีขาวไม่มีสีอื่น แต่ก็แต่งเมื่อต้องรับแขกบ้านแขกเมือง หรือไปงานพิธีเท่านั้น

ที่สำคัญคือ พระยาพหลฯ เป็นนายกรัฐมนตรีไทย คนแรกและคนเดียวที่ไม่ยอมขึ้นเงินให้ตัวเอง

ทำไมไม่ยอมขึ้นเงินเดือนตัวเอง

เมื่อพระยาพหลฯ ได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกฯ มีการพูดกันถึงเรื่องเงินเดือนคณะรัฐมนตรีว่าน้อยเกินไป พระยาพหลฯ จึงแถลงต่อที่ประชุมสภา เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2476 มีความว่า

“เรื่องเงินเดือนนี้ คณะรัฐมนตรีชุดก่อนได้ประชุมปรึกษาลงมติเห็นว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็นตำแหน่งการเมืองย่อมเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย จึงควรมีอัตราเงินเดือนชั้นเดียวคือ 1,500 บาทเท่ากันหมด ส่วนรัฐมนตรีที่มิได้ว่าการกระทรวงนั้น ควรมีเงินเดือนเพิ่มพิเศษสำหรับตำแหน่งเกียรติยศเดือนละ 200 บาท…”

เมื่อ พระยาพหลฯ แถลงเช่นนั้น มีสมาชิกหลายคนไม่เห็นด้วยและทักท้วงว่า อัตราเงินเดือนรัฐมนตรีน้อยเกินไป ส่วนเงินเดือนของนายกรัฐมนตรีก็ควรจะสูงกว่าเงินเดือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เพราะหน้าที่และความรับผิดชอบสูงกว่ากันมาก

พระยาพหลฯ จึงชี้แจงเหตุผลที่ไม่เพิ่มเงินเดือนของตนเองว่า

*“…ทำงานตำแหน่งนี้ไม่ประสงค์จะมาเพิ่มเงินเดือน เงินเดือนที่ได้มาเป็นเงินของราษฎรจะมาตกลงเพิ่มกันในบัดนี้ เป็นของกระดากใจที่เอาเงินส่วนรวมมาจ่ายเป็นเงินเดือนของคนหมู่น้อยน่าอัปยศ ขอแถลงความจริงใจให้ฟังว่า เรื่องเงินทองนั้นไม่วิตก รู้สึกว่าที่ได้นี้ก็เป็นการมากพอสำหรับตัวเองอยู่แล้วจริงๆ*

แต่ที่ว่านี้ขออย่าให้ราษฎรเข้าใจว่าเป็นคนมั่งมี เมื่อคราวเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ราษฎรเข้าใจว่าได้เงินทองมากมาย จึงมีราษฎรเป็นอันมากได้ขอเงินรายละ 100-200 บาท เมื่อเช่นนี้จะให้เพิ่มสัก 500,000 บาท ก็ไม่พอแจกราษฎร…”

เมื่อนายกรัฐมนตรีปฏิเสธการขึ้นเงินเดือนให้ตนเอง ที่ประชุมจึงตกลงตามมติเดิมคือเงินเดือนนายกฯ เท่ากับเงินเดือนรัฐมนตรี และยังเป็นการตัดปัญหาของผู้ที่เห็นว่าเงินเดือนของรัฐมนตรีน้อยเกินไปนั้นด้วย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

วิมลรักษ์ ศานติธรรม. “พระยาพหลพลพยุหเสนา” ใน, http://wiki.kpi.ac.th

ส.พลายน้อย. พระยาพหลฯ นายกรัฐมนตรีผู้ซื่อสัตย์, สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ. 2555

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 เมษายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “นายกรัฐมนตรีไทย” มี 31 คน แต่คนเดียวที่ไม่ยอมขึ้นเงินเดือนให้ตัวเองคือใคร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...